แชร์

“เศษโลหะรีไซเคิล: พลิกเกมเศรษฐกิจโลก สู่ทรัพยากรยุทธศาสตร์แห่งศตวรรษใหม่”:SO OK TRADING: 10 JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 10 มิ.ย. 2026
121 ผู้เข้าชม

“เศษโลหะ – จากขยะรีไซเคิลสู่ทรัพยากรยุทธศาสตร์โลก” : DEMAND ใหม่จากการ RECOVERY ของใช้แล้ว : GREEN ECONOMY : CBAM : 


ในปี 2026 โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดเศษโลหะ ไม่ว่าจะเป็นทองแดง อลูมิเนียม เหล็ก แบตเตอรี่ หรือแม้แต่ตะกั่ว ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียง “เศษเหลือใช้” อีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็น ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่ทุกประเทศต้องการครอบครองเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 
ทองแดง: โลหะที่ร้อนแรงที่สุด

ราคาทองแดงพุ่งทะลุสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ $13,000 – $14,000 ต่อตัน เหมืองใหญ่ในอเมริกาใต้ผลิตสะดุด ทำให้จีนและยุโรปต้องหันมาใช้เศษทองแดงรีไซเคิลแทนการถลุงใหม่ ความต้องการสูงจาก EV, สายส่งพลังงานสะอาด และศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ทองแดงกลายเป็น “โลหะหายาก” ที่ใครมีถือว่าได้เปรียบ

 
⚡ อลูมิเนียม: โลหะเบาแต่ทรงพลัง

ราคาทะลุ $3,500 ต่อตันจากปัญหาขนส่งในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ลดบทบาทการส่งออก ขณะที่ไทยและมาเลเซียขึ้นแท่นเป็นซัพพลายเออร์หลักป้อนจีน ความต้องการในประเทศก็สูงไม่แพ้กัน ทั้งบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และโครงสร้างอาคาร เพราะอลูมิเนียมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและตอบโจทย์โลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

 
️ เหล็ก: จากขยะสู่ Green Steel


เศษเหล็กถูกยกระดับเป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ ราคาขยับขึ้นเฉลี่ย $399 – $400 ต่อตัน โตเกือบ 18% จากปีก่อน EU บังคับใช้ CBAM ทำให้โรงงานเหล็กทั่วโลกต้องหันมาใช้เตา EAF ที่ใช้เศษเหล็ก 100% เพื่อลดคาร์บอน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และยุโรปเริ่มกักเก็บเศษเหล็กสะอาดไว้ใช้เอง ทำให้ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอย่างอินเดียเจอวิกฤตต้นทุนสูง

 
แบตเตอรี่: ตลาดที่โตเร็วที่สุด (ตะกั่ว - LEAD)

ตลาดเศษแบตเตอรี่ปี 2026 มีมูลค่า $36,000 ล้าน และคาดว่าจะทะลุ $89,000 ล้านในปี 2034

ลิเทียมไอออน (LIB Scrap): จีนครองกำลังรีไซเคิลกว่า 50% ของโลก ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสกัดลิเทียม โคบอลต์ และนิกเกิลกลับมาใช้ใหม่

ตะกั่ว-กรด (Lead-Acid Scrap): ยังครองตลาดใหญ่สุด ใช้ในรถยนต์สันดาปและระบบสำรองไฟ
 
♻️ ตะกั่ว: โลหะที่รีไซเคิลได้เกือบสมบูรณ์

ตะกั่วเป็นโลหะที่มีอัตรารีไซเคิลสูงที่สุดในโลก ปริมาณหมุนเวียนกว่า 7.5 ล้านตัน มูลค่าตลาดปี 2026 อยู่ที่ $19,300 ล้าน จีนและอินเดียครองสัดส่วน 45% เพราะมาตรการสิ่งแวดล้อมเข้มงวดบังคับให้โรงงานต้องรีไซเคิลแทนการถลุงใหม่

 
มุมมองตลาดโลก FERROUS / NON FERROUS RECYCLING :

ตลาดเศษโลหะรีไซเคิลคาดว่าจะโตต่อเนื่องด้วย CAGR 4.8 – 5.2% จนถึงปี 2035

Green Steel & Green Metal: โรงงานทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้เศษโลหะ 100%
Scrap Nationalism: สหรัฐฯ และ EU กักเก็บเศษโลหะคุณภาพสูงไว้ใช้เอง
Non-Ferrous & Battery Scrap: ความต้องการทองแดง อลูมิเนียม และแบตเตอรี่พุ่งแรง
Smart Sorting: AI และหุ่นยนต์เข้ามาช่วยคัดแยกโลหะบริสุทธิ์
 
มุมมองประเทศไทยFERROUS / NON FERROUS RECYCLING :

ความต้องการเหล็กในประเทศพุ่ง 16.5 – 17 ล้านตัน จาก Mega Projects เช่น รถไฟความเร็วสูงและ EEC
ไทยและมาเลเซียกลายเป็น Hub รีไซเคิลเศษอลูมิเนียมป้อนจีน
รัฐผลักดันโครงการ Green Scrap Metal Thailand ยกระดับโรงหลอมให้ได้มาตรฐานสากล
ระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV เริ่มตั้งไข่ รองรับการเป็น EV Hub ของอาเซียน
 
✨ บทสรุปสำหรับ ผู้ประกอบการ: เศษโลหะไม่ใช่เพียงวัตถุดิบราคาถูก แต่คือ “ทรัพยากรยุทธศาสตร์” ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม EV, พลังงานสะอาด และ AI ใครที่สามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืนได้ก่อน จะครองความได้เปรียบในตลาดโลกที่แข่งขันดุเดือด

------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“หลังตรุษจีน ทองคำไม่หลุดขาขึ้น: วิเคราะห์ลึกโดย SO OK TRADING": $5,500 ไม่ใช่จุดจบ: ทองคำกำลังพักเพื่อไปต่อ
ทองคำหลังตรุษจีน 2569: พักฐานเพื่อไปต่อ ราคาทองโลกพุ่งแรงต้นปี ก่อนเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังตรุษจีนตามสถิติ 20 ปี แต่ภาพรวมยังเป็น “ขาขึ้น” ที่มีโอกาสทำ New High ในปีนี้ กลยุทธ์สำคัญ: รอจังหวะสะสมเมื่อราคาย่อตัว
18 ก.พ. 2026
“สงครามที่สั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลก: ระเบิดเวลาตะวันออกกลาง พลังงาน เงินเฟ้อ และความเสี่ยง — จากวิกฤติสู่โอกาส มุมมองธุรกิจไทยในหัวเลี้ยวหัวต่อของโลก”: SO OK TRADING: 11 MAY 2026
สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก (11 พฤษภาคม 2026) SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE สงครามในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ” ที่โลกทั้งใบต้องจับตา — ทุกการเคลื่อนไหวไม่เพียงสะเทือนสมรภูมิ แต่ยังสั่นสะเทือนตลาดพลังงาน ค่าเงิน และค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลก ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ ขณะที่ไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและการส่งออกที่ลดลงกว่า 57% ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เริ่มปรับตัวด้วยการหาแหล่งนำเข้าแนฟทาใหม่ ส่วนโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ Stagflation — เงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อ นี่คือภาพรวมของ “สงครามที่สะเทือนเศรษฐกิจโลก” และผลกระทบที่ทุกธุรกิจต้องจับตาอย่างใกล้ชิด SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในโลกที่เปลี่ยนเร็ว
11 พ.ค. 2026
HNY 2026 with a First Analysis on Thai Baht Value
he Thai baht in Q1 2026 is expected to strengthen against the US dollar, driven primarily by a weaker dollar globally, a seasonal tourism boost, and expectations of US Federal Reserve rate cuts. This strength is occurring despite a weak domestic economic outlook and the Bank of Thailand's (BoT) likely continued easing of its policy rate. Exchange Rate Drivers and Forecast External Factors: The primary driver for the strengthening baht is external, mainly the broad weakness of the US dollar as global markets price in expected Fed rate cuts. The baht is also correlated with global gold prices, which have been climbing. Tourism High Season: The period extending into Q1 2026 is the high season for tourism, which typically brings in foreign currency and supports the baht's value. Policy Divergence: The BoT is expected to continue its easing cycle, potentially cutting the policy rate further to 1.00% by Q1 2026 to stimulate the sluggish domestic economy. This divergence from a potentially less aggressive US Fed in Q1 could support the baht in the short term, though some analysts warn the currency could weaken later in 2026. Forecasts: Projections for 2026 generally place the baht in a range of 30.80–33.00 per US dollar. Some models estimate it could trade around 31.06 by the end of Q1. A persistently strong baht below 31 per US$ is seen as a significant risk to the Thai export and tourism sectors. Key Economic Context Weak Growth: Thailand's economy is expected to slow down to a 5-year low growth rate of around 1.6-1.8% in 2026, pressured by US tariffs, global trade tensions, and high household debt. The central bank chief expects an improvement in Q1 2026 after a weak second half of 2025. Political Uncertainty: A general election expected in February 2026 could also introduce volatility, though some historical trends suggest the baht may strengthen following the formation of a new government. Low Inflation: Headline inflation is projected to remain subdued or even negative, providing the central bank with justification for further rate cuts to stimulate demand. In summary, Q1 2026 is characterized by a strong and volatile baht driven by external factors, contrasting sharply with a weak domestic economy and accommodative monetary policy.
1 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy