แชร์

SO OK INSIGHT: จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก & เงินเฟ้อ 2569 – มุมมองใหม่เมื่อบาทแข็งและเงินเฟ้อกลับมา : 10 เมษายน 2569

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2026
271 ผู้เข้าชม

บทความการตลาด: เศรษฐกิจโลก & เงินเฟ้อ กับทิศทางค่าเงิน (10 เมษายน 2569)

------------------

หลังจากข่าว หยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนบรรยากาศจากความตึงเครียดสู่ความหวังใหม่ เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ค่าเงินและเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

------------------

ไฮไลท์ค่าเงินหลัก

ดอลลาร์สหรัฐ (USD): อ่อนค่าลง ดัชนี DXY ร่วงมาอยู่ในกรอบ 95–97 จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย และความคาดหวังว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยปลายปี

ยูโร (EUR): ดีดตัวแรงสุด! อยู่ที่ 1.16–1.18 ดอลลาร์ต่อยูโร เพราะราคาพลังงานลดลงช่วยฟื้นเศรษฐกิจยุโรป

เยนญี่ปุ่น (JPY): แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 158 เยนต่อดอลลาร์ จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เริ่มแคบลง

ปอนด์อังกฤษ (GBP): แข็งค่าตามฤดูกาลเมษายน และกระแสเงินทุนไหลเข้าลอนดอน

เงินบาท (THB): เปิดตลาดที่ 32.07–32.12 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและราคาน้ำมันที่ย่อตัว

------------------
 
ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

THB/USD: แข็งค่า → กรอบ 31.90–32.20 บาทต่อดอลลาร์
THB/CNY: ทรงตัวถึงแข็งเล็กน้อย → กรอบ 4.40–4.55 บาทต่อหยวน
THB/JPY: แข็งค่าเร็วกว่าเยน → กรอบ 20.00–20.50 บาทต่อ 100 เยน
THB/EUR: อ่อนค่าลงเล็กน้อย → กรอบ 34.80–35.30 บาทต่อยูโร

------------------
 
เศรษฐกิจโลก: เติบโตชะลอตัว แต่ความเสี่ยงยังสูง

IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 โตเพียง 3.1–3.3% จากแรงกดดันต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงในช่วงก่อนหน้า
ความเสี่ยง Stagflation: หลายสถาบันเตือนว่าโลกอาจเผชิญภาวะ “โตต่ำแต่เงินเฟ้อสูง” เพราะสงครามทำให้อุปทานน้ำมันหายไปกว่า 13%
นโยบายการเงิน: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดอกเบี้ยสูงเพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่ตลาดเริ่มคาดว่าอาจมีการปรับลดหากสันติภาพชัดเจนขึ้น

------------------
 
ค่าเงินหลัก: ดอลลาร์อ่อน – ยูโรดีดแรง – บาทแข็ง

USD: อ่อนค่าลง ดัชนี DXY อยู่ในกรอบ 95–97 จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย
EUR: แข็งค่าขึ้นแรงสุดที่ 1.16–1.18 ดอลลาร์ต่อยูโร เพราะราคาพลังงานลดลงช่วยฟื้นเศรษฐกิจยุโรป
JPY: แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 158 เยนต่อดอลลาร์ จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่แคบลง
GBP: แข็งค่าตามฤดูกาลเมษายนและกระแสเงินทุนไหลเข้าลอนดอน

THB: เปิดตลาดที่ 32.07–32.12 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและราคาน้ำมันที่ย่อตัว ปรับลดลงจากระดับ 33.0 บาทก่อนการเจรจาหยุดยิง : ทิศทางในช่วง 2 สัปดาห์นี้คาดว่าเงินบาทแกว่งที่ระดับ 32.0-32.25 THB/USD (SO OK TRADING วิเคราะห์)

------------------
 
เงินเฟ้อ: จุดเปลี่ยนที่ต้องจับตา

ไทย
เงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังติดลบ -0.08% แต่คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เมษายน

คาดการณ์ใหม่:

กระทรวงพาณิชย์: 1.5–2.5%
กสิกรไทย: 3.4%
SCB EIC: 3.2%
ความเสี่ยง: หากสงครามยืดเยื้อ เงินเฟ้ออาจพุ่งถึง 5.8% → ภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจโต แต่เงินเฟ้อสูง)


โลก
เผชิญแรงกดดันจาก Oil Shock ที่ทำให้อุปทานน้ำมันหายไปกว่า 13%
IMF และ ECB: คาดเงินเฟ้อโลกปีนี้

ยุโรป: 3.1%
สหรัฐฯ: 4%
แม้มีการหยุดยิง แต่โซ่อุปทานและค่าขนส่งยังเสียหาย ทำให้เงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง

-----------------
 
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ยังไม่จบ

ความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง (2 สัปดาห์ จะมีปัจจัยบวก หรือ ลบ เข้ามาแทรกหรือไม่)

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ (CPI, ยอดค้าปลีก)
ทิศทาง Fund Flow จากนักลงทุนต่างชาติ
ความเสี่ยง Stagflation ที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง
 
ตลาดโลกกำลังอยู่ในช่วง “การปรับฐานจากความกลัว” เงินทุนไหลออกจากดอลลาร์เข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะ เงินบาท ที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน

-----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM

-----------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
Why Thai Fruit: Why SO OK: Your Next Door Delicious Thai Friut
Thai Fruit the world heritage and Unique Taste ,
18 ต.ค. 2025
Lead Bullion: ตะกั่วก้อนสำหรับแบตเตอรี่ : พลังโลหะ จุดเริ่มต้นแห่งอนาคตพลังงานสีเขียว : บทความโดย SO OK TRADING 7 เมษายน 2569
Lead Bullion & ตลาดแบตเตอรี่: พลังโลหะที่ขับเคลื่อนโลกพลังงานใหม่ ในยุคที่พลังงานและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ตะกั่ว” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั่วโลก โดยเฉพาะ Lead Bullion หรือ “ตะกั่วดิบ” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ผ่านกระบวนการถลุงจากแร่กาลีนา (PbS) ก่อนจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ถึงระดับ 99.97% ตามมาตรฐาน ASTM B29 เพื่อใช้ผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด (Lead-Acid Battery) ที่เราพบเห็นในรถยนต์ ระบบสำรองไฟ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จากสถานการณ์โลกที่ผันผวน ทั้งราคาพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ตลาด Lead Bullion กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคการผลิตและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานได้มากถึง 75% และสอดคล้องกับแนวทาง Circular Economy และ ESG ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ในช่วงปี 2025–2030 โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Secondary Lead — ตะกั่วรีไซเคิลที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะครองตลาดกว่า 60–70% ของความต้องการทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ผลิตในไทยที่มุ่งสู่การสร้างระบบวงจรปิด (Closed-loop System) เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
7 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy