แชร์

“Copper Insight 2026–2027: ตลาดขาขึ้นเชิงโครงสร้างรุนแรง — สถานการณ์ราคาทองแดงโลกและไทย 1 กันยายน 2026”: SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ย. 2026
2133 ผู้เข้าชม

Copper Outlook 2026–2027: ตลาดขาขึ้นเชิงโครงสร้าง : สถานการณ์ราคาทองแดง : 1 SEP 2026

--------------------------
 
✨ บทนำ

ทองแดงกำลังกลายเป็น “หัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่” ไม่ต่างจากน้ำมันในศตวรรษที่ผ่านมา ด้วยความต้องการมหาศาลจาก ศูนย์ข้อมูล AI (Hyperscale Data Centers), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด ทำให้ทองแดงถูกยกให้เป็น “The New Oil” ของโลกอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันภาวะอุปทานตึงตัวจากเหมืองหลักในชิลีและอินโดนีเซีย กำลังผลักดันให้ราคาทองแดงพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

--------------------------
 
Outlook ราคาทองแดงโลก 1 SEP 2026

สถานะตลาด: ราคาสัญญาล่วงหน้า LME เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดประวัติการณ์ $14,300 – $14,500 ต่อตัน (≈ $6.64/ปอนด์) โดยเช้านี้ดีดตัวขึ้นทันที +$170 ต่อตัน

แนวโน้ม: หากทะลุแนวต้าน $14,527.50 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสพุ่งสู่ $15,000 – $15,400 ต่อตัน (≈ 500 – 511 บาท/กก.) ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

แนวรับสำคัญ: $14,000 ต่อตัน หากหลุดระดับนี้โมเมนตัมขาขึ้นอาจเริ่มอ่อนแรง

แรงขับเคลื่อน:

อุปทานขาดแคลนเชิงโครงสร้าง (Structural Deficit)
ดีมานด์จาก AI, EV, Renewable Energy
สงครามภาษีสหรัฐฯ และการกักตุนสินค้า
แรงซื้อเก็งกำไรจากตลาด SHFE และ COMEX
ความเสี่ยง: หากแรงซื้อกักตุนชะลอตัวหลังมาตรการภาษีเริ่มนิ่ง อาจเกิดการปรับฐานระยะสั้น

------------------------
 
Outlook ราคาทองแดงไทย 1 SEP 2026

ราคากลางทองแดงบริสุทธิ์: 475 – 482 บาท/กก. (COPPER CATHODE)

ราคารับซื้อเศษทองแดง: 415 – 450 บาท/กก. (ทองแดงปอกสวยสูงสุด 443 บาท/กก.)

แนวโน้มตลาดรีไซเคิล:

ภาครัฐและอุตสาหกรรมไทยเร่งส่งเสริมการใช้ทองแดงรีไซเคิลเพื่อลดต้นทุนและตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม
ตลาดเศษทองแดงไทยคาดเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปีไปจนถึงปี 2032
ดีมานด์ในประเทศ: ภาคการผลิตสายไฟ, อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบปรับอากาศยังคงแข็งแกร่ง

------------------------
 
แนวโน้มและมุมมองสถาบันการเงิน : มุมมองสถาบันการเงินต่อราคาทองแดง

Bull Case: Citigroup และ JPMorgan คาดราคาทะลุ $14,527 และพุ่งแตะ $15,000 – $15,500 ต่อตัน (≈ 500 – 511 บาท/กก.) ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

Downside Risks: CRU เตือนว่าการกักตุนทองแดงในคลัง COMEX อาจกดดันให้ราคาปรับฐานเมื่อแรงซื้อชะลอตัว

-----------------------
 
คำแนะนำ

ผู้ประกอบการ/ร้านค้าของเก่า: เน้นการหมุนเวียนสินค้าเร็ว ไม่กักตุนเศษทองแดงนานเกินไป เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น
ผู้จัดซื้อ/โรงงานอุตสาหกรรม: ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Hedging) เพื่อล็อกราคาต้นทุนบางส่วน เพราะทองแดงยังคงเป็นสินค้าขาดแคลนเชิงโครงสร้างยาวไปจนสิ้นทศวรรษ

-----------------------
 
สรุปภาพรวม

ทองแดงกำลังเข้าสู่ Supercycle ใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, EV และพลังงานสะอาด ขณะที่ประเทศไทยเองก็ปรับตัวสอดคล้องกับตลาดโลก โดยหันมาใช้ทองแดงรีไซเคิลมากขึ้นเพื่อความยั่งยืนและลดต้นทุน

ทองแดงในยุค AI คือ “The New Oil” — ทรัพยากรยุทธศาสตร์9 ต่อ เศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย

----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING 

-----------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

-----------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“อลูมิเนียมโลกทะลุจุดเดือด – SO OK TRADING วิเคราะห์แนวโน้ม Q3/2026: 1 AUG 2026
ปี 2026 กลายเป็นปีแห่งความผันผวนของตลาดโลหะโลก โดยเฉพาะ “อลูมิเนียม” ที่ราคาพุ่งทะยานขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ ภายใต้แรงกดดันจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ขณะที่ฝั่งดีมานด์จากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ในเดือนสิงหาคม 2026 ตลาดอลูมิเนียมโลกยังคง “ร้อนแรงและเปราะบาง” ราคาบนกระดาน LME ยืนเหนือระดับ 3,550–3,800 ดอลลาร์/ตัน (รวม MJP Premium) ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการไทยพุ่งขึ้นเฉลี่ยกว่า 135,000–140,000 บาท/ตัน ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงวัตถุดิบที่เข้มข้นทั่วภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนนี้ “อลูมิเนียมรีไซเคิล (Scrap)” กลับกลายเป็น ทางรอดหลักของอุตสาหกรรมทั่วโลก โรงหลอมและผู้ผลิตในไทยเริ่มหันมาใช้เศษอลูมิเนียมเกรดพรีเมียมเพื่อทดแทนวัตถุดิบบริสุทธิ์ ลดต้นทุน และตอบโจทย์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) SO OK TRADING ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจด้านโลหะ Non-Ferrous พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแนวทางบริหารความเสี่ยงในตลาดอลูมิเนียมโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้อย่าง “Fast • Sharp • Reliable”
1 ส.ค. 2026
“ทองคำโลกบนเส้นทางทดสอบ — กันยายน 2026 แห่งความผันผวน: จะยืน $4,150 หรือทะยาน $4,700”: 9 SEP
ทองคำโลกเดือนกันยายน 2026 SO OK TRADING | 9 SEPTEMBER 2026 ปี 2026 คือปีที่ตลาดทองคำโลกเดินทางผ่านความผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — จากการพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดกว่า $5,600/ออนซ์ ไปจนถึงการปรับฐานอย่างรวดเร็วสู่ระดับ $4,360 – $4,430/ออนซ์ ในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ทองคำไทยเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ 68,000 – 68,600 บาท ถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าแถว 32.80 – 32.95 บาท/ดอลลาร์ นี่คือช่วงเวลาที่นักลงทุนทั่วโลกต้องตั้งคำถามว่า “ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจริงหรือไม่?” หรือแท้จริงแล้วกำลังกลายเป็น “สนามประลองของแรงเก็งกำไร”? เดือนกันยายนนี้ ตลาดทองคำกำลังอยู่ในภาวะ Tense Consolidation Phase — การสะสมกำลังเพื่อรอเลือกทางท่ามกลางแรงกดดันจาก เฟดที่อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และแรงหนุนจาก ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ดันราคาน้ำมันทะลุเกือบ $100/บาร์เรล ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำสะสมเข้าทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทองคำยังคงมีแรงพยุงในฐานะสินทรัพย์หลบภัยระยะยาว สำหรับนักลงทุน การวางกลยุทธ์ “ตั้งรับ” และทยอยสะสมเมื่อราคาลงใกล้กรอบล่างคือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงตลาดผันผวนนี้ พร้อมจำกัดสัดส่วนทองคำในพอร์ตไม่เกิน 5–10% เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ✨ ทองคำในปีนี้ไม่ใช่เพียงการลงทุน แต่คือ “เกมแห่งความเสี่ยงและโอกาส” ที่สะท้อนความจริงของเศรษฐกิจโลกในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินคาด SO OK TRADING — FAST | SHARP | RELIABLE
9 ก.ย. 2026
“จับตาเงินบาทอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดรอบปี: เจาะกลยุทธ์รับมือและวิเคราะห์แนวโน้มเดือนตุลาคม 2569”: SO OK TRADING INSIGHT: 29 SEP
บทวิเคราะห์ค่าเงินบาท (29 กันยายน 2569 – ตุลาคม 2569) ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันนี้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.46–33.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบปี สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่ตลาดคาดการณ์กว่า 70.3% ว่าจะขยับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนตุลาคมนี้ ในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยรวมกว่า 9,529 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าสู่โซน 33.60–33.70 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับเดือนตุลาคม แนวโน้มเงินบาทยังอยู่ในทิศทาง “ผันผวนเชิงอ่อนค่า” โดยมีกรอบคาดการณ์เฉลี่ยที่ 33.30–33.90 บาทต่อดอลลาร์ หากเฟดยังคงขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 106 ดอลลาร์/บาร์เรล มีโอกาสที่เงินบาทจะทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.90–34.00 บาทต่อดอลลาร์
29 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy