แชร์

“เศษอลูมิเนียม: ทองคำสีเขียวแห่งยุค Net Zero — จากเศษเหลือใช้สู่ทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่โลกต้องการ": SO OK TRADING: 5 MAY 2026

อัพเดทล่าสุด: 5 พ.ค. 2026
2423 ผู้เข้าชม

เศษสแครปอลูมิเนียม: จากเศษเหลือใช้สู่ทรัพยากรสีเขียวของโลกที่ทุกประเทศแย่งชิง :  SO OK TRADING : 5 MAY 2026 

------

เศษสแครปอลูมิเนียม (Aluminium Scrap) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่ เพราะมันไม่ใช่แค่ “ขยะ” แต่คือ ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ ที่ตอบโจทย์ทั้งพลังงาน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียน

-----------

ภาพรวมตลาดโลก

ราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี: เดือนเมษายน 2026 ราคาฟิวเจอร์สอลูมิเนียมใน LME ขึ้นไปถึง 3,500–3,600 ดอลลาร์ต่อตัน จากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ตลาดรีไซเคิลโตต่อเนื่อง: ปี 2025 มูลค่าตลาดสแครปอยู่ที่ 53,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะโตเฉลี่ย 6–10% ต่อปีไปจนถึง 2030–2034

แรงขับเคลื่อนจาก EV และพลังงานสะอาด: รถยนต์ไฟฟ้าใช้อลูมิเนียมมากขึ้นถึง 250 กก. ต่อคัน และอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์–กังหันลมก็ดึงสแครปไปมหาศาล

----------
 
บทบาทของประเทศไทย

ไทยเป็น ผู้นำเข้าอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

----------

อุตสาหกรรมหลักที่ใช้อลูมิเนียมสแครป:

ยานยนต์ ต้องการล้อแม็กและเศษเครื่องยนต์ - มาหลอมและทำการผลิตใหม่เช่นมาทำเป็นตัวถัง หรือ ห้องเครื่อง - CIRCULAR ECONOMY / CBM 

ก่อสร้าง ใช้เส้นหน้าตัดเกรด 6063 : นำเศษ ALUMINUM เกรด 6063 และ เกรดอื่นๆ มาเข้าโรงหลอมมาผลิตใหม่เป็น ALUMINUM BILLET หรือ กลุ่มอื่นๆ เช่น ADC12 หรืองานหล่อหลอมอื่นๆ 

บรรจุภัณฑ์ มีระบบรีไซเคิลกระป๋อง (UBC) ที่แข็งแรง --> นำกระป๋องใช้แล้วมาหลอม มาทำเป็นอลูมิเนียม Coil และ กลับมาผลิตเป็นกระป๋องใหม่

----------

มาตรการ CBAM ของ EU , GREEN ECONOMY , NET ZERO :  กดดันให้ผู้ส่งออกไทยต้องใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลมากขึ้น

----------
 
ประเทศอื่น ๆ ที่น่าจับตา : อุตสาหกรรมอลูมิเนียมรีไซเคิล

จีน: ผู้บริโภคและนำเข้าอันดับ 1 ของโลก โตการใช้สแครปในประเทศกว่า 10% ต่อปี เน้นรีไซเคิลจากซากรถและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อินเดีย: ตลาดร้อนแรงที่สุด นำเข้าสแครปเพิ่มขึ้นกว่า 15% ในปี 2025 เพื่อใช้ในโครงการ Smart Cities และโครงสร้างพื้นฐาน

สหภาพยุโรป (EU): เดินหน้า Circular Economy ตั้งเป้าเก็บกระป๋องเครื่องดื่มให้ได้ 90% ภายในปี 2029 พร้อมใช้ CBAM บังคับให้โรงงานหันมาใช้สแครป

สหรัฐอเมริกา: เป็นทั้งผู้ส่งออกและผู้ใช้รายใหญ่ ปัจจุบันกว่า 80% ของการผลิตอลูมิเนียมในสหรัฐฯ มาจากการรีไซเคิลสแครป

-----------
 
แนวโน้มการใช้งานอลูมิเนียมสแครป

ยานยนต์และการขนส่ง: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นเพื่อทำให้รถเบาและประหยัดพลังงาน ค่ายรถยนต์เริ่มทำระบบ Closed-loop ซื้อสแครปคืนจากกระบวนการผลิต

ก่อสร้าง: ใช้ทำโครงสร้างอาคารประหยัดพลังงาน เช่น วงกบประตู หน้าต่าง และผนังม่าน (Curtain Walls)

บรรจุภัณฑ์: กระป๋องเครื่องดื่มแบบ Can-to-Can มีอัตรารีไซเคิลสูงที่สุด โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ

พลังงานสะอาด: ใช้ในโครงสร้างแผงโซลาร์เซลล์และชิ้นส่วนกังหันลม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ดึงสแครปไปจำนวนมาก

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: การรีไซเคิลจากซากมือถือ แล็ปท็อป และเครื่องใช้ไฟฟ้า กำลังเป็นอีกแหล่งสำคัญที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

-------------
 
กลไกทำกำไรและอนาคต

ส่วนต่างราคา (Spread): กำไรเกิดจากการคัดแยกเกรดละเอียด เช่น แยกซีรีส์ 6xxx ออกจาก 7xxx ซึ่งขายได้แพงกว่า 10–20%

Closed-loop Recycling: แบรนด์ใหญ่ทำระบบรีไซเคิลวงจรปิด เช่น กระป๋องไปเป็นกระป๋อง หรือรถยนต์รับคืนซากเพื่อผลิตรุ่นใหม่

Carbon Credit: โรงงานที่ใช้สแครป 100% จะได้แต้มคาร์บอนเพิ่ม ทำให้สินค้าปลายทางขายได้ราคาสูงขึ้น

AI คัดแยก: เพิ่มประสิทธิภาพ 25% ได้สแครปบริสุทธิ์และราคาดีกว่า

--------------
 
เศษสแครปอลูมิเนียมกำลังเปลี่ยนจาก “วัสดุเหลือทิ้ง” ไปเป็น ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่ทุกประเทศแย่งชิง ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย EU หรือสหรัฐฯ ต่างก็เร่งสร้างระบบรีไซเคิลเพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูง ขณะที่ไทยเองก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก

ตอนนี้คือ “นาทีทอง” ของผู้ประกอบการที่มี สแครปสะอาด คัดแยกเกรดดี และพร้อมตอบโจทย์ Net Zero 

---------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคูณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING 

--------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Fed ขึ้นดอกเบี้ย–โลกจับตา US–China Summit: วิเคราะห์ลึกเกมเศรษฐกิจโลก สัปดาห์ (21-25 SEP 26) ชี้ชะตาทองคำและเงินบาท โดย SO OK TRADING”
แนวโน้มค่าเงินบาทและราคาทองคำ (21–25 กันยายน 2026) บทความโดย SO OK TRADING — FAST | SHARP | RELIABLE สัปดาห์นี้ตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในช่วง “จับตาอย่างเข้มข้น” เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญหลายด้านที่อาจกำหนดทิศทางของทั้ง ค่าเงินบาทและราคาทองคำ ในระยะสั้นและกลาง ไม่ว่าจะเป็น การประชุม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่กรอบ 3.75–4.00% พร้อมส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่อง การประชุมสุดยอดผู้นำ สหรัฐฯ–จีน (US–China Summit) วันที่ 24 กันยายน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกในการกำหนดแนวทางการค้าและเทคโนโลยี ตัวเลขเศรษฐกิจเอเชีย โดยเฉพาะการประกาศ ดอกเบี้ย LPR ของจีน และ ตัวเลขส่งออกไทยเดือนสิงหาคม ที่สะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวของภูมิภาค ในภาพรวม ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า จากแรงกดดันของดอลลาร์ที่แข็งค่าตามท่าที Hawkish ของ Fed ขณะที่ราคาทองคำยังคงผันผวนสูงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ SO OK TRADING มองว่า สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ–จีน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางของทั้ง ค่าเงิน ดอกเบี้ย และราคาทองคำโลก
20 ก.ย. 2026
“ZINC INGOT: โลหะบริสุทธิ์ หัวใจแห่งอุตสาหกรรมโลกยุคพลังงานสะอาด 2026–2027”: เกร็ดความรู้โดย SO OK TRADING: 8 AUG 2026
ZINC INGOT 2026–2027: โลหะยุทธศาสตร์แห่งโลกอุตสาหกรรมใหม่ เกร็ดความรู้โดย SO OK TRADING | 8 AUG 2026 ในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ “สังกะสีแท่ง (Zinc Ingot)” กำลังถูกยกระดับจากโลหะพื้นฐานสู่ โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่หลอมละลายง่าย บริสุทธิ์สูง และทนทานต่อสภาพแวดล้อม สังกะสีแท่งจึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมเหล็กชุบ โลหะผสม และแบตเตอรี่พลังงานทางเลือก ซึ่งกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้ก้าวสู่ยุค Green Industry & Clean Energy Transition ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่
8 ส.ค. 2026
วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดย SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE ราคาทองคำทั่วโลกปรับตัวร่วงลงแรงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใต้แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและเกิดแรงขายในตลาดทองคำทั่วโลก ในประเทศ ทองคำแท่ง 96.5% ปรับลดลงทันที 700 บาทในช่วงเช้า ขายออกที่ 64,600 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยบริเวณ 33.82–33.84 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยพยุงราคาทองไทยไม่ให้ร่วงแรงเท่าตลาดโลก ⚡ ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาด ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบปี → เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลาดคาด Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน (โอกาส 83%) แรงขายจากจีนหลังปรับกฎการซื้อขายทองคำ → เกิด Forced Liquidation สัญญาณทางเทคนิคหลุดแนว Pivot 4,076 ดอลลาร์ → RSI อ่อนแรง
24 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy