แชร์

“Q2/2026: คลื่นน้ำมันโลกหักหัว — จาก Peak สู่ Stability สัญญาณใหม่ของตลาดพลังงานโลก”

อัพเดทล่าสุด: 1 มิ.ย. 2026
140 ผู้เข้าชม

น้ำมันโลก มิถุนายน และ Q2/2026: จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน : SO OK TRADING : 1 JUNE 2026

----------------------

จากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์สู่การปรับฐาน ราคาน้ำมันโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย – ไทยได้อานิสงส์เต็มๆ

----------------------

จุดเดือดที่เพิ่งผ่านไป

ช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2569 ตลาดน้ำมันโลกเหมือนอยู่บนรถไฟเหาะ ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งทะยานแตะ 125–132 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ทุกสายตาจับจ้องไปที่ความเสี่ยงว่าจะเกิด Supply Shock รุนแรง

แต่เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด อุปทานจากสหรัฐฯ และประเทศนอก OPEC+ ทยอยไหลเข้าสู่ระบบ ทำให้ราคาน้ำมันเริ่ม หักหัวลงและปรับฐาน เฉลี่ยอยู่ที่ 90–106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

-----------------------

⛽ ไทยได้อานิสงส์ทันที

การปรับฐานของราคาน้ำมันโลกส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกในประเทศ

เบนซินและแก๊สโซฮอล์: ลดลงแล้วราว 0.70–1.40 บาทต่อลิตร ทำให้แก๊สโซฮอล์ 95 ณ ต้นเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร
ดีเซล B7: รัฐบาลและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาไว้ที่ 40.70 บาทต่อลิตร เพื่อคุมต้นทุนค่าขนส่งและลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

------------------------

เสียงจากสถาบันการเงินโลก

แม้ราคาจะเริ่มปรับฐาน แต่แต่ละสถาบันยังมองต่างมุม:

Goldman Sachs เชื่อว่าความเสี่ยงลดลง ราคาจะทยอยลงไปแถว 80 ดอลลาร์ใน Q4

HSBC ยังห่วงซัพพลายฟื้นตัวช้า มองว่าราคามีโอกาสดีดกลับไปถึง 110–120 ดอลลาร์ หากความตึงเครียดยืดเยื้อ

J.P. Morgan มองระยะยาวแบบหมีเต็มตัว คาดว่าราคาจะลงไปเฉลี่ย 60 ดอลลาร์ และอาจดิ่งแตะ 30 ดอลลาร์ในปี 2027 จากอุปทานล้นตลาด

Bank of America ประเมินว่าตลาดจะขาดดุลชั่วคราวในครึ่งปีแรก ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลและกดราคาลงในครึ่งปีหลัง

------------------------

⚙️ ปัจจัยขับเคลื่อนเดือนมิถุนายน

OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต 188,000 บาร์เรล/วันต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เพื่อคลายความตึงตัว

นโยบายการเงินเข้มงวด จาก Fed และ ECB ที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน

ประชุม OPEC+ วันที่ 7 มิ.ย. ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางโควตาการผลิตในไตรมาส 3/2026

-----------------------

สรุปภาพใหญ่

ตลาดน้ำมันโลกกำลังเปลี่ยนโหมดจาก “วิกฤตพุ่งแรง” สู่ “การปรับฐาน” ราคาขายปลีกในไทยเริ่มลดลง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่ระยะกลางถึงยาวยังมีสองภาพที่ต้องจับตา:

Bearish: อุปทานล้นตลาดกดราคาลงต่อเนื่อง
Bullish: โครงสร้างพื้นฐานยังเปราะบาง หากความขัดแย้งกลับมา ราคามีโอกาสดีดขึ้นอีก

-----------------------
 
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เงินบาทอ่อน ดอลลาร์แข็ง – เกมการเงินโลกสั่นคลอน”: SO OK TRADING: 15 MAY 2026
เดือนพฤษภาคมนี้ “เกมการเงินโลก” ร้อนแรงอีกครั้ง — ดอลลาร์แข็งแกร่งสวนทางกับเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องในกรอบ 32.30–32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่โตแรง ราคาน้ำมันสูง และทองคำร่วง ทำให้เงินบาทหมดแรงแข็งค่า สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้อง “คิดเร็ว ปรับไว” เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดโลก SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
15 พ.ค. 2026
Insight ค่าเงิน ก.พ. 2569 – อ่านก่อนวางกลยุทธ์ธุรกิจ - จับตาค่าเงิน! ดอลลาร์อ่อนต่อเนื่อง สกุลหลักแข็งแรงพร้อมกัน - บาทแข็ง ดอลลาร์อ่อน…โอกาสทองของผู้นำเข้า แต่ท้าทายผู้ส่งออก
SO OK TRADING: มุมมองค่าเงิน ก.พ. 2569 ดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เมื่อเทียบกับเงินบาท แต่ยังรวมถึงสกุลเงินหลักทั่วโลก เงินบาทแข็งแรง ผู้นำเข้าได้เปรียบเรื่องต้นทุน ขณะที่ผู้ส่งออกต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เราได้สรุปแนวโน้ม ปัจจัยสำคัญ และกลยุทธ์ที่ธุรกิจไทยควรรู้:
2 ก.พ. 2026
COPPER PRICE AND TREND  2026
Copper prices are expected to remain elevated and bullish in 2026, driven by strong demand from the green energy transition (EVs, renewables, grid upgrades) and persistent mine supply constraints/disruptions, with forecasts generally placing prices in the $10,000 to over $12,000 per tonne range, although some analysts foresee a slight cooling to $10,000-$11,000 as market balances tighten. Key factors include IRA spending, AI infrastructure needs, constrained new mine supply, and potential Chinese economic recovery, creating tight markets despite some projected minor surpluses. Key Price Predictions (2026): Goldman Sachs: $10,000 - $11,000/tonne range, averaging $10,710/tonne in H1 2026. J.P. Morgan: Averaging around $12,075/tonne, with potential spikes to $12,500/tonne in Q2. Bank of America: Average of $11,313/tonne, with potential for $15,000/tonne spikes. UBS: $11,000/tonne by Sept 2026. World Bank: Average of $9,800/tonne. Bullish Drivers: Energy Transition: Massive demand for grid expansion, EVs, and renewable infrastructure. AI Infrastructure: Increased demand for data centers. Supply Deficit: Mine disruptions (Grasberg, Kamoa-Kakula, etc.) and difficulty bringing new mines online. China: Potential economic rebound acting as a catalyst. Potential Headwinds/Volatility: Policy-induced Surpluses: E.g., from IRA incentives or scrap availability. Stronger USD: Can weigh on commodity prices. Slower Demand: If China's recovery falters. Overall Outlook: Expect a tight market with strong underlying demand, leading to high prices, but with significant volatility due to policy shifts and mine output fluctuations. The market is moving towards a structural deficit, supporting higher prices long-term
30 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy