แชร์

“Circular Economy พลิกโฉมพลังงานโลก: Biofuels & Waste-to-Energy ก้าวสู่ Net Zero”

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ค. 2026
1687 ผู้เข้าชม

แนวโน้มเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานทางเลือก :  SO OK TRADING : 23 JULY 2026

-----------------------

เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels)

เชื้อเพลิงชีวภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้พืชอาหารไปสู่การใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ขยะ และน้ำมันใช้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแย่งพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มความยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคการบินและอุตสาหกรรมหนักที่ไม่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้ เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และไฮโดรเจนชีวภาพจึงถูกพัฒนาเป็นหัวใจสำคัญในการลดคาร์บอน สำหรับประเทศไทย ตลาดไบโอดีเซลและเอทานอลเริ่มชะลอตัวจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่มีการลงทุนใน SAF และการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวเคมีที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเดิม

การใช้งานในอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมหันมาใช้ชีวมวลอัดแท่ง (Pellets) และกะลาปาล์มแทนถ่านหิน เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีคาร์บอนระหว่างประเทศ เช่น CBAM ของยุโรป ขณะเดียวกันมีการพัฒนาก๊าซชีวภาพ (Biogas) ให้เป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมและรถขนส่งขนาดใหญ่

⚠️ ความท้าทาย
เชื้อเพลิงชีวภาพยังมีต้นทุนสูงในการรวบรวมและแปรรูปวัตถุดิบเมื่อเทียบกับพลังงานแสงแดดและลม อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจเกิดการแย่งพื้นที่เพาะปลูกระหว่างพืชอาหารและพืชพลังงาน

--------------------------
 
ภาพรวมพลังงานหมุนเวียนโลก

พลังงานแสงแดด (Solar): ดาวรุ่งอันดับหนึ่ง ติดตั้งเพิ่มสูงสุด ครองสัดส่วนใหญ่ของพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อแก้ปัญหาความไม่เสถียร

พลังงานลม (Wind): เติบโตต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีกังหันลมขนาดใหญ่และเริ่มศึกษา Offshore Wind แม้ต้นทุนยังสูง

เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels): เติบโตเฉพาะกลุ่ม เน้น SAF และชีวมวลในอุตสาหกรรมหนัก

เชื้อเพลิงขยะ (Waste-to-Energy: WTE): เน้นจัดการขยะชุมชนและผลิตไฟฟ้า พร้อมมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวด

---------------------------
 
แนวโน้มประเทศไทย

ไบโอดีเซล (B100): ชะลอตัวจาก EV และการปรับนโยบายผสมเชื้อเพลิง

SAF: ภาครัฐและเอกชนลงทุนโรงงานผลิตเพื่อรองรับมาตรการสิ่งแวดล้อมการบินสากล

เศรษฐกิจ BCG: ผลักดันการแปรรูปพืชผลไปสู่อุตสาหกรรมโอลิโอเคมีคอลและชีวเคมีที่มีมูลค่าสูง

เชื้อเพลิงขยะ RDF: ตลาดเติบโตแรง โดยเฉพาะในโรงไฟฟ้าชุมชนและอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่ต้องการลดผลกระทบจาก CBAM

-----------------------------
 
♻️ เชื้อเพลิงขยะ (Waste-to-Energy: WTE) — ดาวรุ่งด้าน Circular Economy

Outlook โลก: มูลค่าตลาด WTE ปี 2026 คาดแตะ 3.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 3.6–6.8% ต่อปี

Outlook ไทย: ตลาด RDF ปี 2026 คาดมูลค่า 1.45 หมื่นล้านบาท โต 15.1% จากปีก่อนหน้า

ภาคไฟฟ้า (64%): โรงไฟฟ้าขยะชุมชนและเอกชนทยอย COD รวมกว่า 70 MW

ภาคอุตสาหกรรม (36%): โรงงานปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมหนักใช้ RDF แทนถ่านหิน เพื่อลดผลกระทบ CBAM

เทคโนโลยีใหม่: Plasma-arc gasification และระบบดักจับมลพิษขั้นสูง

บทบาท: จาก “การกำจัดขยะ” → “ฟันเฟืองเศรษฐกิจหมุนเวียน” สร้างพลังงานสะอาดและแก้ปัญหาขยะล้นเมือง

-----------------------------
 
นโยบายภาษีคาร์บอน (Carbon Tax & CBAM)

CBAM ของยุโรป: กำแพงภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้า เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ อะลูมิเนียม → กดดันไทยและอุตสาหกรรมหนักให้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด

ผลกระทบต่อไทย:

โรงงานปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมพลังงานสูงเร่งใช้ RDF และชีวมวลแทนถ่านหิน

การลงทุนใน SAF และเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูงเพื่อรองรับมาตรการสิ่งแวดล้อมการบินสากล

Carbon Tax ภายในประเทศ: มีแนวโน้มถูกผลักดันเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจลดการปล่อยคาร์บอน และสอดรับกับเป้าหมาย Net Zero

----------------------------
 
Circular Economy — เศรษฐกิจหมุนเวียน

หลักการ: เปลี่ยน “ของเสีย” ให้เป็น “ทรัพยากร” เช่น RDF, SAF, Biochemicals

บทบาทในไทย:

ผลักดันโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green)

ยกระดับการใช้ผลผลิตเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมโอลิโอเคมีคอลและชีวเคมีที่มีมูลค่าสูง

โรงไฟฟ้าขยะและการรีไซเคิลพลังงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการสิ่งแวดล้อมและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
 
สรุปภาพรวม

Solar & Wind: กำลังหลักผลิตไฟฟ้า
Biofuels: เปลี่ยนฐานจากภาคถนนสู่การบินและอุตสาหกรรมหนัก
Waste-to-Energy: ดาวรุ่งด้าน Circular Economy และการจัดการขยะ พร้อมตอบโจทย์ CBAM
Carbon Tax: กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
 
โดยรวมแล้ว เชื้อเพลิงขยะและชีวภาพขั้นสูง จะเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในไทยและโลก โดยมี นโยบายภาษีคาร์บอนและ Circular Economy เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนและนวัตกรรมใหม่

--------------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

WHAT APP : +66955564255 

--------------------------------

สนใจเชื้อเพลิงชีวภาพทั้ง  WOOD PELLET , RDF3 สามารถติดต่อเราได้ครับ เรามีสินค้ารักโลกพร้อมบริการครับ

ขอบคุณมากๆ


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO OK TRADING — ตัวจริงด้าน NON-FERROUS และ Aluminum Packaging จากประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 15 ปี
SO OK TRADING — ตัวจริงในธุรกิจโลหะ Non‑Ferrous จากประเทศไทย ในยุคที่อุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ความยั่งยืนและมาตรฐานใหม่แห่งคุณภาพ SO OK TRADING คือชื่อที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความเป็นมืออาชีพ และความแข็งแกร่งในตลาดโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก (Non‑Ferrous Metals) เราคือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าและอุตสาหกรรมทั่วโลก ⚙️ สินค้าหลักของเรา Aluminum P1020 (Primary Ingot) — อลูมิเนียมบริสุทธิ์ระดับพรีเมียม (99.7% ขึ้นไป) ได้รับการรับรองจาก LME เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ สายไฟ และวัสดุก่อสร้าง Copper Cathode — ทองแดงคุณภาพสูงสำหรับการผลิตสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Lead Bullion — ตะกั่วบริสุทธิ์สำหรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และโลหะผสม (Recycled From Battery) Silicon Metal — ซิลิคอนสำหรับการหล่อหลอมโลหะ อุตสาหกรรมเคมี วัสดุก่อสร้าง และเซมิคอนดักเตอร์ Non‑Ferrous Metals ทุกชนิด — ครอบคลุมตั้งแต่เศษโลหะรีไซเคิลไปจนถึงโลหะบริสุทธิ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้าง
11 ก.ย. 2026
RDF (เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้และขยะ): เชื้อเพลิง RDF คืออะไร และ ทำประโยชน์อะไรกับ Green Energy ได้บ้าง
Refuse Derived Fuel : RDF โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เชื้อเพลิงขยะ แต่สำหรับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เรียกว่า ก้อนเชื้อเพลิงขยะ และได้มีการพิจารณาศึกษา RDF ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดการขยะชุมชน รวมทั้งขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ขยะอันตราย ซึ่งมีการทิ้งปะปนกันจนแยกออกได้ยาก จึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาของผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการพร้อมแนวคิดจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการขยะแบบไทยๆ ดังนี้ การผลิต RDF เป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรป เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ ทั้งขยะใหม่และขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบ สามารถนำมาผลิต RDF ได้ดี การผลิต RDF สามารถทำได้โดยเทคโนโลยีคนไทย เครื่องจักรผลิตในไทย ไปจนถึงการนำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงจากต่างประเทศในกรณีที่ต้องการผลิตจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป เมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ศึกษาพื้นที่ศักยภาพเบื้องต้นว่า มีการผลิต RDF ไม่น้อยกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ จากการสำรวจพื้นที่ผลิต RDF 21 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่ามีการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนสู่ชุมชน 570 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในเวลา 10-13 ปี ราคาขายของ RDF เริ่มต้นตันละ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและค่าความร้อนของ RDF (ปกติอยู่ระหว่าง 3,000-5,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม) ปัญหาของการผลิต RDF ก็คือ ตลาด ซึ่งมีผู้ซื้อน้อยราย ความต้องการใช้ RDF น้อยกว่าปริมาณที่มีการผลิต อีกทั้งจุดรับซื้อมีเพียงไม่กี่จุดทั่วประเทศ เท่าที่มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ จากการที่มีการผลิต RDF จากบ่อฝังกลบและจากขยะใหม่ในปริมาณมาก RDF จึงล้นตลาดจนราคาซื้อขายไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงขยะส่วนใหญ่ก็มีภาระในการจัดการขยะตามสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อราคาตํ่ามากๆ ทำให้เชื้อเพลิง RDF ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้น สมาคมการค้าพลังงานขยะ จึงได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้มีการสนับสนุนยกระดับเชื้อเพลิงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดธุรกิจการค้าที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินต่างๆ พร้อมกันนี้ทางสมาคมการค้าพลังงานขยะ ยังได้มีเสนอแนวทางการจัดประเภทของ RDF ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมของภาครัฐและสามารถกำหนดราคาซื้อขายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ประเภท กระบวนการผลิตเชื้อเพลิง (Method of Manufacture) กลุ่มลูกค้าที่ใช้ RDF RDFRDF – 1 RDF เกรดพรีเมียม (Solid Recovered Fuel : SRF) ผ่านการย่อย-คัดแยกชนิด และขนาดด้วยเครื่องจักร มีขนาด RDF 50-100 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม RDF – 2 RDF คุณภาพสูง ผ่านเครื่องย่อย-คัดแยกชนิดและขนาด RDF มีขนาด 90-150 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นเชื้อเพลิงเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล RDF – 3 RDF คุณภาพปานกลาง ผ่านการย่อยและคัดแยกเบื้องต้น ขนาด RDF 200-300 มิลลิเมตร ค่าความร้อนปานกลาง-สูง โรงไฟฟ้าขยะทั่วไป RDF – 4 RDF จากบ่อฝังกลบ ผ่านการร่อนด้วยเครื่องจักร แยกดินออก RDF มีขนาดใหญ่เล็กตามสภาพ ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิง ลูกค้าที่มีระบบปรับปรุงคุณภาพขยะ ขอยกตัวอย่างบทสรุปจากสมุดปกขาว “เชื้อเพลิงขยะ (RDF) ทางออกของการจัดการขยะชุมชน” 1. โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทย ที่รับซื้อ RDF ในพื้นที่มีไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะรับขยะชุมชน 2. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ไม่มีโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ 3. ราคาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล มีผลต่อราคาและการรับซื้อ RDF 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีการผลิต RDF ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้ราคาดี 5. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชนผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพโดยผ่านการทำสัญญาแบบ Supply Chain ในระยะยาว และสร้างระบบประกันคุณภาพและราคาขาย รวมทั้งค่าขนส่งสามารถปรับตามราคาเชื้อเพลิง 6. การผลิต RDF มุ่งเน้นการกำจัดขยะที่ตกค้างและเกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบ ควรใช้เป็นโอกาสให้มีผลต่อการคัดแยกขยะ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในอนาคต 7. การผลิต RDF มีผลประโยชน์ร่วมหลายด้าน เช่น ลดปัญหานํ้าเสีย การแพร่ระบาดของโรค สร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ได้พื้นที่ขยะที่ฝังกลบหรือกองทิ้งมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดความขัดแย้ง และเป็นการร่วมกับประชาคมโลกในการลดภาวะโลกร้อน “ขยะไม่ใช่ทอง แต่เป็นของเสียที่ต้องช่วยกันกำจัด” RDF 3: Recycling Energy
24 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy