แชร์

ตลาดน้ำมันโลกและแนวโน้มราคาน้ำมันไทย Q2/2569: จุดเปลี่ยนผ่านของพลังงานโลกหลังการหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่าน

อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2026
2333 ผู้เข้าชม

ตลาดน้ำมันโลกและแนวโน้มราคาน้ำมันไทย: พร้อมฉากทัศน์ราคาน้ำมัน Q2/2569 และ ประเมินผลกระทบต่าง โดย Base On สถานการณ์ ณ วันที่ 9 เมษายน 2569 : วิเคราะห์โดย SO OK TRADING : **

-------------


ภาพรวมสถานการณ์ (เมษายน 2569)

วันที่ 9 เมษายน 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพลังงานโลก เมื่อราคาน้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 13–16% หลังการประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาขายปลีกในไทย โดยเฉพาะกลุ่มดีเซล ถูกปรับลดลงทันที 2.14 บาทต่อลิตร ดีเซลหน้าปั๊มจึงอยู่ที่ราว 50.54 บาท/ลิตร ขณะที่เบนซินและแก๊สโซฮอล์ยังคงราคาเดิม

--------------
 
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด

การหยุดยิงในอ่าวเปอร์เซีย: เปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ลดความเสี่ยงด้านอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบโลก: Brent ร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์/บาร์เรล, WTI อยู่ที่ 94–96 ดอลลาร์

นโยบายรัฐไทย: กบน. เพิ่มการชดเชยราคาดีเซลเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ

ฐานะกองทุนน้ำมันไทย: แม้ราคาลดลง แต่กองทุนยังติดลบกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท ทำให้การปรับลดราคาอาจไม่เต็มที่

-------------- 

การคาดการณ์ราคาน้ำมันจากสถาบันการเงิน

Goldman Sachs: ปรับลดเป้าราคา Brent Q2/2569 เหลือ 90 ดอลลาร์ และ WTI เหลือ 87 ดอลลาร์

DBS: คาด Brent เฉลี่ย 86.5 ดอลลาร์ และอาจลดลงเหลือ 79.5 ดอลลาร์ ใน Q3 หากสถานการณ์สงบต่อเนื่อง

EIA: แม้ราคาลดลง แต่ยังมี Geopolitical Risk Premium ที่อาจทำให้ราคาดีดกลับได้

--------------
 
ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้บริโภคต่อการประกาศหยุดยิง 8 เมษายน 2569 

สายการบิน: ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินลดลงทันที กำไรเพิ่มขึ้น และเส้นทางบินสั้นลงจากการเปิดน่านฟ้า

โลจิสติกส์ไทย: ดีเซลถูกลงช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

ปิโตรเคมี: ต้นทุนแนฟทาลดลง สามารถผลิตมาเป็นพลาสติก และ บรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้น

EV และพลังงานสะอาด: ราคาน้ำมันถูกลงอาจลดแรงจูงใจชั่วคราว แต่กฎหมายสิ่งแวดล้อมในยุโรป-อเมริกายังบังคับให้เร่งผลิต EV ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล 

--------------
 
ฉากทัศน์ราคาน้ำมัน (Scenario Analysis) - Q2/2569 หลังข้อตกลงหยุดยิง 8 เมษายน 2569

1.ฉากทัศน์เชิงบวก (Optimistic Case)

การหยุดยิงยืดเยื้อและนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพถาวร
ราคาน้ำมันสร้างฐานใหม่ที่ 80–85 ดอลลาร์/บาร์เรล
น้ำมันสามารถลดราคาขายปลีกได้ต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นการบริโภคและลดแรงกดดันเงินเฟ้อ


2. ฉากทัศน์กลาง (Base Case)

การหยุดยิงยังคงเปราะบาง มีการละเมิดข้อตกลงเป็นระยะ
ราคาน้ำมันแกว่งตัวในกรอบ 85–95 ดอลลาร์/บาร์เรล

3. ฉากทัศน์เชิงลบ (Pessimistic Case)

ความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้งในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันดีดกลับทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินเฟ้อพุ่งสูง กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ
 

------------------


อุปสงค์น้ำมัน และ Outlook สถานการณ์น้ำมัน

เอเชีย: จีนและอินเดียยังเป็นตัวขับเคลื่อนอุปสงค์หลัก :  มีบางส่วนยังต้องพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เกาหลีใต้ - ญี่ปุ่น : หนักหน่อยพึ่งพาน้ำมันที่ต้องขนผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก

อเมริกาเหนือ: สหรัฐฯ จะเป็น “ตัวถ่วงดุล” ด้วยการผลิตและส่งออกสูงสุด

ยุโรป: เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน แม้อุปสงค์น้ำมันลดลง

ตะวันออกกลาง: OPEC+ ยังควบคุมกำลังการผลิตเพื่อรักษาฐานราคา

------------------
 
ไตรมาส 2/2569 คือ จุดเปลี่ยนผ่าน (Inflection Point) ของตลาดพลังงาน หากหยุดยิงยั่งยืน ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับต่ำลง ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจ Global Play เช่น สายการบินและผู้ส่งออก แต่หากความขัดแย้งกลับมา ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีกครั้งและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“จีนเปลี่ยนโลก ไทยพลิกเกมเศรษฐกิจ – ครึ่งปีหลัง 2569 จากโรงงานของโลก สู่ศูนย์กลางนวัตกรรม และโอกาสใหม่ที่ไทย และ โลกต้องคว้า”
จีนกับบทบาททางเศรษฐกิจในโลก และ เศรษฐกิจไทย – ครึ่งปีหลัง 2569 จุดเชื่อมเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่ บทความโดย SO OK TRADING : 21 JUNE 2026 ครึ่งปีหลังนี้ โลกกำลังจับตาการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจจีน — จาก “โรงงานของโลก” สู่ “ศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง” จีนลดเป้าหมาย GDP ลงต่ำกว่า 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เพื่อวางรากฐานการเติบโตเชิงคุณภาพ เน้น AI, พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การชะลอตัวอย่างมีเสถียรภาพของจีน ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง แต่คือการปรับสมดุลใหม่ของเศรษฐกิจโลก จากสหรัฐฯ และยุโรปที่เพิ่มกำแพงภาษี ไปจนถึงอาเซียนและกลุ่ม Global South ที่กลายเป็นพันธมิตรทางการค้าใหม่ภายใต้โครงการ Belt & Road Initiative (BRI) สำหรับประเทศไทย — นี่คือ “จุดเชื่อมเศรษฐกิจโลก” ที่เปิดโอกาสทองให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งในสินค้าเกษตรพรีเมียม การเชื่อมโยง Supply Chain ไฮเทค และการดึงดูดทุนจีนเข้าสู่ EEC แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายจากสินค้าราคาถูก การผันผวนค่าเงิน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี จีนกำลังเปลี่ยนโลก ไทยต้องพลิกเกมให้ทัน! ติดตามบทวิเคราะห์เต็มรูปแบบได้ในบทความฉบับสมบูรณ์จาก SO OK TRADING SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE
21 มิ.ย. 2026
Rare Earth Elements: Neodymium & Dysprosium  พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดและอนาคตพลังงานโลก เกร็ดความรู้ BY SOOK TRADING
Rare Earth: Neodymium & Dysprosium แร่หายาก ขับเคลื่อนอนาคตโลก และ แนวโน้มทิศทางการใช้งานในอนาคต แหล่งวัตถุดิบ สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต แร่หายาก: นีโอดีเมียม (Neodymium) และ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตโลก — พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SOOK TRADING ข้อมูลเชิงลึก คุณสมบัติ - นีโอดีเมียม (Nd): โลหะสีเงิน เป็นองค์ประกอบหลักของแม่เหล็กนีโอดีเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB Magnet) ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรที่ทรงพลังที่สุดในโลก ให้พลังแม่เหล็กสูงในขนาดเล็ก เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่กะทัดรัด - ดิสโพรเซียม (Dy): โลหะหายากที่มีจุดหลอมเหลวและเดือดสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนของแม่เหล็กนีโอดีเมียม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในสภาวะอุณหภูมิสูง เช่น มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า และกังหันลมกลางทะเล การใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ (ปี 2026) - ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): แม่เหล็ก NdFeB ทำให้มอเตอร์มีขนาดเล็ก เบา แต่ทรงพลัง ขณะที่ Dy ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน - พลังงานหมุนเวียน: กังหันลม โดยเฉพาะ Offshore ใช้แม่เหล็ก NdFeB หลายร้อยกิโลกรัมต่อเมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ใช้ในข้อต่อและระบบขับเคลื่อนที่ต้องการความแม่นยำสูง สนับสนุนการเติบโตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์: ลำโพงสมาร์ทโฟน หูฟัง ระบบสั่น (Haptic Feedback) เครื่อง MRI และเรดาร์ทางทหาร SOOK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านแร่หายากและโซลูชันพลังงานสะอาด เราพร้อมจัดหาวัสดุคุณภาพสูงและโซลูชันครบวงจรเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมของคุณ
22 ม.ค. 2026
“Middle East Crisis Update 16 เมษายน 2026: Oil • Fertilizer • Naphtha — War & Market Moves, เมื่อพลังงานและวัตถุดิบกลายเป็นอาวุธเศรษฐกิจ สงครามที่กระทบทุกลมหายใจของโลก”
Update สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สงคราม-พลังงาน-การเงินโลก (16 เมษายน 2569) สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนแรงและซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสู้รบ การทูต และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ลามไปทั่วโลก จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีในหลายพื้นที่ ทำให้ราคาน้ำมันและแนฟทาพุ่งสูง ขณะที่ตลาดหุ้นโลกยังคงผันผวนตามข่าวเจรจาสันติภาพ ผลกระทบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภูมิภาค แต่ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงทุกประเทศ — ตั้งแต่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ไปจนถึงราคาปุ๋ยและค่าขนส่งที่กระทบชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ติดตามภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดในรูปแบบ Infographic ภาษาอังกฤษ ที่สรุปทั้งมิติของสงคราม พลังงาน และการเงินโลกได้อย่างกระชับ เข้าใจง่าย และพร้อมต่อยอดเชิงธุรกิจ SO OK TRADING
16 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy