แชร์

ทองคำโลกกำลังสร้างฐานใหม่ — โอกาสหรือความเสี่ยง : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
3248 ผู้เข้าชม
ภาพรวมการเคลื่อนไหวทองคำ (ปลายมกราคม – ต้นกุมภาพันธ์ 2569)

ตลาดทองคำโลกเพิ่งผ่านช่วงที่เรียกได้ว่าเป็น Historic Reversal หรือการกลับตัวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ปลายเดือนมกราคมราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาทองแท่งในไทยพุ่งทะลุ 80,000 บาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น แรงขายทำกำไรจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนขนาดใหญ่ก็ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก ราคาทองคำโลกจึงปรับฐานลงแรงกว่า 800–900 ดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ขณะที่ราคาทองไทยก็ลดลงกว่า 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ในช่วง 31.60–32.00 บาทต่อดอลลาร์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองในประเทศไม่ให้ร่วงแรงตามตลาดโลก

 
สถานการณ์ล่าสุด (3 กุมภาพันธ์ 2569)

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,664–4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการสร้างฐานใหม่หลังจากการร่วงลงแรง ขณะที่ราคาทองแท่งในไทยยังทรงตัวสูงที่ 70,000–71,000 บาท แม้ราคาตลาดโลกจะลดลงมากแล้วก็ตาม
 
แนวโน้มระยะสั้น (3–10 กุมภาพันธ์ 2569)

ตลาดโลก:
ราคากำลังอยู่ในช่วง “สะสมพลัง” หลังการปรับฐาน แนวรับสำคัญคือ 4,600 ดอลลาร์ หากหลุดอาจเห็นการร่วงไปถึง 4,400–4,550 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคายืนได้และรีบาวด์ขึ้น เป้าหมายแรกคือ 4,900–5,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดจะพยายามทดสอบอีกครั้ง
ตลาดไทย:
ราคาทองแท่งคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 69,500–72,500 บาท โดยมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.50 บาท/ดอลลาร์ ราคาทองในประเทศอาจถูกลงอีก
 
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) และข้อมูล ADP ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์
แรงขายทำกำไร หลังจากราคาทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนจำนวนมากยังคงทยอยขายเพื่อปิดกำไร
ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์และทองคำ
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นแรงหนุนระยะยาว
 
มุมมองจากสถาบันการเงินระดับโลก

J.P. Morgan: แม้ราคาจะปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุค 1980 แต่ยังคงมองเป้าหมายปลายปีที่ 6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าการย่อตัวครั้งนี้เป็นเพียงการขจัดความล้นเกินของตลาด
Goldman Sachs: ให้เป้าหมายที่ 4,900–5,400 ดอลลาร์ โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุน * --> ทองยังเป็นที่สะสมของรัฐบาลในแต่ละประเทศอยู่เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน
UBS: คาดการณ์ที่ 5,400–6,200 ดอลลาร์ หากปัญหาซัพพลายทองคำยังคงอยู่และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย
Bank of America: คาดราคาเฉลี่ยปีนี้ที่ 5,000 ดอลลาร์
 

มุมมองจากนักวิเคราะห์ในไทย

YLG Bullion: มองว่าทองคำยังมีโอกาสไปต่อ โดยเป้าหมายอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์ แต่เตือนให้ระวังความผันผวนในเดือนกุมภาพันธ์
SO OK TRADING มองว่าราคาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์จะอยู่ที่ระดับ 5,000 ดอลาร์ต่อออนซ์ โดยคาดการณ์ว่าราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 4,500 - 5,250 USD/Onz สำหรับราคาทองไทยน่าจะอยู่ที่ระดับ 70,000 - 7ุ6,000 บาท เฉลี่ยมระดับ 73,500 บาท แต่ความผันผวนสูง และต้องดูค่าเงินบาทประกอบ
 

กลยุทธ์การลงทุน บทสรุปจาก SO OK TRADING 

สายสะสม (ถือยาว): หากราคายืนเหนือ 4,600 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจังหวะสะสมไม้แรก เพราะสถาบันใหญ่ยังคงมองบวกในระยะยาว
สายเก็งกำไร (เทรดสั้น): เล่นในกรอบ 4,600–4,900 ดอลลาร์ ระวังแรงขายหนักหากราคาดีดขึ้นไปแตะ 5,000 ดอลลาร์ อีกครั้ง
ผู้ลงทุนในไทย: จับตาค่าเงินบาท หากแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.50 บาท/ดอลลาร์ จะเป็นโอกาสซื้อทองในประเทศในราคาที่ถูกลง
 

สรุปภาพรวม

ตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วง “ปรับฐานแรง” หลังจากพุ่งทะยานเกินจริงในเดือนมกราคม แม้ระยะสั้นจะผันผวนสูง แต่ระยะกลางถึงยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวกจากสถาบันการเงินทั่วโลก นักลงทุนที่ถือยาวสามารถใช้ช่วงนี้เป็นโอกาสสะสม ส่วนผู้เล่นสั้นต้องระวังแรงขายและความผันผวนที่ยังคงสูงในสัปดาห์นี้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
“Copper Supercycle 2026–2030: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ขับเคลื่อนโลกใหม่จาก EV ถึง Data Center”
สถานการณ์ราคาทองแดงโลกและไทย ปี 2026–2030 โดย SO OK TRADING | 21 กรกฎาคม 2026 ตลาดทองแดงทั่วโลกกำลังเข้าสู่ “Supercycle” รอบใหม่ — ราคาทองแดงโลก (LME) เคลื่อนไหวในกรอบสูง 11,000–13,000 ดอลลาร์/ตัน และเคยแตะระดับสูงสุด 13,943 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
21 ก.ค. 2026
“Rare Earths: อาวุธลับจีน พลิกสมดุลโลก EV และชิป”: SO OK TRADING: 27 AUG 2026
Rare Earths: อาวุธลับของจีน เขย่าโลก EV และชิป SO OK TRADING | 27 AUG 2026 จีนกำลังใช้ “แร่หายาก” (Rare Earths) เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง นโยบายเข้มงวดของจีนไม่เพียงเปลี่ยนสมดุลทางเศรษฐกิจ แต่ยังกลายเป็น “อาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์” ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
27 ส.ค. 2026
สมรภูมิตะวันออกกลาง น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียในยุคสงครามเศรษฐกิจ : SO OK TRADING: 28 AUG 2026
สมรภูมิตะวันออกกลาง : น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ SO OK TRADING | 28 สิงหาคม 2569 โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อราคาน้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียผันผวนอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ สงครามในตะวันออกกลางได้เปลี่ยนจากการปะทะทางทหารสู่ “สงครามเศรษฐกิจ” เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ตลาดโลกต้องปรับตัวอย่างหนัก ในขณะที่ความต้องการจากจีนชะลอตัว และ OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังการผลิต ราคาน้ำมันดิบโลกจึงมีแนวโน้มปรับฐานลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แนฟทายังคงทรงตัวในระดับสูง และปุ๋ยยูเรียเริ่มปรับลดลงจากจุดพีก ช่วยบรรเทาต้นทุนภาคเกษตรกรรม
28 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy