แชร์

“Rare Earth: วิตามินของอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่” : SO OK TRADING กับโอกาสธุรกิจ Rare Earth

อัพเดทล่าสุด: 16 ม.ค. 2026
85 ผู้เข้าชม
Rare Earth Elements (REEs): วิตามินของอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่

จากทรัพยากรยุทธศาสตร์สู่โอกาสธุรกิจของ SO OK TRADING

ความสำคัญของ Rare Earth

Rare Earth Elements (REEs) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิดที่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์เฉพาะตัว แม้จะใช้ในปริมาณไม่มาก แต่กลับเป็น “หัวใจ” ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV), กังหันลม, สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, ไปจนถึง ระบบป้องกันประเทศ และ เครื่องมือแพทย์ขั้นสูง

REEs จึงถูกขนานนามว่าเป็น “วิตามินของอุตสาหกรรมโลก” หากขาดแคลนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและการแก้ปัญหาโลกร้อน

 ภูมิรัฐศาสตร์และการผูกขาด

จีน ครองกำลังการผลิตมากกว่า 70% ของโลก แม้จะมีปริมาณสำรองเพียง ~40% แต่ด้วยเทคโนโลยีการแยกแร่ที่ล้ำหน้า จีนจึงยังคงเป็นผู้เล่นหลักและใช้ REEs เป็นเครื่องมือทางการค้า
เวียดนามและบราซิล กำลังถูกจับตามอง เนื่องจากมีปริมาณสำรองสูงเป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลก แต่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เร่งหาทางลดการพึ่งพาจีน ทั้งการลงทุนในเหมืองใหม่และการรีไซเคิล
 

สถานะของประเทศไทยในปี 2026

การผลิต: ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอันดับ 6 ของโลกในปี 2024–2025 ด้วยปริมาณการผลิต ~13,000 ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 260% ภายในปีเดียว คิดเป็น ~3.3% ของการผลิตโลก
ปริมาณสำรอง: แม้มีสำรองเพียง ~4,500 ตัน (อันดับ 12 ของโลก) แต่ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะ ผู้แปรรูปเบื้องต้น (Beneficiation) โดยนำเข้าวัตถุดิบดิบมาเพิ่มมูลค่าและส่งออก
แหล่งทรัพยากร: พบในภาคใต้ (ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, สงขลา, ยะลา, ชุมพร), ภาคเหนือ/ตะวันตก (เชียงราย, เชียงใหม่, กาญจนบุรี), และภาคอีสาน (นครราชสีมา, บุรีรัมย์)
ความร่วมมือ: ไทยลงนาม MOU กับสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการสกัด และมีการลงทุนจากต่างชาติ เช่น แคนาดา ตั้งโรงงานแปรรูปเพื่อส่งออกไปญี่ปุ่น
 

ความท้าทายปี 2026

สิ่งแวดล้อม: การจัดการกากสารพิษและผลกระทบจากการสกัดยังเป็นประเด็นที่ต้องการกฎหมายเฉพาะ
ภูมิรัฐศาสตร์: ไทยต้องรักษาสมดุลระหว่างจีน (ผู้ครองตลาดและเทคโนโลยี) และสหรัฐฯ (พันธมิตรใหม่ด้านความมั่นคงทางทรัพยากร)
คอขวดการแปรรูป: แม้หลายประเทศจะขุดแร่ได้ แต่กว่า 90% ของการแยกแร่บริสุทธิ์ยังคงอยู่ในจีน
 -----------

Rare Earth: วัตถุดิบยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลก

วิเคราะห์ 10 ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ และบทบาทของไทยในเวทีโลก

ในยุคที่เทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลก “แร่เรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements) ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม EV, แบตเตอรี่, พลังงานหมุนเวียน, อิเล็กทรอนิกส์, และระบบป้องกันประเทศ

10 อันดับประเทศผู้ผลิต Rare Earth (สถิติปี 2024–2025)

จีน (China) ผลิต 270,000 ตัน ครองสัดส่วนราว 70% ของการผลิตโลก ยังคงเป็นผู้นำแบบเบ็ดเสร็จ
สหรัฐอเมริกา (United States) ผลิต 45,000 ตัน โดยมีเหมือง Mountain Pass ในแคลิฟอร์เนียเป็นแหล่งหลัก
เมียนมา (Myanmar) ผลิต 31,000 ตัน แม้ลดลงจากปีก่อน แต่ยังเป็นแหล่งส่งออกสำคัญให้จีน
ออสเตรเลีย (Australia) ผลิต 13,000 ตัน มุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่หลากหลายเพื่อลดการพึ่งพาจีน
ไนจีเรีย (Nigeria) ผลิต 13,000 ตัน ขยายกำลังผลิตอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา
ไทย (Thailand) ผลิต 13,000 ตัน ก้าวกระโดดขึ้นมาติดอันดับโลกด้วยการเติบโตกว่า 260% ภายในปีเดียว
อินเดีย (India) ผลิต 2,900 ตัน ส่วนใหญ่ใช้ในประเทศและเริ่มควบคุมการส่งออกมากขึ้น
รัสเซีย (Russia) ผลิต 2,500 ตัน ปริมาณคงที่จากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและการเมือง
มาดากัสการ์ (Madagascar) ผลิต 2,000 ตัน
เวียดนาม (Vietnam) ผลิต 300–600 ตัน แม้มีปริมาณสำรองเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่การผลิตยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
 

ข้อสังเกตสำคัญปี 2026

ไทยโดดเด่นขึ้นมาเป็น “จิ๊กซอว์” สำคัญ ในห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งด้านการผลิตและการแปรรูปเบื้องต้น
โลกเร่งกระจายฐานการผลิต ออกจากจีน เพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี โดยสหรัฐฯ และออสเตรเลียเป็นผู้นำ
คอขวดใหญ่ยังอยู่ที่การแปรรูป (Refining) ซึ่งกว่า 90% ยังคงกระจุกตัวในจีน
 

โอกาสทางธุรกิจกับ SO OK TRADING

SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรด้านวัตถุดิบ Rare Earth สำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่, EV, และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยจุดแข็ง:

วัตถุดิบคุณภาพสูง ผ่านการคัดแยกและควบคุมมาตรฐาน
ซัพพลายเชื่อถือได้ รองรับการผลิตต่อเนื่องแม้ในภาวะตลาดผันผวน
เชื่อมโยงห่วงโซ่ ESG สนับสนุนการรีไซเคิลและการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมส่งออกและแปรรูปเบื้องต้น สำหรับตลาดที่ต้องการวัตถุดิบบริสุทธิ์
 
คุณภาพมาตรฐานสากล: วัตถุดิบ Rare Earth ผ่านการคัดแยกและควบคุมคุณภาพเข้มงวด
ซัพพลายเชื่อถือได้: รองรับการผลิตต่อเนื่องแม้ในภาวะตลาดผันผวน
โซลูชันครบวงจร: จากการจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การแปรรูปและส่งออก
พันธมิตรเพื่อความยั่งยืน: เชื่อมโยงกับแนวทาง ESG และ Circular Economy
 
 สรุป

Rare Earth ไม่ใช่เพียงทรัพยากร แต่คือ “กุญแจ” ของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยีโลกอนาคต ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะ Processing Hub ของอาเซียน และ SO OK TRADING คือผู้เล่นที่พร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ให้ลูกค้าเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงที่มั่นคงและยั่งยืน

 
SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่, EV, และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Lead Bullion & Circular Economy – ตะกั่วรีไซเคิลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน : พลังงานต้นน้ำเพื่ออนาคตอุตสาหกรรม BY SO OK TRADING
Lead Bullion – พลังงานต้นน้ำที่ขับเคลื่อนโลกอุตสาหกรรม ตะกั่วแท่ง (Lead Bullion) คือวัตถุดิบโลหะหนักที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทั้งความหนาแน่นสูง ป้องกันรังสีได้ เนื้ออ่อนดัดง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ และสามารถรีไซเคิลได้ 100% จึงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ การป้องกันรังสี งานก่อสร้าง และการผลิตโลหะผสม แนวโน้มตลาดปี 2569 คาดว่าความต้องการทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น ราคาทรงตัว หรือสูงขึ้นที่ระดับ 2050 -2200 USD/MT และการรีไซเคิลมีสัดส่วนสูงขึ้นตามมาตรฐาน ESG ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลก SO OK TRADING มุ่งมั่นจัดหาตะกั่วแท่งคุณภาพสูงเพื่อสนับสนุนอนาคตพลังงานและอุตสาหกรรมโลก
16 ม.ค. 2026
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ความต้องการเหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจีนแม้ยังชะลอตัว แต่การลดลงเริ่มเบาลง ด้านราคาเหล็กมีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) แม้ยังมีแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินของจีนและมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่มั่นคงมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ความต้องการเหล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาคก่อสร้างและยานยนต์ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีนที่ครองตลาดสูงถึง 50% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวางและระบบโลจิสติกส์ราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคา พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวน ดูแลเอกสารและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนที่มองหาเหล็กเฉพาะทาง SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก
15 ม.ค. 2026
SO OK Trading: สะพานทองผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน : มิติใหม่การส่งออกสินค้าเกษตรไทย ด้วยระบบรางสู่จีนและเอเชียตะวันออก
SO OK Trading: ผู้นำการส่งออกทุเรียนสดไทยสู่ตลาดจีน ด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง ไทย–ลาว–จีน และ Cold-Chain Logistics ที่ทันสมัย เราสามารถส่งมอบทุเรียนสดคุณภาพพรีเมียมถึงมือผู้บริโภคจีนภายในเวลาไม่ถึง 15 ชั่วโมง สดใหม่ รสชาติหวานมัน และได้มาตรฐานสากล ทุเรียนไทย — ราชาแห่งผลไม้ - รสชาติพรีเมียมที่ผู้บริโภคจีนหลงรัก - ราคาที่แข่งขันได้ พร้อมความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง - การันตีคุณภาพทุกผล ส่งตรงจากสวนไทยสู่ตลาดจีน ทำไมต้องเลือก SO OK Trading - เชี่ยวชาญตลาดจีน เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มผลไม้พรีเมียม - ระบบโลจิสติกส์ทันสมัย รักษาความสดใหม่ทุกขั้นตอน - เครือข่ายคู่ค้ากว้างขวาง เชื่อมโยงเกษตรกรไทยกับผู้ซื้อรายใหญ่ในจีน - ลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงได้ถึง 50–70% พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีตั้งแต่ปี 2569 SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่คุณเชื่อถือได้ เราส่งมอบทุเรียนสดคุณภาพพรีเมียมจากไทย สู่ผู้บริโภคจีนและเอเชียตะวันออกอย่างมั่นคงและยั่งยืน
15 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy