แชร์

Insight ค่าเงิน ก.พ. 2569 – อ่านก่อนวางกลยุทธ์ธุรกิจ - จับตาค่าเงิน! ดอลลาร์อ่อนต่อเนื่อง สกุลหลักแข็งแรงพร้อมกัน - บาทแข็ง ดอลลาร์อ่อน…โอกาสทองของผู้นำเข้า แต่ท้าทายผู้ส่งออก

อัพเดทล่าสุด: 2 ก.พ. 2026
2489 ผู้เข้าชม

ดอลลาร์อ่อนต่อเนื่อง – เงินบาทแข็งแรง และสกุลเงินหลักทั่วโลกขยับตาม

ต้นปี 2569 ตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ในจังหวะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เมื่อเทียบกับเงินบาท แต่ยังรวมถึงสกุลเงินหลักอื่น ๆ ด้วย ภาพนี้สะท้อนว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ “ดอลลาร์ไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป” และผู้ประกอบการไทยต้องรู้ทันเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม

ดอลลาร์ (USD) – ขาลงยังไม่จบ
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) หลุดระดับสำคัญที่ 97.0 และไหลลงไปแตะ 95.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่าแนวโน้มหลักเป็น “Bearish” หรือขาลงต่อ แม้จะมีการฟื้นตัวระยะสั้น แต่แรงกดดันจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ยังคงทำให้ดอลลาร์ขาดแรงหนุน

เงินบาท (THB) – แข็งค่าต่อเนื่อง
เดือนมกราคมที่ผ่านมา ดอลลาร์อ่อนลงไปแตะ 30.91 บาท ก่อนจะปิดเดือนที่ 31.56 บาท แนวโน้มเดือนกุมภาพันธ์ยังมีโอกาสเห็นเงินบาทแข็งค่าต่อ โดยกรอบการเคลื่อนไหวคาดอยู่ที่ 30.90 – 31.80 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับผู้นำเข้าและนักท่องเที่ยว นี่คือโอกาสทองในการแลกเงิน เพราะต้นทุนต่ำกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่สำหรับผู้ส่งออก นี่คือความท้าทายที่ต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการตลาดให้ทัน

หยวน (CNY) – ได้แรงหนุนจากจีน
เงินหยวนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 6.95 หยวนต่อดอลลาร์ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและสัญญาณเชิงบวกจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มองว่าทิศทางค่าเงินสมดุลขึ้น ถือเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้หยวนดูแข็งแรงในปีนี้ และยังสะท้อนถึงบทบาทของจีนที่กำลังกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

ยูโร (EUR) – ฟื้นตัวต่อเนื่อง
ยูโรทะยานขึ้นไปแตะ 1.18 – 1.19 ดอลลาร์ต่อยูโร และมีแนวโน้มไปถึง 1.22 ภายในสิ้นปี เพราะธนาคารกลางยุโรป (ECB) หยุดผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้ว ทำให้ยูโรกลับมามีเสน่ห์ในสายตานักลงทุนที่กำลังมองหาสกุลเงินที่มั่นคงกว่า

เยน (JPY) – กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
เงินเยนเริ่มฟื้นตัว โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 151 – 155 เยนต่อดอลลาร์ในไตรมาสแรก และอาจแข็งค่าต่อไปถึง 146 – 148 เยนในปลายปี จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) หันมาคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น หลังจากที่ปล่อยให้ค่าเงินอ่อนมานาน

ปอนด์ (GBP) – แข็งค่าตามกระแส
เงินปอนด์ก็ไม่แพ้กัน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวที่ 1.35 – 1.36 ดอลลาร์ต่อปอนด์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาของเศรษฐกิจอังกฤษ แม้จะยังมีความท้าทายจากการเมืองภายใน แต่ตลาดเริ่มมองว่าปอนด์มีเสถียรภาพมากขึ้น

 Insight สำหรับผู้ส่งออกไทย

การที่เงินบาทแข็งค่าและดอลลาร์อ่อนลงต่อเนื่อง เป็นสถานการณ์ที่ผู้ส่งออกไทยต้อง “คิดเร็ว ปรับไว” เพราะมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก

1. กระจายตลาดไปยังภูมิภาคที่ค่าเงินแข็งแรง
เมื่อยูโร เยน และปอนด์แข็งค่าขึ้น ผู้ส่งออกไทยสามารถใช้โอกาสนี้เจาะตลาดยุโรปและญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะลูกค้าในภูมิภาคเหล่านี้มีอำนาจซื้อสูงขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

2. ปรับกลยุทธ์ราคาและสัญญาซื้อขาย
การใช้สัญญาซื้อขายที่อิงสกุลเงินอื่น เช่น ยูโร หรือเยน แทนการอิงดอลลาร์ อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการที่เงินบาทแข็งค่าเกินไป

3. ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging)
การทำสัญญา Forward หรือ Option เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จะช่วยให้ผู้ส่งออกควบคุมต้นทุนและกำไรได้ดีกว่าในช่วงที่ค่าเงินผันผวน

4. ติดตามปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ราคาทองคำ และนโยบายดอกเบี้ยของ Fed เป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถเปลี่ยนทิศทางค่าเงินได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์เชิงรุกจะช่วยให้ผู้ส่งออกวางแผนได้แม่นยำขึ้น

 สรุปภาพรวม USD By SO OK TRADING 

ดอลลาร์กำลังอยู่ในช่วง “พักฐานเพื่อลงต่อ” และมีโอกาสสูงที่จะอ่อนค่าต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือโอกาสดีสำหรับผู้นำเข้า แต่เป็นความท้าทายสำหรับผู้ส่งออกที่ต้องปรับกลยุทธ์ทั้งด้านราคา การตลาด และการสร้างแบรนด์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

 ประเมิน ทิศทางค่าเงินบาท โดย SO OK TRADING 

เงินบาทประเมินว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 (FLOOR) ถึง 31.8 (Ceiling) โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 31.5 - 31.6 THB /USD : ทิศทางการเคลื่อนไหวของ USD มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะมีการผันผวนอย่างมากทั้งจาก สินทรัพย์มีค่าที่เกี่ยวเนื่องเช่น ทองคำ หรือ เงิน (SILVER) ถ้าราคาสินทรัพย์เหล่านี้ขึ้น USD จะแข็งค่าขึ้น , นโยบายเศรษฐกิจ และ การลดดอกเบี้ย หรือ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของ FED , : สรุปทิศทางค่าเงินบาทเทียบ ดอลลาร์สหรัฐ น่าจะอยู่ในแนวราวๆ 31.4 - 31.6 ถ้าไม่มีปัจจัยแทรกแซงหนัก ๆ โดยให้น้ำหนักไปทางดอลลาร์อ่อนค่ามากกว่าครับ : จังหว่ะการเข้าจดอัตราแลกเปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 31.4 ให้จดนำเข้า ถ้าสูงกว่า 31.6 ให้จดส่งออก จองเรต รับเงินจากการการสินค้า หรือ บริการได้ 

ขอขอบคุณมากครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
“โลกหลังสงครามตะวันออกกลาง 2026 คลี่คลาย: เศรษฐกิจฟื้น ต้นทุนลด โลจิสติกส์คืนชีพ เงินทุนไหลกลับ — โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยและตลาดโลก”: SO OK TRADING :27 JUNE
โลกหลังสงครามตะวันออกกลาง 2026 คลี่คลาย — จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่ของธุรกิจไทย เมื่อเสียงระเบิดสงบลง โลกไม่ได้กลับสู่ “ความปกติเดิม” แต่กำลังเข้าสู่ “ยุคฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง” ที่ทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัวอย่างชาญฉลาด — จากพลังงาน โลหะ ปุ๋ย ไปจนถึงโลจิสติกส์และการเงินโลก ทุกระบบกำลังรีเซ็ตต้นทุนใหม่และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มองเห็นก่อนใคร ราคาน้ำมันและแนฟทาลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนปิโตรเคมีและพลาสติกถูกลง ขณะที่ค่าระวางเรือและการขนส่งกลับมาสู่ระดับปกติอีกครั้ง ภาคเกษตรได้รับแรงหนุนจากราคาปุ๋ยที่ปรับฐานลง ส่วนอุตสาหกรรมหนักอย่างเหล็ก อลูมิเนียม และทองแดงเริ่มฟื้นตัวตามกระแสพลังงานสะอาดและ EV เศรษฐกิจโลกปี 2026 แม้ยังเผชิญเงินเฟ้อสูง แต่แนวโน้มปี 2027 จะเข้าสู่ช่วงลดแรงกดดันอย่างชัดเจน ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน นักลงทุนกลับมามองตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย ที่มีศักยภาพด้านการผลิตและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค นี่คือช่วงเวลาที่ธุรกิจไทยต้อง “มองไกลกว่าความสงบ” — เพราะการคลี่คลายสงครามไม่ใช่จุดจบของความเปลี่ยนแปลง แต่คือจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ในโลกที่ต้นทุนลดลง โลจิสติกส์ฟื้นตัว และเงินทุนไหลกลับ SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในโลกที่เปลี่ยนเร็ว
27 มิ.ย. 2026
Oil Shock 2026: สงครามน้ำมัน USA–Iran เขย่าโลก ราคาน้ำมันพุ่ง ทองคำทะยาน หุ้นร่วง เงินเฟ้อสะเทือนเศรษฐกิจโลก : 7 มีนาคม 2026 เมื่อ อิหร่าน โดนโจมตีคลังน้ำมันโต้กลับ : บทความโดย SO OK TRADING
สงครามน้ำมัน 7 มีนาคม 2026: เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน โลกเข้าสู่ภาวะ Oil Shock ครั้งใหญ่ วันที่ 7 มีนาคม 2026 โลกทั้งใบสะเทือนทันที เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีคลังน้ำมันในกรุงเตหะราน จุดชนวนความขัดแย้งที่ลุกลามรวดเร็ว และนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน  ราคาน้ำมัน Brent พุ่งจาก $65–70 ขึ้นเหนือ $92 และมีแนวโน้มแตะ $120–150  ราคาทองคำทะยานจาก $4,800 สู่ $5,400 ต่อออนซ์ และอาจแตะ $6,000 เร็ว ๆ นี้  ค่าเงินผันผวน: ดอลลาร์แข็ง เยน หยวน และบาทไทยอ่อนค่าตามแรงกดดัน  ตลาดหุ้นเอเชียร่วง นักลงทุนแห่เข้าถือทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย นี่ไม่ใช่แค่สงครามในตะวันออกกลาง — แต่มันคือแรงสะเทือนที่กระทบต้นทุน การลงทุน และกระเป๋าสตางค์ของคนทั่วโลก
8 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy