แชร์

เกร็ดความรู้ พื้นฐานแร่เงิน : วิเคราะห์ การใช้งาน : ทิศทางราคา และ ปัจจัยเสริม BY SO OK TRADING as of 20 JAN 2026

อัพเดทล่าสุด: 20 ม.ค. 2026
2660 ผู้เข้าชม

Silver Market Outlook 2026 – Strategic Metal for the Future

ภาพรวมตลาดแร่เงิน (Silver)

ในช่วงวันที่ 18–20 มกราคม 2569 ราคาซื้อขายแร่เงินทั่วโลกปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่ (All-Time High) ที่ระดับ 93–94 USD/oz และราคาซื้อขายในประเทศไทยสำหรับเงินแท่ง 99.99% อยู่ที่ 93,450 – 102,856 บาท/กก. แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ถูกมองว่าเป็น ขาขึ้นแรง (Strong Bullish) จากทั้งปัจจัยอุตสาหกรรมและการลงทุน โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่าราคาอาจพุ่งแตะ 100 USD/oz ภายในเดือนมีนาคม

 
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแร่เงิน

1. การผลิตและเหมืองแร่เงิน

ประเทศผู้ผลิตหลัก: เม็กซิโก จีน เปรู รัสเซีย และโปแลนด์ ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ของโลก
เหมืองสำคัญ: Zacatecas และ Peñasquito (เม็กซิโก), เหมืองในเปรูที่มีปริมาณสำรองสูงที่สุดในโลก
บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่: Fresnillo plc, Pan American Silver, Glencore, Newmont Corporation, KGHM Polska Miedź
ลักษณะการผลิต: เงินส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกขุดโดยตรง แต่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะอื่น เช่น ตะกั่ว สังกะสี และทองแดง
2. คุณสมบัติเด่นของแร่เงิน

เป็น ตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดีที่สุด ในบรรดาโลหะทั้งหมด
มีคุณสมบัติ ต้านเชื้อจุลชีพ (Antimicrobial) ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์
มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการลงทุน
 

การใช้งานในปัจจุบันและอนาคต

พลังงานสะอาด (Green Energy)

โซลาร์เซลล์: เงินถูกใช้ทำเป็น Silver Paste เพื่อนำไฟฟ้าออกจากเซลล์แสงอาทิตย์
รถยนต์ไฟฟ้า (EVs): ใช้เงินมากกว่ารถยนต์สันดาปภายในเกือบ 2 เท่า (25–50 กรัมต่อคัน)
อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

เซมิคอนดักเตอร์และ AI Chips: เงินช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งข้อมูล
อุปกรณ์ 5G/6G: ใช้เงินในสถานีฐานและอุปกรณ์สื่อสารความถี่สูง
การแพทย์และสุขอนามัย

สารต้านเชื้อจุลชีพ: ใช้เคลือบอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือผ่าตัด และระบบกรองน้ำ
การลงทุนและเครื่องประดับ

Sterling Silver 925: ใช้ทำเครื่องประดับและเครื่องใช้หรูหรา
เหรียญและแท่งเงิน: เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อและรักษามูลค่า
อุตสาหกรรมอื่น ๆ

กระจกและเลนส์: ใช้เคลือบเพื่อการสะท้อนแสงที่สมบูรณ์
Catalysts: ใช้ในกระบวนการผลิตพลาสติกและสารเคมีสำคัญ
 

แนวโน้มตลาดแร่เงินในอนาคต

Supply Deficit: ความต้องการสูงกว่าปริมาณการผลิตต่อเนื่อง
Strategic Metal: เงินถูกยกระดับจากโลหะมีค่าเพื่อความสวยงาม สู่โลหะเชิงยุทธศาสตร์ที่ขาดไม่ได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลและ Net Zero
โอกาสการลงทุน: ถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ม้ามืด” ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าทองคำในปี 2569

บทวิเคราะห์ราคาสินแร่เงิน BY SO OK TRADING 

เดือนมกราคม 2569 

20/1/2569 - 31/1/2569 : FLOOR 88 USD/Onz , CEILING 95 USD/Onz , AVERAGE POINT 91 USD/Onz , NORMAL BASE LINE 90-92 USD/Onz 

ไตรมาส 1/2569

FLOOR 90 USD/Onz CELING 97 USD/Onz : Normal Base Line 93-94 USD/Onz - AVERAGE POINT93.5 USD/Onz

HALF 1/2569 

STILL IN BULLISH TREND : NEED TO RE EVALUATE : SILVER PRICE SUPPOSED TO REACH 100 USD/Onz on Q2/2569 ***
 




บทความที่เกี่ยวข้อง
“เจาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569: AI พลังงานสะอาด และการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์” บทความโดย SO OK TRADING
ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI และพลังงานสะอาด พร้อมการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์อย่าง ทอง เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงกดดัน ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง Transition ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้าน R&D เพื่อไม่ให้ตกขบวน ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569 พร้อมชี้โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ตั้งแต่ เทคโนโลยีดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร พลังงานสะอาด ไปจนถึงตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ พลังงานสะอาด พร้อมกับการผงาดขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง การเปลี่ยนผ่าน (Transition) ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อคว้าโอกาสใหม่ใน การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) การผลิตสีเขียว (Green Manufacturing) และตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
17 ก.พ. 2026
ทิศทางการใช้ อลูมิเนียมในอนาคต (ปี2026) , ทิศทางราคาอลูมิเนียม และ สถานะการณ์ Carbon Footprint
ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก. แนวโน้มสำคัญ: การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง. ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า. นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย. การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ. ความท้าทาย: ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน. การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ. โอกาส: ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร. การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล. สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025
“ญี่ปุ่นปี 2026: กลับมาแล้ว! เศรษฐกิจฟื้นตัว ดอกเบี้ยพุ่ง สวนกระแสโลก สู่ยุคใหม่แห่งพลังงานสะอาดและการพลิกเกมเศรษฐกิจโลก”
ญี่ปุ่นปี 2026: ฟื้นตัวบนเส้นทางเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น สวนทางโลก บทความโดย SO OK TRADING | 29 มิถุนายน 2026 เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ — จากประเทศที่เคยเผชิญภาวะเงินฝืดยาวนาน สู่ยุคใหม่ที่ต้องรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ขณะที่โลกตะวันตกเริ่มลดดอกเบี้ย ญี่ปุ่นกลับเลือก “สวนทาง” เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน การบริโภคภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคัก ภาคส่งออกและการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลอัดฉีดงบกว่า 21.99 ล้านล้านเยน เพื่อพยุงกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.00% สูงสุดในรอบ 31 ปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เร่งตัว แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากราคาพลังงานและโครงสร้างประชากรสูงวัย แต่ญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด — ทั้ง Offshore Wind และ Clean Hydrogen เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาวและลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง นี่คือภาพสะท้อนของประเทศที่ “ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทาย” และกำลังวางรากฐานใหม่ให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในเวทีโลก
29 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy