แชร์

“เมียนมาร์: ขุมทรัพย์แร่ Rare Earth ถึง Tin — พลังแร่พม่าที่ขับเคลื่อนโลกอนาคต”: SO OK TRADING: 7 JULY 2026

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ค. 2026
401 ผู้เข้าชม

เมียนมาร์: ขุมทรัพย์แร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ที่โลกจับตา : BASE METAL , RARE EARTH , PRECIOUS METAL : บทความโดย SO OK TRADING : 7 JULY 2026 

-----------------

เมียนมาร์ หรือพม่า ไม่ได้เป็นเพียงประเทศเพื่อนบ้านของไทย แต่คือหนึ่งใน คลังทรัพยากรแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดของเอเชีย ทั้งแร่หายาก (Rare Earth), โลหะพื้นฐาน (Base Metals) และโลหะมีค่า (Precious Metals) ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฮเทคและพลังงานสะอาดทั่วโลก

------------------
 
Rare Earth: หัวใจของยุค AI และพลังงานสะอาด

เมียนมาร์กลายเป็นผู้ผลิตและส่งออก Heavy Rare Earths (HREE) รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะ Dysprosium และ Terbium ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตแม่เหล็กถาวรกำลังสูงสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ กังหันลมผลิตไฟฟ้า
แหล่งสำคัญอยู่ในรัฐคะฉิ่น (Chipwi, Pangwa, Momauk) และรัฐฉาน ซึ่งหลายพื้นที่ถูกควบคุมโดยกองกำลังชาติพันธุ์ ทำให้ Supply มีความไม่แน่นอนสูง

ปัญหาใหญ่: การทำเหมืองที่ไร้การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ใช้สารเคมีรุนแรงจนเกิดการปนเปื้อนข้ามพรมแดนเข้าสู่แม่น้ำในไทย

------------------

Outlook 2026–2027: RARE EARTH พม่า

ราคามีแนวโน้ม Bullish ต่อเนื่อง จากความต้องการแม่เหล็กถาวรใน EV และโครงสร้างพลังงานสะอาด 
Supply ถูกจำกัดจากการเมืองภายในและการควบคุมโดยกองกำลังชาติพันธุ์
นักลงทุนควรจับตาการขยายเหมืองในรัฐฉาน และนโยบายของกองกำลังชาติพันธุ์ เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาตลาดโลก

-------------------
 
Base Metals: ฐานรากอุตสาหกรรมโลก : Source จากพม่า

Copper: เหมืองโมยวา (Monywa) ใหญ่ที่สุดของประเทศ บริหารโดยทุนจีน ป้อนทองแดงมหาศาลสู่ตลาดโลก แนวโน้มราคายัง Bullish จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและ EV Charging

Lead & Zinc: เหมืองบอดวิน (Bawdwin) ในรัฐฉาน เป็นหนึ่งในแหล่งแร่ซัลไฟด์ใหญ่ระดับโลก ราคาทรงตัว ขึ้นกับ Demand จีน

-------------------
 
Precious Metals: ทองคำและเงินที่ซ่อนอยู่ในพม่า

Gold: กระจายทั่วประเทศ ทั้งเหมืองใหญ่และการร่อนทองพื้นบ้าน ใช้เป็นสินทรัพย์สำรองและทุนสงคราม

Silver: ผลพลอยได้จากเหมืองบอดวิน มีสัดส่วนโลหะเงินบริสุทธิ์สูงมาก

นอกจากนี้ยังมีอัญมณีชื่อดังอย่างหยกและทับทิมที่ครองตลาดโลก

-------------------
 
Tin: ดีบุกจากพม่า ตัวแปรสำคัญของตลาดโลก

พม่าครองตำแหน่งผู้ส่งออกดีบุกรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย โดยกว่า 70% ของผลผลิตมาจาก รัฐว้า (Wa State) ที่ควบคุมโดยกองทัพ UWSA

ปี 2023 มีคำสั่ง “แบนเหมืองดีบุก” ทำให้ตลาดโลกขาดแคลน ราคาดีบุกบน LME พุ่งแตะ 55,000–59,000 USD/MT

ดีบุกกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญใน AI Data Center, EV และ Solar Panel

--------------------

Outlook ดีบุก - RARE EARTH พม่า 2026–2027:

ราคายังคง สูงและผันผวน เนื่องจากการทยอยเปิดเหมืองใหม่ยังไม่สามารถชดเชยความต้องการที่โตอย่างรวดเร็ว

Supply ถูกผูกขาดโดยกองทัพ UWSA และทุนจีน ทำให้ตลาดโลกขาดความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับยาก

ผู้ประกอบการควรใช้ Hedging Contracts เพื่อป้องกันความเสี่ยง และจับตา MJP Premium ที่อาจพุ่งสูงขึ้นตามค่าระวางเรือและต้นทุนพลังงาน

---------------------
 
มูลค่าทางเศรษฐกิจ

Rare Earth: ส่งออกไปจีนกว่า 600–1,400 ล้านดอลลาร์/ปี ครองสัดส่วน HREE ให้จีนถึง 70–80%

Base Metals: รายได้หลักร้อยล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะทองแดงและดีบุก

Precious Metals: ส่วนใหญ่ค้าขายในระบบนอกตลาด ใช้เป็นทุนสงครามและสินทรัพย์สำรอง

----------------------
 
เส้นทางการค้าแร่จากพม่าและผลกระทบต่อไทย

เส้นทางเหนือ–ตะวันออก: ส่งออก Rare Earth และโลหะพื้นฐานไปจีน ผ่านรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน

เส้นทางใต้: ดีบุกและทังสเตนเข้าสู่ไทยผ่านด่านพุน้ำร้อน (กาญจนบุรี) และทวาย

ผลกระทบต่อไทย: มีรายงานการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย จากการทำเหมือง Rare Earth ฝั่งพม่า

-----------------------
 
⚠️ ทำไมแร่พม่าไม่เข้าสู่ LME

ไม่มีแบรนด์โรงถลุงที่ผ่านมาตรฐาน LME และติดคว่ำบาตรสากล

จึงต้องพึ่งพา โรงถลุงจีน ที่นำแร่ดิบไปหลอมใหม่ ก่อนส่งออกในนามผลิตภัณฑ์จีน → ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับยาก

-------------------------
 
✨ สรุป Outlook แร่จากพม่า 2026–2027


ดาวเด่น (Bullish): ดีบุก & Rare Earth → ราคาพุ่งแรงจาก AI และพลังงานสะอาด

 --------------------------


SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE

SO OK TRADING  พันธมิตรทางธุรกิจโลหะของคุณในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

www.sooktrading.com

Facebook: SO OK TRADING

------------------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ทองคำโลกมิถุนายน 2569 – ดิ่งแรงช็อกตลาด แต่ยังเป็น Golden Chance ของนักสะสม ก่อนเปิดทางสู่ขาขึ้นครั้งใหม่”
ทองคำโลกเดือนมิถุนายน 2569 – ดิ่งแรงช็อกตลาด แต่ยังเป็นโอกาสสะสมครั้งใหญ่ BY SO OK TRADING | 6 JUNE 2026 ราคาทองคำโลกดิ่งแรงที่สุดในรอบปี! หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ พุ่งทะลุคาด ทำให้ตลาดเชื่อว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกระยะ ส่งผลให้ทองคำร่วงหลุดระดับ $4,400 ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $4,327 – $4,365 ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำแท่งในไทยปรับลดแรงวันเดียวกว่า 1,450 บาท เหลือขายออกที่ 67,500 บาท แต่ในวิกฤตนี้…ยังมี “โอกาสทอง” ซ่อนอยู่! เพราะสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Goldman Sachs, J.P. Morgan, UBS และ Wells Fargo ยังมองว่าทองคำปี 2569 จะกลับมาทำสถิติใหม่อีกครั้งในครึ่งปีหลัง
6 มิ.ย. 2026
“หลังตรุษจีน ทองคำไม่หลุดขาขึ้น: วิเคราะห์ลึกโดย SO OK TRADING": $5,500 ไม่ใช่จุดจบ: ทองคำกำลังพักเพื่อไปต่อ
ทองคำหลังตรุษจีน 2569: พักฐานเพื่อไปต่อ ราคาทองโลกพุ่งแรงต้นปี ก่อนเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังตรุษจีนตามสถิติ 20 ปี แต่ภาพรวมยังเป็น “ขาขึ้น” ที่มีโอกาสทำ New High ในปีนี้ กลยุทธ์สำคัญ: รอจังหวะสะสมเมื่อราคาย่อตัว
18 ก.พ. 2026
“Packaging Thailand 2026–2030: ดาวรุ่งอลูมิเนียม การเปลี่ยนผ่านของ Tinplate และก้าวสู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืนด้วย Circular Economy" SO OK TRADING INSIGHT: 9 JULY 2026
ตลาดบรรจุภัณฑ์ไทยกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและการแข่งขันที่รุนแรง ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย ที่ต้องปรับตัวรับกระแสโลกแห่ง “ความยั่งยืนและนวัตกรรม” ทั้งจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (ครองสัดส่วนกว่า 40%), การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปที่ยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่ พลาสติกและกระดาษยังคงเติบโตต่อเนื่อง บรรจุภัณฑ์โลหะอย่าง อลูมิเนียม, เหล็ก และ Tinplate กำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” สู่ยุคใหม่ของ Circular Economy และ Green Industry ที่เน้นการรีไซเคิลและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
9 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy