แชร์

“ฮอร์มุซเดือด! น้ำมันโลกสั่นสะเทือน เส้นเลือดพลังงานร้อนแรง ธุรกิจไทยต้องปรับเกมรับมือวิกฤตโลก”: SO OK TRADING :22 MAY 2026

อัพเดทล่าสุด: 22 พ.ค. 2026
1990 ผู้เข้าชม

 ฮอร์มุซเดือด! เส้นเลือดน้ำมันโลกสั่นสะเทือน : UPDATED 22 MAY 2026 : - BY SO OK TRADING 

-------------

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญ

ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ต้องผ่าน ทุกวันมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายล้านบาร์เรลแล่นผ่าน หากเกิดความไม่มั่นคงแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งขึ้นทันที ---> ปัจจุบันนี้ช่องแคบนี้ยังถูกควบคุมโดย อิหร่าน

-------------

สถานการณ์ล่าสุด : 22 MAY 2026 

ความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารยังไม่คลี่คลาย กองกำลังทางทะเลเพิ่มการลาดตระเวน ทำให้การขนส่งเสี่ยงต่อการหยุดชะงัก นักลงทุนและผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย เร่งหาทางสำรองพลังงานเพื่อป้องกันความเสี่ยง --> สงครามดูท่าทางจะสงบลง รอการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ระหว่าง USA และ IRAN

-------------

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาด : 22 MAY 2026

ราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวนสูง โดย Brent เคลื่อนไหวที่ 108–112 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 102–108 ดอลลาร์/บาร์เรล ประเทศผู้นำเข้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ตลาดการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวตามแรงกดดัน

-----------

สถานการณ์ราคาน้ำมันในไทย

ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม (19 พ.ค. 2026):

เบนซินเฉลี่ย 44.90 บาท/ลิตร (+0.85)
ดีเซลเฉลี่ย 42.20 บาท/ลิตร (+0.75)
แนวโน้มสัปดาห์หน้า (25–29 พ.ค. 2026):

เบนซิน/แก๊สโซฮอล์ อาจปรับขึ้นอีก 0.30–0.50 บาท/ลิตร
ดีเซลมีแนวโน้มทรงตัวจากการอุดหนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

------------

แนวโน้มสงครามและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน : 

ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่คลี่คลาย ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงต่อการหยุดชะงัก หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว ราคาน้ำมันโลกอาจ ดีดกลับไปแตะ 120–130 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคามีโอกาสปรับลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์/บาร์เรล

-------------

ทิศทางราคาน้ำมัน: Scenario สำคัญ

สงครามยืดเยื้อ: ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 115–130 ดอลลาร์/บาร์เรล ไทยอาจเห็นเบนซินทะลุ 46 บาท/ลิตร ต้นทุนธุรกิจพุ่ง เงินเฟ้อสูง

สันติภาพคืบหน้า: ราคาน้ำมันโลกลดลงเหลือ 85–95 ดอลลาร์/บาร์เรล ไทยอาจเห็นเบนซินต่ำกว่า 43 บาท/ลิตร ต้นทุนลด ความเชื่อมั่นฟื้น

สงครามยืดเยื้อ + เศรษฐกิจโลกชะลอ: ราคายังสูงแต่ดีมานด์หด ไทยยังราคาสูงแต่การใช้ลดลง เสี่ยงภาวะ “stagflation”

--------------

บทสรุป ทิศทางและ ผลกระทบราคาน้ำมัน :

ธุรกิจควรล็อกต้นทุนล่วงหน้าและหาทางเลือกพลังงานใหม่ เช่น LNG หรือพลังงานหมุนเวียน ผู้ส่งออกที่มีเส้นทางปลอดภัยจะได้เปรียบในการแข่งขัน “ความมั่นคงของซัพพลายเชน” เป็นสิ่งสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาน้ำมันในตอนนี้

--------------
 
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น “จุดร้อน” ที่โลกจับตามอง ทุกความเคลื่อนไหวมีผลต่อราคาน้ำมันและทิศทางเศรษฐกิจโลก 

--------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมษายนเดือด: ดีลหรือพายุเศรษฐกิจโลก – สงครามตะวันออกกลาง, Trump vs อิหร่าน, น้ำมัน ทอง พลาสติก หุ้น ผันผวน : บทความโดย SO OK TRADING: 2 เมษายน 2569
สงครามตะวันออกกลาง : อเมริกา – อิหร่าน – อิสราเอล และช่องแคบฮอร์มุซ เมษายน 2569 – เดือนแห่งการวัดใจโลก น้ำมันแพง พลาสติกขาด ปุ๋ยและยูเรียขาดแคลน เงินเฟ้อพุ่ง หุ้นร่วง ทองผันผวน บทวิเคราะห์โดย SOOK TRADING | 2 เมษายน 2569
2 เม.ย. 2026
พลาสติกโลกเดือด! แนฟทาขาดแคลน เขย่าอุตสาหกรรมทั่วโลก — จากปิโตรเคมีช็อก สงคราม พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สู่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมพลาสติก : SO OK TRADING: 29 APR 2026
ลาสติกโลกเดือด! วิกฤตซ้อนทับเขย่าอุตสาหกรรม ต้นปี 2026 โลกต้องเผชิญ “ปิโตรเคมีช็อก” ที่ทำให้ราคาวัตถุดิบพลาสติกพุ่งทะยานกว่า 37% จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้แนฟทา—หัวใจของอุตสาหกรรมพลาสติก—ขาดแคลนทั่วโลก ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องลดกำลังการผลิต ขณะที่จีนเร่งปรับตัวด้วยพลังงานทางเลือก ส่วนยุโรปและสหรัฐฯ ก็ไม่รอดจากต้นทุนที่พุ่งสูง ในเวลาเดียวกัน โลกยังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติกที่ล้นทะลัก รีไซเคิลได้เพียง 10% และไมโครพลาสติกเริ่มเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว นี่ไม่ใช่แค่ “วิกฤตชั่วคราว” แต่คือ จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมพลาสติกโลก ผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็ว—หันสู่ Bio-based Plastics, Chemical Recycling และ Circular Economy—จะเป็นผู้นำในยุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่คุณไว้วางใจ FAST • SHARP • RELIABLE
29 เม.ย. 2026
RDF (เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้และขยะ): เชื้อเพลิง RDF คืออะไร และ ทำประโยชน์อะไรกับ Green Energy ได้บ้าง
Refuse Derived Fuel : RDF โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เชื้อเพลิงขยะ แต่สำหรับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เรียกว่า ก้อนเชื้อเพลิงขยะ และได้มีการพิจารณาศึกษา RDF ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดการขยะชุมชน รวมทั้งขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ขยะอันตราย ซึ่งมีการทิ้งปะปนกันจนแยกออกได้ยาก จึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาของผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการพร้อมแนวคิดจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการขยะแบบไทยๆ ดังนี้ การผลิต RDF เป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรป เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ ทั้งขยะใหม่และขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบ สามารถนำมาผลิต RDF ได้ดี การผลิต RDF สามารถทำได้โดยเทคโนโลยีคนไทย เครื่องจักรผลิตในไทย ไปจนถึงการนำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงจากต่างประเทศในกรณีที่ต้องการผลิตจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป เมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ศึกษาพื้นที่ศักยภาพเบื้องต้นว่า มีการผลิต RDF ไม่น้อยกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ จากการสำรวจพื้นที่ผลิต RDF 21 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่ามีการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนสู่ชุมชน 570 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในเวลา 10-13 ปี ราคาขายของ RDF เริ่มต้นตันละ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและค่าความร้อนของ RDF (ปกติอยู่ระหว่าง 3,000-5,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม) ปัญหาของการผลิต RDF ก็คือ ตลาด ซึ่งมีผู้ซื้อน้อยราย ความต้องการใช้ RDF น้อยกว่าปริมาณที่มีการผลิต อีกทั้งจุดรับซื้อมีเพียงไม่กี่จุดทั่วประเทศ เท่าที่มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ จากการที่มีการผลิต RDF จากบ่อฝังกลบและจากขยะใหม่ในปริมาณมาก RDF จึงล้นตลาดจนราคาซื้อขายไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงขยะส่วนใหญ่ก็มีภาระในการจัดการขยะตามสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อราคาตํ่ามากๆ ทำให้เชื้อเพลิง RDF ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้น สมาคมการค้าพลังงานขยะ จึงได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้มีการสนับสนุนยกระดับเชื้อเพลิงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดธุรกิจการค้าที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินต่างๆ พร้อมกันนี้ทางสมาคมการค้าพลังงานขยะ ยังได้มีเสนอแนวทางการจัดประเภทของ RDF ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมของภาครัฐและสามารถกำหนดราคาซื้อขายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ประเภท กระบวนการผลิตเชื้อเพลิง (Method of Manufacture) กลุ่มลูกค้าที่ใช้ RDF RDFRDF – 1 RDF เกรดพรีเมียม (Solid Recovered Fuel : SRF) ผ่านการย่อย-คัดแยกชนิด และขนาดด้วยเครื่องจักร มีขนาด RDF 50-100 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม RDF – 2 RDF คุณภาพสูง ผ่านเครื่องย่อย-คัดแยกชนิดและขนาด RDF มีขนาด 90-150 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นเชื้อเพลิงเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล RDF – 3 RDF คุณภาพปานกลาง ผ่านการย่อยและคัดแยกเบื้องต้น ขนาด RDF 200-300 มิลลิเมตร ค่าความร้อนปานกลาง-สูง โรงไฟฟ้าขยะทั่วไป RDF – 4 RDF จากบ่อฝังกลบ ผ่านการร่อนด้วยเครื่องจักร แยกดินออก RDF มีขนาดใหญ่เล็กตามสภาพ ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิง ลูกค้าที่มีระบบปรับปรุงคุณภาพขยะ ขอยกตัวอย่างบทสรุปจากสมุดปกขาว “เชื้อเพลิงขยะ (RDF) ทางออกของการจัดการขยะชุมชน” 1. โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทย ที่รับซื้อ RDF ในพื้นที่มีไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะรับขยะชุมชน 2. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ไม่มีโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ 3. ราคาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล มีผลต่อราคาและการรับซื้อ RDF 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีการผลิต RDF ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้ราคาดี 5. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชนผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพโดยผ่านการทำสัญญาแบบ Supply Chain ในระยะยาว และสร้างระบบประกันคุณภาพและราคาขาย รวมทั้งค่าขนส่งสามารถปรับตามราคาเชื้อเพลิง 6. การผลิต RDF มุ่งเน้นการกำจัดขยะที่ตกค้างและเกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบ ควรใช้เป็นโอกาสให้มีผลต่อการคัดแยกขยะ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในอนาคต 7. การผลิต RDF มีผลประโยชน์ร่วมหลายด้าน เช่น ลดปัญหานํ้าเสีย การแพร่ระบาดของโรค สร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ได้พื้นที่ขยะที่ฝังกลบหรือกองทิ้งมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดความขัดแย้ง และเป็นการร่วมกับประชาคมโลกในการลดภาวะโลกร้อน “ขยะไม่ใช่ทอง แต่เป็นของเสียที่ต้องช่วยกันกำจัด” RDF 3: Recycling Energy
24 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy