แชร์

"Silver 2026: ราคาพุ่งแรง สู่โลหะเชิงยุทธศาสตร์ พร้อม SO OK TRADING" - ประเมินราคาแร่เงิน มค 2026 และทิศทางในอนาคต

อัพเดทล่าสุด: 14 ม.ค. 2026
4234 ผู้เข้าชม

แนวโน้มราคาแร่เงิน ประเมินราคาเคลื่อนไหว กรอบ มกราคม 2026 , H1/2026 และ Whole Year 2026

ตลาดแร่เงินในปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังจากปี 2025 ราคาพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวและสร้างสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกวัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 เวลา 08.30 ตามเวลาไทย ราคาสัญญาล่วงหน้าเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 89.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังมีแรงซื้อที่ต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนและภาคอุตสาหกรรม

แรงขับเคลื่อนสำคัญคือความต้องการใช้เงินในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เงินจึงไม่ใช่เพียงโลหะมีค่าอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกันอุปทานยังคงตึงตัว เหมืองผลิตไม่ทันต่อความต้องการ ทำให้ราคามีแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง

ในระยะสั้น ช่วงเดือนมกราคมถึงไตรมาสแรกของปี 2026 ราคามีโอกาสทะลุแนวต้านที่ 95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากแรงซื้อยังคงแข็งแกร่ง อาจขยับฐานไปที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ หากทะลุขึ้นไปได้มีโอกาสเห็นราคาทะยานถึง 105-110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งปีแรก

สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงยาว หากอุปทานยังขาดแคลนและการลงทุนด้านพลังงานสะอาดขยายตัวต่อเนื่อง ราคามีโอกาสพักฐานที่ระดับ 100-105 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในครึ่งปีแรก และหากมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การจำกัดการส่งออกจากจีน หรือนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังคงผ่อนคลาย ก็อาจเห็นราคาทะลุ110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปถึง 115 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือสูงกว่านั้นในช่วงปลายปี 2026

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากมีการกลับขึ้นดอกเบี้ย เงินอาจถูกกดดันให้ปรับตัวลง อีกทั้งหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการใช้เงินในภาคอุตสาหกรรมก็อาจลดลงตาม แม้ปัจจุบันแนวโน้มดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นปัจจัยที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

 บทสรุป

ปี 2026 เป็นปีที่แร่เงินมีแนวโน้มราคาขาขึ้นต่อเนื่อง โดยมีโอกาสแตะระดับ 100–117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดทั้งปี ปัจจัยบวกจากดีมานด์ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและภาวะอุปทานขาดแคลนยังคงหนุนราคา แต่ความเสี่ยงจากนโยบายดอกเบี้ยและเศรษฐกิจโลกก็ยังคงต้องจับตา

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือซื้อขายแร่เงินในประเทศไทย บริษัท SO OK TRADING ถือเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือและพร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งในด้านการซื้อขายและการให้คำปรึกษา เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้โอกาสจากตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

------------

  แนะนำบริษัท SO OK TRADING

ในบริบทที่ตลาดแร่เงินมีความผันผวนและมีโอกาสเติบโตสูง บริษัท SO OK TRADING จึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการควรทำความรู้จัก บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายสินแร่,โลหะมีค่าและแร่เงินในประเทศไทย โดยมีจุดแข็งหลายด้าน

SO OK TRADING ดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานสากล โปร่งใส และมีเครือข่ายคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าได้รับความมั่นใจในทุกการซื้อขาย นอกจากนี้ยังมีบริการครบวงจร ตั้งแต่การซื้อ–ขาย สินแร่ ,แร่เงินและโลหะมีค่า ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ทีมงานของบริษัทติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ข้อมูลที่ทันสมัยและแม่นยำแก่ลูกค้า

พันธกิจของ SO OK TRADING คือการเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการลงทุนมนสินแร่ ,แร่เงิน โลหะมีค่า พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศไทยและภูมิภาค บริษัทจึงไม่เพียงเป็นผู้ค้าขาย แต่ยังเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวไปพร้อมกับลูกค้าและคู่ค้า



บทความที่เกี่ยวข้อง
โลกหลังตรุษจีน: เมื่อดอลลาร์แข็ง แร่หายากขาด และ AI พุ่งแรง : จากกำแพงภาษีสู่สงครามแร่: โลกปี 2569 ไม่เหมือนเดิม , Trump 2.0 พลิกโลก: เมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นสนามรบ
เศรษฐกิจโลกปี 2569 กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม จากนโยบาย “America First” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากสงครามการค้าไปสู่ สงครามทรัพยากร ที่แต่ละประเทศต้องเร่งปรับตัว
19 ก.พ. 2026
“จีนเปลี่ยนโลก ไทยพลิกเกมเศรษฐกิจ – ครึ่งปีหลัง 2569 จากโรงงานของโลก สู่ศูนย์กลางนวัตกรรม และโอกาสใหม่ที่ไทย และ โลกต้องคว้า”
จีนกับบทบาททางเศรษฐกิจในโลก และ เศรษฐกิจไทย – ครึ่งปีหลัง 2569 จุดเชื่อมเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่ บทความโดย SO OK TRADING : 21 JUNE 2026 ครึ่งปีหลังนี้ โลกกำลังจับตาการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจจีน — จาก “โรงงานของโลก” สู่ “ศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง” จีนลดเป้าหมาย GDP ลงต่ำกว่า 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เพื่อวางรากฐานการเติบโตเชิงคุณภาพ เน้น AI, พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การชะลอตัวอย่างมีเสถียรภาพของจีน ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง แต่คือการปรับสมดุลใหม่ของเศรษฐกิจโลก จากสหรัฐฯ และยุโรปที่เพิ่มกำแพงภาษี ไปจนถึงอาเซียนและกลุ่ม Global South ที่กลายเป็นพันธมิตรทางการค้าใหม่ภายใต้โครงการ Belt & Road Initiative (BRI) สำหรับประเทศไทย — นี่คือ “จุดเชื่อมเศรษฐกิจโลก” ที่เปิดโอกาสทองให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งในสินค้าเกษตรพรีเมียม การเชื่อมโยง Supply Chain ไฮเทค และการดึงดูดทุนจีนเข้าสู่ EEC แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายจากสินค้าราคาถูก การผันผวนค่าเงิน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี จีนกำลังเปลี่ยนโลก ไทยต้องพลิกเกมให้ทัน! ติดตามบทวิเคราะห์เต็มรูปแบบได้ในบทความฉบับสมบูรณ์จาก SO OK TRADING SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE
21 มิ.ย. 2026
SOOK ขอเสนอการข้อมูลการใช้งานสายไฟฟ้า ทองแดง และ อลูมิเนียม รวมทั้งสายไฟรถ EV เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า สายไฟทองแดง (Copper) คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum) คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50% ราคา: ถูกกว่าทองแดง การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา สรุป ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy