แชร์

"Silver 2026: ราคาพุ่งแรง สู่โลหะเชิงยุทธศาสตร์ พร้อม SO OK TRADING" - ประเมินราคาแร่เงิน มค 2026 และทิศทางในอนาคต

อัพเดทล่าสุด: 14 ม.ค. 2026
4849 ผู้เข้าชม

แนวโน้มราคาแร่เงิน ประเมินราคาเคลื่อนไหว กรอบ มกราคม 2026 , H1/2026 และ Whole Year 2026

ตลาดแร่เงินในปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังจากปี 2025 ราคาพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวและสร้างสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกวัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 เวลา 08.30 ตามเวลาไทย ราคาสัญญาล่วงหน้าเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 89.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังมีแรงซื้อที่ต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนและภาคอุตสาหกรรม

แรงขับเคลื่อนสำคัญคือความต้องการใช้เงินในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เงินจึงไม่ใช่เพียงโลหะมีค่าอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกันอุปทานยังคงตึงตัว เหมืองผลิตไม่ทันต่อความต้องการ ทำให้ราคามีแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง

ในระยะสั้น ช่วงเดือนมกราคมถึงไตรมาสแรกของปี 2026 ราคามีโอกาสทะลุแนวต้านที่ 95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากแรงซื้อยังคงแข็งแกร่ง อาจขยับฐานไปที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ หากทะลุขึ้นไปได้มีโอกาสเห็นราคาทะยานถึง 105-110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งปีแรก

สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงยาว หากอุปทานยังขาดแคลนและการลงทุนด้านพลังงานสะอาดขยายตัวต่อเนื่อง ราคามีโอกาสพักฐานที่ระดับ 100-105 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในครึ่งปีแรก และหากมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การจำกัดการส่งออกจากจีน หรือนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังคงผ่อนคลาย ก็อาจเห็นราคาทะลุ110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปถึง 115 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือสูงกว่านั้นในช่วงปลายปี 2026

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากมีการกลับขึ้นดอกเบี้ย เงินอาจถูกกดดันให้ปรับตัวลง อีกทั้งหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการใช้เงินในภาคอุตสาหกรรมก็อาจลดลงตาม แม้ปัจจุบันแนวโน้มดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นปัจจัยที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

 บทสรุป

ปี 2026 เป็นปีที่แร่เงินมีแนวโน้มราคาขาขึ้นต่อเนื่อง โดยมีโอกาสแตะระดับ 100–117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดทั้งปี ปัจจัยบวกจากดีมานด์ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและภาวะอุปทานขาดแคลนยังคงหนุนราคา แต่ความเสี่ยงจากนโยบายดอกเบี้ยและเศรษฐกิจโลกก็ยังคงต้องจับตา

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือซื้อขายแร่เงินในประเทศไทย บริษัท SO OK TRADING ถือเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือและพร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งในด้านการซื้อขายและการให้คำปรึกษา เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้โอกาสจากตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

------------

  แนะนำบริษัท SO OK TRADING

ในบริบทที่ตลาดแร่เงินมีความผันผวนและมีโอกาสเติบโตสูง บริษัท SO OK TRADING จึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการควรทำความรู้จัก บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายสินแร่,โลหะมีค่าและแร่เงินในประเทศไทย โดยมีจุดแข็งหลายด้าน

SO OK TRADING ดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานสากล โปร่งใส และมีเครือข่ายคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าได้รับความมั่นใจในทุกการซื้อขาย นอกจากนี้ยังมีบริการครบวงจร ตั้งแต่การซื้อ–ขาย สินแร่ ,แร่เงินและโลหะมีค่า ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ทีมงานของบริษัทติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ข้อมูลที่ทันสมัยและแม่นยำแก่ลูกค้า

พันธกิจของ SO OK TRADING คือการเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการลงทุนมนสินแร่ ,แร่เงิน โลหะมีค่า พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศไทยและภูมิภาค บริษัทจึงไม่เพียงเป็นผู้ค้าขาย แต่ยังเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวไปพร้อมกับลูกค้าและคู่ค้า



บทความที่เกี่ยวข้อง
Lead Ingot 101: วัตถุดิบเล็กที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหญ่ (ตะกั่วแท่ง): Lead Ingot คือคำตอบ: ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ หรือโลจิสติกส์ ***
รู้จัก Lead Ingot: วัตถุดิบโลหะที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั่วโลก ตะกั่วแท่งไม่ใช่แค่โลหะธรรมดา แต่เป็นหัวใจของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่แบตเตอรี่คุณภาพสูง ฉากกั้นรังสี ไปจนถึงงานประมงและอุปกรณ์กีฬา บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก: ✅ ความแตกต่างระหว่างตะกั่วบริสุทธิ์ vs ตะกั่ว Remelt ✅ การใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ✅ แนวโน้มราคาในตลาดโลกและไทย ✅ โอกาสทางธุรกิจที่คุณไม่ควรมองข้าม
5 ก.พ. 2026
“ทองแดงรีไซเคิล: พลังใหม่เศรษฐกิจสีเขียวไทย — จากเศษโลหะสู่โอกาสพันล้าน บนเวทีโลก พร้อมมุมมองตลาด Scrap 2026–2035 โดย SO OK TRADING”
ทองแดง — โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุคพลังงานสะอาด ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีดิจิทัล ทองแดงได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ทั้งในด้านการผลิต การส่งผ่านพลังงาน และระบบดาต้าเซนเตอร์ที่ขับเคลื่อน AI ทั่วโลก ประเทศไทยเองก็ไม่แพ้ใคร — อุตสาหกรรมรีไซเคิลทองแดงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ “ขาขึ้นเชิงโครงสร้าง” (Structural Uptrend) ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยกว่า 7.6% ต่อปี และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน Top 10 ผู้ส่งออกเศษทองแดงของโลก ♻️ จากเศษโลหะสู่โอกาสทางธุรกิจระดับโลก ทองแดงรีไซเคิลไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนถึง 85% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่ ตอบโจทย์มาตรฐาน ESG และ Net Zero ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โรงหลอมและผู้ประกอบการไทยจึงเร่งปรับตัวสู่เทคโนโลยีสะอาด เช่น เครื่องปอกสายไฟอัตโนมัติ และระบบคัดแยกด้วย LIBS / Hyperspectral Imaging เพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์และมูลค่าทางการค้า ⚙️ ตลาดโลกกำลังเข้าสู่ Supercycle ราคาทองแดงโลกในช่วงปี 2026–2035 มีแนวโน้มพุ่งทะยานจากแรงหนุนของ EV, AI, Data Centers และพลังงานสะอาด โดยคาดว่าภายในปี 2035 ราคาจะทะลุ $15,000 ต่อตัน จากภาวะขาดแคลนอุปทานและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าทั่วโลก
31 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy