แชร์

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2026
4428 ผู้เข้าชม

แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น

ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปี 2568 ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่ความต้องการเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ราคามีแนวโน้มขยับขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ไม่ได้ลดลงเหมือนช่วงก่อนหน้า

ในภาพรวม ความต้องการใช้เหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน รถไฟ และพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะเติบโตถึง 9% ในช่วงปี 2568–2569 ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวอย่างมีวินัย โดยสหรัฐฯ โต 1.8% จากการลดดอกเบี้ยและการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่วนยุโรปโต 3.2% จากการฟื้นตัวของภาคยานยนต์และการปรับปรุงอาคารตามมาตรฐานพลังงาน

แม้จีนยังเผชิญภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่การลดลงของความต้องการเหล็กเริ่มชะลอตัวเหลือเพียง -1% โดยมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กช่วยพยุงภาพรวม ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มเติบโตจากการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ความต้องการเหล็กกระจายตัวมากขึ้น

ด้านราคาเหล็ก ปี 2569 มีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้น (Rebar) คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 หยวนต่อตัน หรือประมาณ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) ส่วนต้นทุนสินแร่เหล็กอยู่ในช่วง 83–95 ดอลลาร์/ตัน จากอุปทานใหม่ในกินีและออสเตรเลีย แม้สเปรดราคาระหว่างเหล็กแผ่นกับวัตถุดิบจะทรงตัว แต่มาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ และยุโรปทำให้ราคาภายในประเทศเหล่านั้นสูงกว่าตลาดโลก และเกิดการแยกส่วนของตลาดโลกอย่างชัดเจน

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่ อุปทานส่วนเกินจากจีน ซึ่งหากมีการทุ่มส่งออกอาจกดราคาทั่วโลกให้ตกต่ำลง รวมถึงนโยบายการเงิน หากการลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด อาจชะลอการลงทุนและลดแรงส่งของดีมานด์ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการค้าและขนส่งทางทะเล รวมถึงความผันผวนของค่าเงินและราคาพลังงาน ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขายข้ามภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย ความต้องการใช้เหล็กในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยตามภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยฐานปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 16.2 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจากจีน ซึ่งอาจครองตลาดไทยถึง 50% หากไม่มีมาตรการตอบโต้ที่เข้มงวด

ในด้านโอกาส ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้กลยุทธ์ผสม เช่น การนำเข้าวัตถุดิบหรือเหล็กกึ่งสำเร็จรูป แล้วเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเฉพาะทาง พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและการรับรอง เพื่อเข้าถึงลูกค้าพรีเมียม และแข่งขันในตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม เช่น อาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดในปี 2569 คือความต้องการเหล็กจะสูงขึ้น และราคามีโอกาสขยับขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ โดยผู้ผลิตที่สามารถบริหารต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน

 ----------

SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก
SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวาง และโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์แบบราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคาเหล็ก/สินแร่ พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี

เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวนของราคา ดูแลเอกสาร มาตรฐาน และการรับรอง เพื่อความมั่นใจในการส่งออก และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคและพาณิชย์ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าจีนที่ต้องการเหล็กเฉพาะทาง

SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก

 ---------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ทองคำโลก พฤษภาคม 2569: จุดพักระยะสั้น ก่อนทะยานสู่คลื่นขาขึ้นครั้งใหญ่”: SO OK TRADING: 5 MAY 2026
ทองคำโลก พฤษภาคม 2569: พักฐานชั่วคราว ก่อนทะยานสู่คลื่นขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังจากราคาทองคำโลกทำสถิติสูงสุดในไตรมาสแรก ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “พักฐานระยะสั้น” ท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวสูง แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะกลาง–ยาวยังคงแข็งแกร่ง ทั้งแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ปี 2569 ยังคงเป็น “ปีทองของทองคำ” อย่างแท้จริง
5 พ.ค. 2026
“วิกฤตเหล็กไทย 2569: ยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันโลก กับ SO OK TRADING – พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้”
เหล็กไทยปี 2569: เมื่ออุตสาหกรรมต้องยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันและเหล็กนำเข้าจากจีน SO OK TRADING | 12 กรกฎาคม 2569 ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเหล็กไทย — ราคาภายในประเทศปรับขึ้นกว่า 10–15% จากต้นทุนเศษเหล็กและเงินบาทที่อ่อนค่า แต่กำลังการผลิตจริงกลับลดลงต่ำกว่า 30% เนื่องจากเหล็กราคาถูกจากจีนเข้ามาท่วมตลาดและครองส่วนแบ่งไปเกือบครึ่ง ตลาดเหล็กก่อสร้างยังได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐและเอกชน เช่น รถไฟความเร็วสูงและโครงการ EEC ขณะที่ตลาดเหล็กโครงสร้างได้รับผลดีจากมาตรการ Anti-Dumping ส่วนตลาดเหล็กรูปพรรณยังแข่งขันดุเดือดจากทุนจีนที่เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศ ท่ามกลางความท้าทายนี้ อุตสาหกรรมไทยกำลังเร่งปรับตัวด้วยสองแนวทางหลัก: Green Steel Revolution — ใช้เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ลดคาร์บอนและตอบโจทย์คู่ค้าพรีเมียม มาตรการรัฐเข้มงวดขึ้น — ผลักดัน Anti-Dumping และมาตรฐาน มอก. ใหม่เพื่อสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ SO OK TRADING: พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้ ประสบการณ์กว่า 20 ปีในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและการจัดหาวัตถุดิบ เชี่ยวชาญทั้งเหล็กเส้น RB6, RB9 และเหล็กข้ออ้อย SD40, DB12, DB16 มาตรฐาน มอก. บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงการส่งตรงถึงโรงงานลูกค้า ราคาสมเหตุสมผล คุณภาพระดับสากล และพร้อมตอบโจทย์โครงการรัฐและเอกชน “SO OK TRADING ไม่ใช่แค่ผู้ขายเหล็ก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่วยให้โครงการของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ”
12 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy