แชร์

เหล็กไทย 2569: พลิกวิกฤติสู่โอกาส BY SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 25 ม.ค. 2026
3550 ผู้เข้าชม

ปี 2569 อุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญแรงกดดันจากมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปที่เพิ่มต้นทุนส่งออกกว่า 28,000 ล้านบาท แต่ยังมีโอกาสสำหรับผู้ผลิตที่ปรับตัวสู่การผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำและใช้เทคโนโลยีเตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดโลก
 

สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทย ปี 2569

ภาพรวมตลาด

การใช้เหล็กในประเทศ อยู่ที่ประมาณ 16–17 ล้านตันต่อปี โดยมีแรงหนุนจากโครงการก่อสร้างภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าและโครงการพลังงาน
ราคาเหล็ก มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากปีก่อน โดยราคาเฉลี่ยของเหล็กทรงยาวและทรงแบนลดลงราว 4–5% YOY เนื่องจากการแข่งขันสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
การผลิตเหล็กไทย ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเหล็กทรงยาว (ใช้ในก่อสร้าง) และเหล็กทรงแบน (ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า)
ปัจจัยท้าทาย

มาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของ EU เริ่มจัดเก็บภาษีคาร์บอนเต็มรูปแบบในปี 2569 ทำให้ผู้ส่งออกเหล็กไทยต้องซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่ฝังอยู่ในสินค้า ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 28,000 ล้านบาท
CBAM ยังมีแผนขยายไปยังสินค้าปลายน้ำ เช่น ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทยในอนาคต
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะจีนและยุโรป ทำให้ความต้องการเหล็กลดลง ขณะที่การแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น จีนและอินเดีย ยังคงรุนแรง
โอกาสใหม่

ผู้ผลิตที่ใช้ เทคโนโลยีเตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำ จะมีโอกาสสร้างความแตกต่างและขยายตลาดส่งออกไปยังยุโรปและญี่ปุ่นที่เน้นมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ตลาดในประเทศยังมีความต้องการเหล็กจากโครงการก่อสร้างภาครัฐและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
การพัฒนาเหล็กพิเศษ เช่น เหล็กคุณภาพสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงการพลังงานสะอาด อาจเป็นช่องทางใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

ผลกำไรของผู้ผลิตในประเทศ

ผู้ผลิตเหล็กไทยในปี 2568–2569 เผชิญแรงกดดันจาก ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงมาตรการ CBAM ของ EU ที่เพิ่มต้นทุนส่งออก
กำไรสุทธิของผู้ผลิตรายใหญ่มีแนวโน้ม หดตัวลง 8–12% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังสูง
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่ปรับตัวสู่การใช้ เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) และรีไซเคิลเศษเหล็ก สามารถลดต้นทุนคาร์บอนและรักษาอัตรากำไรได้ดีกว่าผู้ผลิตที่ใช้เตาสูง (Blast Furnace)

ตลาดในประเทศยังช่วยพยุงผลประกอบการ โดยเฉพาะความต้องการจากโครงการก่อสร้างและยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
แนวโน้มการใช้งานเหล็กในภาคอุตสาหกรรม

ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน: ยังคงเป็นผู้ใช้เหล็กหลัก คิดเป็นกว่า 60% ของการใช้เหล็กในประเทศ โดยมีโครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน และพลังงานทดแทนเป็นแรงหนุน
ยานยนต์และ EV: มีความต้องการเหล็กคุณภาพสูงและเหล็กแผ่นรีดร้อน/รีดเย็นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเหล็กที่ใช้ในโครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมการผลิต: ใช้เหล็กทรงแบนและเหล็กเคลือบสังกะสีมากขึ้น เนื่องจากการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโต
พลังงานสะอาดและโครงสร้าง Offshore: แนวโน้มการใช้เหล็กพิเศษ เช่น เหล็กทนแรงดึงสูง สำหรับกังหันลมและโครงสร้างพลังงานทางทะเล
 
✨ บทบาทของ SO OK TRADING

ในบริบทที่ผู้ผลิตเหล็กไทยต้องเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ตลาดโลก โดยรวมถึง สินค้าอุตสาหกรรมคุณภาพสูงอย่างเหล็ก ด้วย:

คุณภาพและมาตรฐานสากล: นำเสนอสินค้าที่ผ่านมาตรฐานระดับโลก
ความยั่งยืน: สื่อสารแบรนด์ที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การสร้างคุณค่าเหนือราคา: ช่วยให้คู่ค้าต่างประเทศมั่นใจในสินค้าไทยทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
 
แม้ผลกำไรของผู้ผลิตเหล็กไทยปี 2569 จะถูกกดดันจากต้นทุนและมาตรการ CBAM แต่การปรับตัวสู่การผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำและการตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ เช่น EV และพลังงานสะอาด คือโอกาสสำคัญ และ SO OK TRADING พร้อมเป็นสะพานเชื่อมคุณค่าของสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคและนักลงทุนทั่วโลก.
 
✨ เกี่ยวกับ SO OK TRADING

ในบริบทการแข่งขันที่เข้มข้น SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ตลาดโลก รวมถึง สินค้าอุตสาหกรรมคุณภาพสูงอย่างเหล็ก โดยเน้น คุณภาพและมาตรฐานสากล: คัดเลือกและนำเสนอสินค้าที่ผ่านมาตรฐานระดับโลก ความยั่งยืน: สื่อสารแบรนด์ที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าเหนือราคา: จาก “ผู้ส่งออกสินค้าไทย” สู่ “ผู้สร้างคุณค่าในตลาดโลก”
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สงครามราคาเหล็ก 2026: เอเชียร่วง ตะวันตกแรง ไทยได้เปรียบในฐานะผู้ซื้อ แต่ผู้ผลิตต้องสู้ด้วยกลยุทธ์ใหม่ — วิเคราะห์แนวโน้มและโอกาส Green Steel ในสมรภูมิโลก”
สงครามราคาเหล็ก 2026: เมื่อเอเชียดิ่งลง ตะวันตกพุ่งทะยาน ผู้ซื้อไทยได้เปรียบ แต่ผู้ผลิตต้องสู้เพื่ออยู่รอด ตลาดเหล็กโลกกำลังอยู่ใน “เกมสองขั้ว” ที่ร้อนแรงที่สุดในรอบปี — ฝั่งเอเชียราคาดิ่งแรงจาก Oversupply และดีมานด์จีนที่ชะลอตัว ขณะที่ฝั่งตะวันตกกลับพุ่งทะยานจากกำแพงภาษีและต้นทุนพลังงานที่บีบคั้น สำหรับประเทศไทย ภาพรวมคือ “ผู้ซื้อยิ้มได้ แต่ผู้ผลิตต้องกัดฟันสู้” ราคาหน้าร้านถูกลงกว่า 8% จากการทุ่มตลาดของจีนและเวียดนาม แต่ต้นทุนโรงงานกลับพุ่งขึ้นกว่า 50% ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าขนส่ง ทำให้ผู้ผลิตไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่ออยู่รอดในสมรภูมิที่แข่งขันดุเดือด ในขณะเดียวกัน ตลาดบรรจุภัณฑ์โลหะ (Tin Plate) แม้ยอดขายจะหดตัว -1.2% ถึง -4.5% แต่ต้นทุนวัตถุดิบลดลง 9–10% ช่วยพยุงมาร์จิ้น และยังมีจุดแข็งด้านการรีไซเคิลสูงถึง 92% ตอบโจทย์เทรนด์ ESG และ Green Steel ที่กำลังมาแรงทั่วโลก
5 มิ.ย. 2026
“จับตาเหล็กไทยปี 2026: จากแรงกดดันสู่โอกาส Green Steel – วิเคราะห์วิกฤต 4 เด้งและ Outlook ครึ่งปีหลัง โดย SO OK TRADING”: 24 JUNE 2026
หล็กไทยในวิกฤต 4 เด้ง: พลิกเกมสู่ Green Steel และ Outlook ครึ่งปีหลัง 2026 SO OK TRADING | 24 มิถุนายน 2026 อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ — จากแรงกดดันรอบด้านทั้งต้นทุนพลังงาน ค่าระวางเรือ และการแข่งขันจากเหล็กราคาถูกต่างประเทศ แต่ในวิกฤตก็มี “โอกาสใหม่” เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Green Steel เหล็กรีไซเคิลรักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์มาตรฐานสากล ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึก
24 มิ.ย. 2026
วิเคราห์ สถานการณ์อุตสาหกรรม และ โลหะ อุตสาหกรรม : ทั้ง FERROUS และ NON - FERROUS: ในสถานการณ์ที่โลกผันผวนจาก สถานการณ์ตะวันออกกลาง : บทความโดย SO OK TRADING: 9 APR 2026
ตลาดโลหะโภคภัณฑ์ปี 2026 : ปีแห่งความผันผวนและโอกาสใหม่ของโลกโลหะ ปีนี้ โลหะมีค่าพุ่งแรง โลหะอุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี AI SO OK TRADING สรุปภาพรวมตลาดโลหะทั่วโลก พร้อมแนวโน้มราคาทองคำ ทองแดง ดีบุก และอลูมิเนียม รวมถึงสถานการณ์ในประเทศไทย เพื่อให้คุณมองเห็นโอกาสก่อนใคร FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจที่คุณไว้วางใจ
9 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy