แชร์

“วิกฤตฮอร์มุซ 2026: จากเรือค้างพันลำ สู่พลังงาน-ปุ๋ย-แนฟทาต้นทุนทะยานสะเทือนอุตสาหกรรมโลก”: BY SO OK TRADING 28 APR 2026

อัพเดทล่าสุด: 28 เม.ย. 2026
2651 ผู้เข้าชม

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2026: จากพลังงานสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก : BY SO OK TRADING : 28 APRIL 2026

--------------

ในวันที่ 28 เมษายน 2026 โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่เคยเป็นเส้นเลือดหลักของการขนส่งน้ำมันและสินค้า ได้กลายเป็นคอขวดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

--------------

แม้จะมีการประกาศเปิดเส้นทางชั่วคราว แต่การเดินเรือจริงลดลงกว่า 90% เหลือเพียงไม่กี่ลำต่อวัน จากเดิมเฉลี่ย 140 ลำต่อวัน เรือกว่า 1,000 ลำติดค้างสะสม ความเชื่อมั่นของบริษัทเดินเรือพังทลายลง ขณะที่อิหร่านยังคงตรวจเข้มเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

-------------

ค่าระวางและราคาน้ำมันพุ่งทะยาน

ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ (SCFI) มีแนวโน้มพุ่งถึง 1,600 – 1,900 จุด ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญต้นทุนสูงขึ้น 2-3 เท่า
ราคาน้ำมันโลก: Brent ขึ้นไปที่ 108.23 – 109.60 ดอลลาร์/บาร์เรล, WTI อยู่ที่ 96.37 – 97.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

-------------

ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน : แนฟทา และ ปุ๋ยยูเรีย **

แนฟทา (Naphtha) :  ราคาแนฟทาในเอเชียพุ่งขึ้น ~30% ภายในเดือนเดียว
โรงงานปิโตรเคมีในญี่ปุ่น เกาหลี และไทยต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล บางแห่งประกาศ Force Majeure

สหรัฐฯ : เริ่มส่งออกแนฟทาจากชายฝั่งแอตแลนติกมายังอินเดีย เป็นการเปลี่ยนทิศทางการค้าโลกครั้งประวัติศาสตร์

ปุ๋ย (Fertilizer)

ราคายูเรียพุ่งขึ้นกว่า 81% อยู่ที่ ~$702.25 ต่อตัน
เกษตรกรในบราซิล อินเดีย และไทยกำไรลดลงอย่างหนัก

จีนยังคงนโยบายห้ามส่งออกปุ๋ย ทำให้ตลาดโลกขาดแคลนเพิ่มขึ้น

------------

ทางออกคู่ขนาน เส้นทางใหม่การค้า และ การขนส่งทางทะเลของโลก

เส้นทางใหม่: ท่อส่งน้ำมันไปทะเลแดงและอ่าวโอมาน, เส้นทางสายไหมขั้วโลก
พลังงานนอกตะวันออกกลาง: Shale Oil จากสหรัฐฯ, น้ำมันจากบราซิลและกายอานา, การขยายสัมปทานในแอฟริกาตะวันตก
พลังงานสะอาด: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) พุ่งสูง, Green Hydrogen, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก และ Offshore Wind

--------------

แนวโน้มราคาพลังงาน ปุ๋ย และแนฟทาในวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2026

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 ไม่เพียงแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาน้ำมัน แต่ยังลุกลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งแนฟทาและปุ๋ยที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ทำให้ประเทศหลัก ๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

---------------

ราคาสินค้าวัตถุดิบที่ยังต้องพึ่งพา ตะวันออกกลาง และ การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ปุ๋ยยูเรีย (Urea): ราคาล่าสุด ~690–847 ดอลลาร์/ตัน มีแนวโน้มแตะ ~790 ดอลลาร์/ตันใน 12 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบปีก่อน

แนฟทา (Naphtha): ราคาล่าสุด ~935 ดอลลาร์/ตัน มีแนวโน้มแตะ ~1,039 ดอลลาร์/ตันภายใน 12 เดือน เพิ่มขึ้นกว่า 70% จากปีก่อน

น้ำมันดิบ Brent: ราคาล่าสุด ~108–110 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดเฉลี่ยไตรมาส 2/2026 ที่ ~110 ดอลลาร์ และอาจพุ่งถึง 150 ดอลลาร์หากวิกฤตยืดเยื้อ

---------------

ผลกระทบต่อประเทศหลัก

จีน

พึ่งพาการนำเข้าแนฟทาและน้ำมันจากตะวันออกกลางสูง
หันไปใช้รัสเซียและถ่านหิน (Coal-to-Chemicals) เพื่อลดต้นทุน
มีสต็อกน้ำมันสำรองมาก ทำให้รับแรงกระแทกได้ดีกว่าประเทศอื่น

ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้

ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะนำเข้าแนฟทาและ LNG ผ่านเรือเกือบทั้งหมด
โรงงานปิโตรเคมีลดกำลังผลิตลง 20–30%
เผชิญปัญหาเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานสูง

อินเดีย

พึ่งพาพลังงานนำเข้ามาก ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าเงินอ่อนค่า
พยายามนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียเพื่อกลั่นเองและส่งออกแนฟทาไปยุโรป

สหรัฐอเมริกา

ได้ประโยชน์จาก Shale Oil และ Shale Gas ที่ผลิตเอง
โรงงานปุ๋ยเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อส่งออกไปยุโรปและอเมริกาใต้
ราคาน้ำมันในประเทศยังสูง แต่มีความสามารถในการปรับตัวมากกว่า

ยุโรป

เสี่ยงขาดแคลน Jet Fuel ภายใน 6 สัปดาห์ หาก Hormuz ไม่เปิด
สายการบินเริ่มยกเลิกเที่ยวบินและเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง
เผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

--------------

บทสรุป

ราคาปุ๋ยและแนฟทาจะยังคงสูงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2026 ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารและอุตสาหกรรมพลาสติกเพิ่มขึ้นทั่วโลก
น้ำมันดิบมีโอกาสแตะ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล หากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดภายในกลางปี

ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง (ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, ไทย) จะเจอแรงกดดันหนักที่สุด
ประเทศที่มีทรัพยากรในประเทศ (สหรัฐฯ, รัสเซีย, บราซิล) จะได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรม (PTTGC, SCC) และเกษตรกรจะเจอแรงกดดันต้นทุนสูงต่อเนื่อง รัฐควรเร่งส่งเสริมพลังงานทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดโลก

---------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO OK INSIGHT: น้ำมันโลกดิ่งแรง – เมื่อภูมิรัฐศาสตร์พลิกเกมอุตสาหกรรมโลก : 27 MAY 2026
น้ำมันดิบโลกดิ่งแรง – เมื่อภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย โลกพลังงานกำลังเปลี่ยนทิศ ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงแรงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังสหรัฐฯ–อิหร่านส่งสัญญาณสันติภาพและเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ตลาดคลายความกังวลด้านอุปทาน ขณะที่อุปสงค์ทั่วโลกเริ่มชะลอตัวจากเศรษฐกิจที่อ่อนแรงในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน การปรับฐานครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อน “ความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์” แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก — ตั้งแต่แนฟทา ปิโตรเคมี ไปจนถึงปุ๋ยเคมีและพลังงานทางเลือก สำหรับประเทศไทย สถานการณ์นี้อาจกลายเป็น “โอกาสทอง” ของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค เมื่อราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดต้นทุนพลังงานและเปิดทางให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
27 พ.ค. 2026
ทองแดงแคโทด: เส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจโลก หัวใจแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โลหะที่โลกต้องการ : เกร็ดความรู้ โดย SO OK TRADING
⚡ Copper Cathode: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ทองแดงบริสุทธิ์ระดับ 99.95–99.99% ที่ถูกยกให้เป็น “เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก” หัวใจสำคัญของ พลังงานสะอาด, AI, EV และ Data Centers
10 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy