แชร์

“SO OK TRADING INSIGHT : Non-Ferrous Metals Outlook พฤศจิกายน 2026 – ตลาดโลหะโลกแตกขั้ว (Bifurcation)”

อัพเดทล่าสุด: 2 พ.ย. 2026
97 ผู้เข้าชม

SO OK TRADING’S INSIGHT
ภาพรวมตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) พฤศจิกายน 2026
สัญญาณ “Bifurcation” – ตลาดแตกขั้วชัดเจน
เดือนพฤศจิกายน 2026 ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กบนกระดาน LME แสดงภาพการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน (Bifurcation) โดยโลหะกลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทองแดง (Copper) และ อลูมิเนียม (Aluminium) ยังคงขับเคลื่อนขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากอุปทานที่ตึงตัวและแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ขณะที่ สังกะสี (Zinc) และ นิกเกิล (Nickel) เริ่มอ่อนแรงและเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด สะท้อนถึงความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในแต่ละตลาด

 
แนวโน้มรายโลหะหลัก
ทองแดง (Copper) – ราชาแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ราคาเฉลี่ย: 13,800 – 14,500 USD/ตัน
แนวโน้ม: ขาขึ้นรุนแรง (Strong Bullish)
รายละเอียด: ทองแดงยังคงเป็นโลหะที่มีแรงหนุนเชิงโครงสร้างมากที่สุดในปีนี้ ความต้องการสายไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เหมืองในชิลีและเปรูเผชิญปัญหาการหยุดชะงัก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแร่เข้มข้น (Concentrate Deficit) สต็อกในจีนและ LME ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
 
⚪ อลูมิเนียม (Aluminium) – โลหะยุคพลังงานใหม่
ราคาเฉลี่ย: 2,950 – 3,100 USD/ตัน
แนวโน้ม: ขาขึ้นจำกัดกรอบ (Moderately Bullish)
รายละเอียด: อลูมิเนียมได้รับแรงหนุนจากการใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโซลาร์เซลล์ ต้นทุนพลังงานที่สูงในยุโรป (คิดเป็น 30–40% ของต้นทุนการหลอม) ทำให้โรงหลอมฝั่งตะวันตกฟื้นตัวได้ยาก ขณะที่จีนยังคงจำกัดเพดานการผลิตที่ 45 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ตลาดโลกไม่สามารถเพิ่มอุปทานได้ทันกับความต้องการ
 
สังกะสี (Zinc) – โลหะที่เริ่มพักฐาน
ราคาเฉลี่ย: 3,750 – 3,900 USD/ตัน
แนวโน้ม: เริ่มพักฐาน (Bearish Correction)
รายละเอียด: แม้ราคายังทรงตัวในระดับสูง แต่แรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในจีนที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการเหล็กชุบสังกะสีลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ส่งผลให้ราคาซื้อขายล่วงหน้าเริ่มปรับฐานลง
 
⚫ นิกเกิล (Nickel) – ตลาดที่ยังคงอิ่มตัว
ราคาเฉลี่ย: 15,000 – 15,800 USD/ตัน
แนวโน้ม: ทรงตัวในกรอบต่ำ (Neutral / Range-bound)
รายละเอียด: แม้มีข่าวอินโดนีเซียลดกำลังการผลิต แต่ตลาดยังคงเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน (Surplus) จากการขยายกำลังผลิตในช่วงก่อนหน้า ทำให้ราคายังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดของปี
 
โลหะเพิ่มเติมที่น่าจับตา
ดีบุก (Tin) – ดาวรุ่งแห่งยุค AI
ราคา LME: 50,000 – 52,000 USD/ตัน
ราคา KLTM: 29,000 – 30,500 USD/ตัน
แนวโน้ม: ขาขึ้นทรงพลัง (Bullish)
รายละเอียด: ดีบุกได้รับแรงหนุนจากการใช้ในสารบัดกรีแผงวงจรและชิป AI ความต้องการจาก Data Centers และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์พุ่งสูง ขณะที่เหมืองในเมียนมาและอินโดนีเซียจำกัดการส่งออก ทำให้ตลาดโลกตึงตัวอย่างมาก
 
พลวง (Antimony) – โลหะเชิงยุทธศาสตร์
ราคา: 24,000 – 26,000 USD/ตัน
แนวโน้ม: ขาขึ้นรุนแรง (Strong Bullish)
รายละเอียด: จีนซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดยังคงจำกัดการส่งออก ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ อุปสงค์จากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, Flame Retardants และโซลาร์เซลล์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
 
ซิลิคอนโลหะ (Silicon Metal) – ตลาดสมดุล
ราคา: 1,950 – 2,150 USD/ตัน
แนวโน้ม: ทรงตัว (Neutral)
รายละเอียด: แม้ความต้องการจากโพลีซิลิคอนและอลูมิเนียมอัลลอยด์ยังสูง แต่กำลังการผลิตจากจีนและบราซิลเพียงพอ ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะสมดุล ราคาจึงไม่ผันผวนรุนแรง
 
⚪ ตะกั่ว (Lead) – โลหะที่ถูกแทนที่
ราคา: 1,950 – 2,050 USD/ตัน
แนวโน้ม: ขาลง (Bearish)
รายละเอียด: ความต้องการแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดลดลงต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แม้ยังมีอุปสงค์ทดแทนจากระบบกักเก็บพลังงานและการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถเก่า แต่ไม่เพียงพอที่จะพยุงราคา
 
ปัจจัยมหภาคที่กำหนดทิศทางตลาด
นโยบายการเงินสหรัฐฯ (Fed Policy)

สัญญาณ Hawkish ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า กดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายใน USD
วิกฤตอุปทานแร่ดิบต้นน้ำ (Mine Supply Constraints)

ทองแดงและดีบุกขาดแคลนรุนแรง โรงหลอมจีนต้องลดกำลังการผลิต
อลูมิเนียมถูกจำกัดเพดานการผลิตโดยจีน
Mega Trends – Energy Transition & AI Demand

ความต้องการทองแดงในสายไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
ดีบุกในสารบัดกรีสำหรับชิป AI และ Data Centers
 
บทสรุปเชิงกลยุทธ์
ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กเดือนพฤศจิกายน 2026 กำลัง “แตกขั้ว” อย่างชัดเจน:

ทองแดง–ดีบุก–อลูมิเนียม → ขาขึ้นแข็งแกร่งจากอุปทานตึงตัวและแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
สังกะสี–นิกเกิล–ตะกั่ว → เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์อ่อนแอและอุปทานส่วนเกิน
พลวง–ซิลิคอน → เคลื่อนไหวตามโครงสร้างตลาดเฉพาะ โดยพลวงพุ่งแรงจากการจำกัดส่งออกจีน ขณะที่ซิลิคอนทรงตัวในภาวะสมดุล
 
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
FAST – SHARP – RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM FACEBOOK : SO OK TRADING

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON-FERROUS จากประเทศไทย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทางการใช้ อลูมิเนียมในอนาคต (ปี2026) , ทิศทางราคาอลูมิเนียม และ สถานะการณ์ Carbon Footprint
ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก. แนวโน้มสำคัญ: การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง. ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า. นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย. การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ. ความท้าทาย: ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน. การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ. โอกาส: ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร. การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล. สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025
Global Economy 2026: จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจเอเชีย – ไทยชะลอ อาเซียนทะยาน โลกเปราะบาง | SO OK TRADING วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก : 10 JULY 2026
เศรษฐกิจ 2026 : ไทยชะลอ – อาเซียนทะยาน – โลกเปราะบาง ปี 2569 กำลังเป็นปีแห่ง “การเปลี่ยนจังหวะเศรษฐกิจโลก” — เมื่อเส้นทางการเติบโตของแต่ละประเทศเริ่มแยกออกเป็นสองโลกอย่างชัดเจน
10 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy