แชร์

เหล็กเดือดทั่วโลก! เดือนเมษายน 2569 จุดเปลี่ยนใหญ่ – ต้นทุนพุ่ง เศษเหล็กขึ้น Green Steel ดาวรุ่ง และไทยเจอต้นทุน 4 เด้ง :11 เมษา 2569: บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
456 ผู้เข้าชม

ตลาดเหล็กโลกเดือนเมษายน 2569: 11 เมษายน 2569 : BY SO OK TRADING : -

----------

เดือนเมษายน 2569 ไม่ใช่เดือนธรรมดาในวงการเหล็ก เพราะทุกภูมิภาคต่างเจอแรงกระแทกจากต้นทุนพลังงาน ภาษีนำเข้า และวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เหล็ก “วิ่งคนละทิศ” กันอย่างชัดเจน

----------
 
โลกตะวันตก: ราคาพุ่งแรงเหมือนรถไฟเหาะ

ในสหรัฐฯ ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ทะยานขึ้นไปแตะกว่า 1,040 ดอลลาร์ต่อตัน เพราะรัฐบาลกดภาษีนำเข้าเหล็กตามมาตรา 232 ถึง 50% ส่งผลให้เหล็กนำเข้าหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง และราคาภายในประเทศพุ่งสูงทันที

ส่วนยุโรปก็ไม่แพ้กัน ต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่พุ่งแรงทำให้ราคาเหล็กเส้น (Rebar) ขึ้นแบบต่อเนื่อง โรงงานเหล็กถึงขั้นเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการ CBAM เพราะต้นทุนคาร์บอนกำลังบีบหนัก

-----------
 
ฝั่งเอเชีย: ราคาซบเซาและผันผวน

จีนยังเจอปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ฟื้นตัว ทำให้ราคาเหล็กเส้นร่วงลงต่ำสุดในรอบเดือน เหลือเพียง 3,080–3,100 หยวนต่อตัน แถมรัฐบาลยังออกใบอนุญาตส่งออกเหล็กเพื่อควบคุมสินค้าล้นตลาดอีกด้วย

อาเซียนก็พลอยผันผวนตามจีน แต่มีแรงหนุนจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น เช่น เวียดนามประกาศเก็บอากร AD กับเหล็ก HRC จากจีนสูงถึง 27.83% ทำให้ราคาขยับขึ้นเล็กน้อย

ญี่ปุ่นและเกาหลีเลือก “ทางรอด” ด้วยการปรับขึ้นราคาเหล็กแผ่นตามต้นทุน แม้ความต้องการยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ผู้ผลิตรายใหญ่ก็ไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นได้อีกต่อไป

-----------

♻️ เศษเหล็ก: ดาวรุ่งแห่งยุค Green Steel


เศษเหล็กกลายเป็นพระเอกของตลาด เพราะกระแสการผลิตเหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Steel) ทำให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ตุรกี ยังคงเป็นตลาดอ้างอิงโลก ราคาทรงตัวสูงที่ 380–395 ดอลลาร์ต่อตัน

สหรัฐฯ ราคาพุ่งแรงจากการเปิดโรงหลอม EAF รุ่นใหม่ที่แย่งซื้อเศษเหล็กคุณภาพสูง

ยุโรป เริ่มพิจารณาจำกัดการส่งออกเศษเหล็ก เพื่อเก็บไว้ใช้เองในกระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ

เอเชีย ราคาขึ้นตามค่าระวางเรือที่แพง ทำให้ไทยและเวียดนามหันมาใช้เศษเหล็กในประเทศมากขึ้น

จีน กลับตรงกันข้าม ราคาซบเซาเพราะโรงงานหลายแห่งหยุดซ่อมบำรุงจากกำไรที่ติดลบ

ในไทย ราคารับซื้อเศษเหล็กขยับขึ้นแรง เช่น เหล็กหนาพิเศษอยู่ที่ 14.5–15.2 บาทต่อกิโลกรัม และเหล็กบางอยู่ที่ 11.5–12.5 บาทต่อกิโลกรัม โรงหลอมถึงขั้นเข้มงวดเรื่องความสะอาดและขนาดของเศษเหล็กมากขึ้น เพราะการแข่งขันแย่งซื้อในประเทศสูงกว่านำเข้า

------------
 
⚡ ไทยเจอ “ต้นทุน 4 เด้ง”

ผู้ผลิตไทยต้องปรับขึ้นราคาเหล็กทุกประเภททันที 10–15% เพราะเจอแรงกดดันจาก 4 ปัจจัยหลัก:

วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่ง
ค่าขนส่งทะยานกว่า 50%
ค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง
การนำเข้าเศษเหล็กที่แพงขึ้นตามค่าระวางเรือ
ผลกระทบชัดเจนคือ ราคาบ้านในไทยเตรียมปรับขึ้น 3–5% ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และหากสถานการณ์พลังงานยังไม่คลี่คลายในเดือนพฤษภาคม ก็มีโอกาสเจอการปรับขึ้นรอบสอง

-------------- 

มองไปข้างหน้า (Q2/2026) ทิศทางราคาเหล็กในตลาดไทย และ ตลาดโลก

ไตรมาส 2 จะเป็นช่วงที่ราคาผันผวนที่สุดของปี และบางภูมิภาคอาจแตะจุดสูงสุด โรงงานเหล็กทั่วโลกเตรียมปรับราคาขายขึ้นอีก 10–15% เพื่อรักษากำไร ขณะที่มาตรการ AD กับเหล็กจีนในอาเซียนจะเริ่มบังคับใช้อย่างจริงจัง ทำให้ตลาดยิ่งตึงตัว

-------------
 
ตลาดเหล็กโลกเดือนเมษายน 2569 คือภาพ “สองโลก” ที่แตกต่างกันชัดเจน — ฝั่งตะวันตกพุ่งแรง ฝั่งเอเชียยังซบเซา และ ราคาดีดตัวสูงขึ้นบ้างในบางประเทศ ขณะที่เศษเหล็กกลายเป็นสินค้ายุทธศาสตร์ที่ราคาถูกพยุงด้วยกระแส Green Steel ส่วนในไทย ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

------------

หากท่านมีความต้องการใช้สินค้าเหล็กเส้นในประเทศ ท่านสามารถติดต่อ SO OK TRADING เพื่อเสนอขายสินค้าให้กับท่าน โดยท่านสามารถส่งอีเมลล์โดยตรงหาเราได้ที่ sooktrading@outlook.com หรือแจ้ง Inquiry ที่กล่อง Give INQUIRY ที่หน้า website ได้เลยครับ www.sooktrading.com

------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

----------- 


บทความที่เกี่ยวข้อง
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ความต้องการเหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจีนแม้ยังชะลอตัว แต่การลดลงเริ่มเบาลง ด้านราคาเหล็กมีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) แม้ยังมีแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินของจีนและมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่มั่นคงมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ความต้องการเหล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาคก่อสร้างและยานยนต์ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีนที่ครองตลาดสูงถึง 50% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวางและระบบโลจิสติกส์ราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคา พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวน ดูแลเอกสารและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนที่มองหาเหล็กเฉพาะทาง SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก
15 ม.ค. 2026
เศษเหล็กปี 2026: จาก “ขยะรีไซเคิล” สู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ : ดีมานต์ที่ขยายตัวขึ้นจากมาตรการสิ่งแวดล้อม CBAM BY SO OK TRADING
Steel Scrap 2026: From Waste to Strategic Asset เศษเหล็กปี 2569 ไม่ใช่แค่ “ขยะรีไซเคิล” อีกต่อไป — แต่กลายเป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” ที่อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกแย่งชิง เทรนด์แรงปีนี้: - โรงหลอมโลกเร่งใช้ EAF ลดคาร์บอน - CBAM ของยุโรปบังคับใช้เต็มรูปแบบ - ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ “เศษเหล็กขาดแคลนเชิงโครงสร้าง” อุปสงค์ทั่วโลกปี 2026: - แตะ 748 ล้านตัน เติบโตเฉลี่ย 4–5% ต่อปี - ไทยต้องการ 16.5–17.0 ล้านตัน → ดันราคาขึ้นต่อเนื่อง SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรจัดหาเศษเหล็กคุณภาพสูง รองรับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2026 ด้วยมาตรฐานสากลและการคัดแยกที่แม่นยำ
21 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy