แชร์

“วิกฤตเหล็กไทย 2569: ยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันโลก กับ SO OK TRADING – พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้”

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.ค. 2026
2882 ผู้เข้าชม

เหล็กไทยปี 2569: เมื่ออุตสาหกรรมต้องยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันและเหล็กนำเข้าจากจีน : SO OK TRADING : 12 JULY 2026 

-------------
 
ภาพรวมสถานการณ์
ปี 2569 อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญกับ ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก:

ราคาเหล็กในประเทศปรับขึ้น 10–15% จากต้นทุนเศษเหล็กและเงินบาทอ่อนค่า
แต่ กำลังการผลิตจริงต่ำกว่า 30% เพราะถูกเหล็กราคาถูกจากจีนทุ่มตลาดแย่งส่วนแบ่งไปเกือบครึ่ง
“Supply ท่วม  — สะท้อนโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของตลาดเหล็กไทย

-------------
 
️ ตลาดเหล็กก่อสร้าง

แรงหนุนหลัก: โครงการก่อสร้างทั้งจากภาครัฐบาล และ เอกชน, งานเสาเข็ม ฐานราก และโครงการ EEC

การผลิตในประเทศลดลงกว่า 28% เพราะผู้ผลิตเน้นระบายสต็อกเก่าและควบคุมปริมาณเพื่อพยุงราคา

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

RB6/RB9: 18.35–18.87 บาท/กก.
DB12/DB16: 17.40–17.83 บาท/กก.

--------------
 
ตลาดเหล็กโครงสร้าง

จุดเปลี่ยนสำคัญ: มาตรการ Anti-Dumping (AD) และการควบคุม Prefab จากจีน

ผลลัพธ์: ผู้รับเหมาหันมาซื้อเหล็กผลิตในประเทศมากขึ้น

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

H-Beam/Wide Flange: เริ่มต้น 32 บาท/กก.
เหล็กรางน้ำ: เริ่มต้น 24 บาท/กก.

--------------

 ตลาดเหล็กรูปพรรณ

การแข่งขันดุเดือด: ทุนจีนตั้งโรงงานรีดเหล็กในไทยเพิ่มขึ้น

เทรนด์สินค้าใหม่: เหล็กเคลือบกัลวาไนซ์และ ZAM ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยลดขั้นตอนการทาสีกันสนิม

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

เหล็กกล่องดำ: 23.50–25.70 บาท/กก.
เหล็กตัวซี: 23.34–26.90 บาท/กก.
เหล็กฉาก: ประมาณ 30 บาท/กก.

----------------
 
ตลาดเหล็กโลก vs ตลาดเหล็กไทย

ตลาดเหล็กโลก:

Demand โตเพียง 0.3% (1,724 ล้านตัน)

Supply ล้นทะลักกว่า 2,550 ล้านตัน

จีนยังคงมีปัญหา Overcapacity และระบายของออกสู่ตลาดโลก

----------------

ตลาดเหล็กไทย:

Demand อยู่ที่ 16–17 ล้านตัน (+1–1.6%)

แต่ Supply ถูกเหล็กนำเข้าจากจีนครองตลาดไปแล้วเกือบ 50%

----------------
 
♻️ ทางรอดของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

Green Steel Revolution

ใช้เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ลดคาร์บอน
ตอบโจทย์คู่ค้าพรีเมียม และเลี่ยงกำแพงภาษี CBAM ของยุโรป

มาตรการรัฐเข้มงวดขึ้น
สมาคมเหล็กไทยเร่งผลักดัน Anti-Dumping
ปรับมาตรฐาน มอก. ใหม่ เพื่อสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ
 
ผู้ผลิตไทยที่อยู่รอดได้จะไม่ใช่ผู้ที่ขายถูกที่สุด แต่คือผู้ที่ สร้างมาตรฐานใหม่และเชื่อมโยงกับความต้องการโลกที่เปลี่ยนไป
 
 ปี 2026 คือปีแห่งการ “เปลี่ยนฐานต้นทุน” และ “ปรับโครงสร้างใหม่” ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ผู้เล่นที่ปรับตัวได้เร็วและยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล จะเป็นผู้ครองตลาดในอนาคต

-------------

SO OK TRADING
“พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้”
 
จุดแข็งของ SO OK TRADING
ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการค้าระหว่างประเทศและการจัดหาวัตถุดิบอุตสาหกรรม
เชี่ยวชาญทั้ง Ferrous และ Non-Ferrous Metals โดยเฉพาะเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย และวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มอก.
เครือข่ายซัพพลายเชนแข็งแกร่ง สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา ทั้งโรงงานและโกดังทั่วประเทศ
 
สินค้าเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้าง
เหล็กเส้นกลม (RB6, RB9) สำหรับงานเสริมคอนกรีตทั่วไป
เหล็กข้ออ้อย (SD40, DB12, DB16) สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง
มาตรฐาน มอก. ครบถ้วน พร้อมเอกสาร Mill Certificate ตรวจสอบย้อนกลับได้
MOQ เริ่มต้นเพียง 2 MT เหมาะทั้งผู้รับเหมารายใหญ่และรายกลาง
 
ทำไมต้องเลือก SO OK TRADING
ราคาสมเหตุสมผล สะท้อนต้นทุนจริง ไม่ใช่สงครามตัดราคา
คุณภาพระดับสากล เทียบเท่ามาตรฐานญี่ปุ่นและยุโรป
บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงานลูกค้า
ตอบโจทย์โครงการรัฐและเอกชน ทั้งงานโครงสร้างพื้นฐาน, อาคารสูง, และงานก่อสร้างทั่วไป
 
“SO OK TRADING ไม่ใช่แค่ผู้ขายเหล็ก แต่คือ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่วยให้โครงการของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างคุณภาพสูงที่ส่งตรงถึงมือคุณ”
 

ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com
อีเมล: sooktrading@outlook.com
พร้อมให้คำปรึกษาและเสนอราคาอย่างมืออาชีพ

FACEBOOK : SO OK TRADING.COM

+66 95 556 4255

------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“UBC Scrap: พลิกเศษกระป๋องสู่ทองคำสีเขียว พลังรีไซเคิลแห่งอนาคต ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสีเขียวไทย”: SO OK TRADING:1 JULY 2026
UBC Scrap – จากเศษกระป๋องสู่ทองคำสีเขียวแห่งโลกอุตสาหกรรม บทความโดย SO OK TRADING | 1 กรกฎาคม 2569 ใครจะเชื่อว่า เศษกระป๋องน้ำอัดลม เบียร์ หรือผลไม้ ที่เราทิ้งกันทุกวัน จะกลายเป็น “ทองคำสีเงิน” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของโลก!
1 ก.ค. 2026
ยางพาราไทย: สินค้าคุณภาพ ส่งไกลทั่วโลก - SO OK TRADING เกร็ดข้อมูลยางพาราไทยสู่ตลาดโลก
ยางพาราไทย: ความสำคัญระดับโลกและอนาคตอุตสาหกรรม ประเทศไทยคือ ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลก ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมตั้งแต่ยางรถยนต์ไปจนถึงถุงมือแพทย์ ด้วยพื้นที่ปลูกกว่า 19 ล้านไร่ ยางพาราไทยจึงมีบทบาทสำคัญทั้งต่อเกษตรกรและห่วงโซ่อุปทานโลก ปี 2569 ราคายางมีแนวโน้มสูงขึ้น — น้ำยางสดเฉลี่ย 57 บาท/กก. และ RSS3 ราว 60 บาท/กก. โดยคาดว่าจะทะลุ 100 บาท/กก. จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและการแพทย์ กฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป EUDR จัดให้ไทยเป็นประเทศความเสี่ยงต่ำด้านการตัดไม้ ทำให้ยางพาราไทยมีโอกาสได้รับ “ค่าพรีเมียม” และสร้างความได้เปรียบในตลาดที่ยั่งยืน SO OK TRADING CO., LTD. เชื่อมโยงยางพาราไทยสู่ตลาดโลก ด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ
17 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy