แชร์

“โลหะนอกกลุ่มเหล็กโลก: การวิเคราะห์แนวโน้มราคาและภาพรวมตลาดสัปดาห์ 21–25 กันยายน 2026 — Supply ตึงตัว ดันราคาทรงตัวสูง”: SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 20 ก.ย. 2026
1737 ผู้เข้าชม

แนวโน้มราคากลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) สัปดาห์ 21–25 กันยายน 2026: ภาพรวมตลาดโลก พร้อมประมาณการ ราคา Ceiling–Average–Floor : บทความโดย SO OK TRADING : 20 กันยายน 2026

-------------------
 
บทนำ

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) ในสัปดาห์นี้ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างอุปทานที่ตึงตัว (Supply Tightness) ของแต่ละโลหะยังคงช่วยพยุงราคาไม่ให้หลุดกรอบแนวรับสำคัญ

--------------------

 Outlook ตลาดโลหะ

ภาพรวมตลาดโลก (LME) อยู่ในภาวะ “Consolidation to Rebound” หลังจากราคาถูกกดดันกลางเดือน แต่สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนด้วยแรงซื้อทางกายภาพที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะทองแดงและสังกะสีที่มีปัจจัยเฉพาะตัวด้าน Supply disruption หนุนราคา

-------------------
 
แนวโน้มและทิศทางรายโลหะ

-------------------

ทองแดง (Copper)

กรอบราคา: 14,000–14,600 USD/ตัน
แนวโน้ม: Sideways / Bullish Bias
ปัจจัยหนุน: พรีเมียม Yangshan พุ่งขึ้นกว่า 72%, Supply Concentrate ขาดแคลนรุนแรง , เหมืองทั่วโลกขาดของเนื่องจาก Overall Demand สูงกว่า Supply ขาดแคลนแร่ดิบ

--------------------

อลูมิเนียม (Aluminium)

กรอบราคา: 3,200–3,350 USD/ตัน
แนวโน้ม: High Volatility / Correction Risk
ปัจจัยหนุน: Stock LME ต่ำสุดในรอบศตวรรษ, ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
ราคาสูงเกินไป และ ของขาด โดยราคาพลังงาน (น้ำมัน) กดดันทำให้ต้นทุนการผลิตสูงต่อเนื่อง

------------------

สังกะสี (Zinc)

กรอบราคา: 3,900–4,000 USD/ตัน
แนวโน้ม: Bullish
ปัจจัยหนุน: อุบัติเหตุโรงหลอม Korea Zinc, โครงสร้าง Backwardation ชี้ตลาดตึงตัว --> ราคา NEW HIGHสูงสุดในรอบหลายๆปี และทรงตัวในระดับสูงแบบเสถียร ไม่ย่อ

-----------------

นิกเกิล (Nickel)

กรอบราคา: 16,000–16,300 USD/ตัน
แนวโน้ม: Sideways 
ปัจจัยกดดัน: ซัพพลายล้นตลาดเอเชีย และดีมานด์จากแบตเตอรี่ EV 

-----------------

ดีบุก (Tin)

กรอบราคา: 52,500–54,500 USD/ตัน
แนวโน้ม: Correction จากแรงขายทำกำไร
ปัจจัยบวก: อินโดนีเซียเตรียมเปิด Commodity Exchange สำหรับดีบุกและนิกเกิล

----------------

ตะกั่ว (Lead)

กรอบราคา: 1,880–1,920 USD/ตัน
แนวโน้ม: Stable เนื่องจากดีมานด์ปลายน้ำยังนิ่ง ---> และ SUPPLY ยังไม่ขาด

---------------
 
ปัจจัยภายนอกและภายในที่เกี่ยวข้องกับ NON FERROUS : SEP 2026

---------------

ภายนอก (External Factors)

EU เสนอข้อจำกัดการส่งออกเศษโลหะ → กระทบตลาดรีไซเคิลในเอเชีย ---> SCRAP ขาด
ตัวเลขเศรษฐกิจจีน (PMI) → กำหนดทิศทาง Physical Demand --> ทิศทาง DEMAND
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า → กดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ---> Dollar ขึ้น กดดันราคา Non Ferrous ให้ย่อตัวลง

---------------

ภายใน (Internal Factors)

Stock LME ต่ำมาก โดยเฉพาะ Aluminium และ Zinc → เสี่ยง Supply Shortage
ค่าพรีเมียมสูงผิดปกติ: 

Copper Cathode: 145–160 USD/ตัน (CIF TH)

Aluminium Ingot (P1020):  MJP Q3 Settlement สูงสุดในรอบ 11 ปีที่ 395 USD/ตัน , Q4 MJP กำลังเจรจาคาดว่าจบราวๆ 350-370 USD/ตัน กรณีน้ำมันยังคงวิงขึ้นสูงแบบนี้ อาจจะได้เห็นราคา MJP เดิมที่ 395-400 USD/ตัน

----------------
 
กลยุทธ์สำหรับผู้จัดซื้อไทย และ โลก
Copper: หลีกเลี่ยง Spot ปริมาณมาก เนื่องจากพรีเมียมสูงเกินไป → ใช้ Monthly Average หรือ Term Contract
Aluminium: ตรวจสอบเทอมส่งมอบ หากเปลี่ยนเป็น FOB อาจลดต้นทุน Freight ได้
Zinc & Copper: ระวังความผันผวนจาก Supply disruption
กลยุทธ์ Hedging: ทยอยซื้อหรือล็อกราคาบางส่วนในช่วงราคาอ่อนตัว เพื่อป้องกันความเสี่ยง

-----------------
 
ประมาณการราคา Non-Ferrous Metals (Ceiling–Average–Floor) สัปดาห์หน้า (21-25/9/2026)

Copper: Ceiling 14,700 / Average 14,400 / Floor 14,100 USD/ตัน
Aluminium: Ceiling 3,380 / Average 3,300 / Floor 3,200 USD/ตัน
Zinc: Ceiling 4,050 / Average 3,950 / Floor 3,850 USD/ตัน
Nickel: Ceiling 16,400 / Average 16,150 / Floor 15,800 USD/ตัน
Tin: Ceiling 54,800 / Average 53,800 / Floor 52,500 USD/ตัน
Lead: Ceiling 1,930 / Average 1,900 / Floor 1,870 USD/ตัน

----------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กในสัปดาห์หน้าแม้ยังถูกกดดันจากดอกเบี้ยและค่าเงิน แต่ปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัวทำให้ราคายังมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะทองแดงและสังกะสีที่ได้รับแรงหนุนจาก Supply disruption ขณะที่อลูมิเนียมยังเสี่ยงจาก Stock ต่ำสุดในรอบศตวรรษ 

---------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

--------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ Non Ferrous จากประเทศไทย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สิงหาคมเดือด 2026: จับตาเงินบาทอ่อน–ทองคำสะสมพลัง–หุ้นไทยพักฐาน–น้ำมันโลกยังร้อนแรง | SO OK TRADING Market Pulse”
สิงหาคม 2026 เปิดฉากด้วยบรรยากาศตลาดการเงินที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั่วโลก — ค่าเงินบาทยังคงอ่อนแรงในกรอบแคบ ขณะที่ราคาทองคำเริ่มสะสมพลังเพื่อเตรียมกลับขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี ตลาดหุ้นไทยพักฐานเพื่อไปต่อ ท่ามกลางแรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีและ Big-Cap ส่วนราคาน้ำมันโลกยังคงร้อนแรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะอุปทานตึงตัว เดือนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด — ทั้งค่าเงิน ดอกเบี้ย ทองคำ หุ้น และน้ำมัน — เพื่อวางกลยุทธ์รับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว SO OK TRADING รวบรวมภาพรวมตลาดโลกและแนวโน้มสำคัญของเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับทุกโอกาสและความเสี่ยงในครึ่งปีหลังอย่างมั่นใจ
1 ส.ค. 2026
“Metal Shift 2026: จุดเปลี่ยนแห่งยุคโลหะโลก — ทองคำ–แร่เงินร่วง แต่ทองแดงรุ่ง สัญญาณใหม่ของเศรษฐกิจหลังสงคราม”: SO OK TRADING 20 JUNE
Metal Divergence 2026: เมื่อทองคำ–แร่เงินถูกกดดัน แต่ทองแดงกลับมาเด่นหลังสงครามสงบ บทความโดย SO OK TRADING | 20 มิถุนายน 2026 หลังการลงนามสันติภาพในตะวันออกกลาง ตลาดโลหะทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ — จาก “ยุคสงคราม” สู่ “ยุคเศรษฐกิจจริงและนโยบายดอกเบี้ย” โลหะมีค่าอย่าง ทองคำและแร่เงิน สูญเสียพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ทำให้ราคาปรับฐานลงแรง ขณะที่ ทองแดง กลับได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จริงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มและการประเมินราคาจากสถาบันการเงินระดับโลก ทั้ง Goldman Sachs, J.P. Morgan, UBS, Citigroup และ TD Securities เพื่อมองเห็นภาพชัดว่า “เกมโลหะโลก” กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างไรในปี 2026
20 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy