แชร์

SO OK TRADING Insight: เจาะลึกตลาดสังกะสีโลก – Zinc Outlook 2026–2030: 29 OCT 2026

อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2026
113 ผู้เข้าชม

ภาพรวมตลาดสังกะสีโลก (LME Zinc Outlook) และแนวโน้มปี 2026–2030 : SO OK TRADING : 29 OCT 2026

---------------------
 
สังกะสี (Zinc) เป็นหนึ่งในโลหะอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง เหล็กชุบสังกะสี และยานยนต์ไฟฟ้า ความผันผวนของราคาสังกะสีในตลาดโลหะลอนดอน (London Metal Exchange – LME) ตลอดปี 2026 สะท้อนถึงความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานที่ยังคงดำเนินต่อไป และกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “โลหะอุตสาหกรรมดั้งเดิม” ไปสู่ “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

----------------------
 
ภาพรวมราคาสังกะสีในปี 2026

ราคาสังกะสีเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง ตั้งแต่ 3,010 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน (ต้นปี) จนถึง 4,186 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน (กันยายน)

ปัจจุบัน (ตุลาคม 2026) ราคาซื้อขายเงินสด (Cash Settlement) อยู่ในช่วง 3,540–3,790 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน และราคาสัญญา 3 เดือน (3M) ปิดที่ 3,814–3,842 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน

โครงสร้างราคาแบบ Backwardation ยังคงชัดเจน โดยราคาส่งมอบทันทีสูงกว่าราคาล่วงหน้า 3 เดือน สะท้อนถึงการขาดแคลนโลหะพร้อมส่งในตลาดตะวันตก

----------------------
 
ปัจจัยฝั่งอุปทาน (Supply Side)

เหมืองสังกะสีใน สวีเดน สหรัฐฯ และเปรู หยุดชะงัก ทำให้ผลผลิตโลกลดลงราว 5%

โรงถลุงขาดแคลนแร่สังกะสีเข้มข้น (Concentrate) ส่งผลให้ ค่าธรรมเนียมการถลุง (Treatment Charges – TCs) ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
แม้จะมีการคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตจะฟื้นตัวในปี 2027 แต่ระยะสั้นยังคงตึงตัว

-----------------------
 
ปัจจัยฝั่งอุปสงค์ (Demand Side)

เหล็กชุบสังกะสี (Galvanized Steel) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้างและยานยนต์

ความต้องการใน ยุโรป อินเดีย และสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่จีนเริ่มชะลอตัว

สังกะสีถูกจัดให้เป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” สำหรับพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่

-------------------------
 
ประเทศและบริษัทผู้ผลิตสังกะสีรายใหญ่

ประเทศผู้ผลิตหลัก (Mine Production, 2026)

จีน: 4.1 ล้านตัน/ปี (~31–33% ของโลก)
เปรู: 1.5 ล้านตัน/ปี
ออสเตรเลีย: 1.1 ล้านตัน/ปี (มีสำรองมากที่สุด ~27% ของโลก)
อินเดีย: ~870,000 ตัน/ปี
เม็กซิโก: ~780,000 ตัน/ปี

--------------------------

เหมืองเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Red Dog Mine (สหรัฐฯ): ~500,000–540,000 ตัน/ปี
Rampura Agucha (อินเดีย): ~460,000 ตัน/ปี
Antamina (เปรู): ~370,000 ตัน/ปี
Mount Isa (ออสเตรเลีย): ~287,000 ตัน/ปี
McArthur River (ออสเตรเลีย): ~260,000–275,000 ตัน/ปี

-------------------------

บริษัทผู้ผลิตชั้นนำ

Hindustan Zinc (อินเดีย) – ครองตลาดในอินเดีย
Glencore (สวิตเซอร์แลนด์) – ดำเนินเหมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลก
Teck Resources (แคนาดา) – เจ้าของเหมือง Red Dog
Nexa Resources (บราซิล/เปรู) – ผู้เล่นหลักในละตินอเมริกา
Korea Zinc / Nyrstar – ผู้นำด้านการถลุงโลหะในเอเชียและยุโรป

-------------------------
 
แนวโน้มตลาดสังกะสีโลก (2026–2030)

ปัจจัยกำหนดทิศทาง

วิกฤตแร่ต้นน้ำ (Concentrate Deficit): กำลังการผลิตเหมืองลดลง ทำให้โรงถลุงไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เต็มที่
Regional Disparities: ความต้องการในยุโรปซบเซา แต่สหรัฐฯ อินเดีย และจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
Low-Carbon Shift: มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EU CBAM จะผลักดันให้สังกะสีมีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด

--------------------------

การคาดการณ์ราคา : Year 2027-2028

J.P. Morgan: Bullish – คาดราคายืนสูงเฉลี่ย 3,400–3,500 ดอลลาร์ฯ
StoneX (จีน): Neutral to Bearish – คาดราคาปรับฐานลงสู่ 3,000 ดอลลาร์ฯ หากจีนเพิ่มกำลังการผลิตได้

-----------------------

มูลค่าตลาดโลก

คาดว่าตลาดสังกะสีโลกจะเติบโตแตะ 90.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

------------------------
 
บทสรุป

ตลาดสังกะสีโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากโลหะอุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่โลหะเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ แม้จะเผชิญความผันผวนจากอุปทานที่ตึงตัว แต่แรงหนุนจากการลงทุนในสหรัฐฯ อินเดีย และจีน จะเป็นตัวผลักดันให้ตลาดสังกะสีโลกเติบโตอย่างมั่นคงในทศวรรษนี้

-------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING 

E-MAIL : SOOKTRADING@SOOKTRADING.COM , SOOKTRADING@OUTLOOK.COM

------------------------

SO OK TRADING ตัวจริงในธุรกิจ NON-FERROUS จากประเทศไทย

------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
REES Rare Earth Element, แร่หายาก คือ อะไรใช้งาน อะไร เกร็ดความรู้ รวมรวมโดย SO OK TRADING
แร่หายาก (Rare Earth Elements: REEs) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิดที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น รถไฟฟ้า กังหันลม สมาร์ทโฟน) แม้ชื่อจะบอกว่า "หายาก" แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ในโลก แต่กระจายตัวไม่เข้มข้นและแยกสกัดยาก ทำให้มีต้นทุนสูง และมักพบรวมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แร่ดีบุก ทังสเตน และพบได้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ครองตลาดใหญ่. แร่หายากคืออะไร? กลุ่มธาตุ 17 ชนิด: ประกอบด้วยธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ (Lanthanides) 15 ธาตุ + สแกนเดียม (Sc) และ อิตเทรียม (Y). ธาตุสำคัญ: ซีเรียม (Ce), นีโอไดเมียม (Nd), ยูโรเปียม (Eu), เทอร์เบียม (Tb). ทำไมถึงสำคัญ? ส่วนประกอบเทคโนโลยี: ใช้ทำแม่เหล็กกำลังสูง (รถยนต์ไฟฟ้า), สารเรืองแสง (LED), ตัวเร่งปฏิกิริยา (ลดมลพิษ), ไฟเบอร์ออปติก, เครื่อง MRI. พบได้ที่ไหน? กระจายทั่วโลก: แต่แหล่งที่พบมากและแปรรูปได้ง่ายมีไม่กี่แห่ง (เช่น จีน, เวียดนาม, บราซิล). ในไทย: พบกระจายทางภาคตะวันตก (เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี) มักปนกับแร่ดีบุกและทังสเตน. ความท้าทายในการทำเหมือง: ต้นทุนสูง และกระบวนการสกัดซับซ้อน ต้องใช้เทคโนโลยีสูง. ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมหากจัดการไม่ดี. ---------------
14 ธ.ค. 2025
“เจาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569: AI พลังงานสะอาด และการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์” บทความโดย SO OK TRADING
ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI และพลังงานสะอาด พร้อมการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์อย่าง ทอง เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงกดดัน ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง Transition ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้าน R&D เพื่อไม่ให้ตกขบวน ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569 พร้อมชี้โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ตั้งแต่ เทคโนโลยีดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร พลังงานสะอาด ไปจนถึงตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ พลังงานสะอาด พร้อมกับการผงาดขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง การเปลี่ยนผ่าน (Transition) ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อคว้าโอกาสใหม่ใน การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) การผลิตสีเขียว (Green Manufacturing) และตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
17 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy