แชร์

Shock ซ้อน Shock: เมื่อเศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือนจากสงครามและพลังงานแพง จับตาเศรษฐกิจโลก Q2/2026 ไปกับ SO OK TRADING 6 APR 2026

อัพเดทล่าสุด: 6 เม.ย. 2026
1805 ผู้เข้าชม

เศรษฐกิจโลก Q2/2026: Shock ซ้อน Shock — ตลาดหุ้นและแนวโน้มอนาคตที่นักลงทุนต้องจับตา

---------
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก

ไตรมาสที่ 2 ปี 2026 โลกเผชิญภาวะ “ช็อกซ้อนช็อก” จากสงครามตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นปลายกุมภาพันธ์ ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่จากเงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน:

---------

GDP โลก ถูกปรับลดเหลือ 2.6% – 2.8% จากเดิม 3.1% – 3.3%
Stagflation กลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ ราคาน้ำมันสูงกดดันการบริโภค
ธนาคารกลาง หลัก (Fed, ECB, BoE) เลือกคงดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

--------

ผลกระทบจากสงคราม

พลังงานโลกสะเทือน: ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ทำให้การขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลกหยุดชะงัก ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 – 110 ดอลลาร์/บาร์เรล
อาหารแพงขึ้น: ราคาปุ๋ยโลกพุ่ง กระทบราคาอาหารเพิ่มขึ้น 15–20%
เงินเฟ้อพื้นฐาน: สหรัฐฯ และยุโรปอาจแตะ 3.8% – 4.0%
ภูมิภาคเอเชีย: ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบหนักสุดเพราะนำเข้าพลังงานกว่า 90% จากตะวันออกกลาง

---------

อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

การบิน
ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่ง กดดันสายการบินทั่วโลก
Emirates, Qatar Airways, Etihad ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก
หุ้นสายการบินไทย เช่น BA ร่วงกว่า 25%

ยานยนต์
ห่วงโซ่อุปทานสะดุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
การส่งออกรถยนต์ไทยไปตะวันออกกลางลดลง 7.5%
EV เป็นโอกาสใหม่: ยอดขายรถกระบะไฟฟ้าในไทยพุ่งกว่า 300%

ตลาดหุ้นไทย (SET)
หากสงครามยืดเยื้อ ดัชนี SET อาจลงไปถึง 1,100 จุด
หุ้นที่ควรระวัง: วัสดุก่อสร้าง, ปิโตรเคมี, สายการบิน
หุ้น Defensive: ADVANC, BBL, BDMS, GULF, BEM
กลยุทธ์: เพิ่มการถือเงินสด และเน้นหุ้น Domestic Play


ตลาดหุ้นโลกและแนวโน้มในอนาคต
SET Index ไทย: ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 1,454 จุด จากความหวังการเจรจาสงบศึก แม้ความไม่แน่นอนยังสูง
S&P 500 สหรัฐฯ: ร่วง 9% หลังสงคราม แต่เริ่มฟื้นที่ 6,582 จุด โดยมีแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด
Nasdaq: เข้าสู่ Correction แต่รีบาวด์แรงที่ 21,879 จุด สะท้อนความเชื่อมั่นในนวัตกรรมและ AI
Dow Jones: ทรงตัวที่ 46,504 จุด โดยนักลงทุนจับตานโยบายการเงินของ Fed อย่างใกล้ชิด


ตลาดหุ้นสิงคโปร์
ดัชนี STI ของสิงคโปร์ปิดที่ 4,511.90 จุด โดยมีเป้าหมายสิ้นปี 2026 ที่ 4,880 จุด
คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 8.8% ในปี 2026 โดยกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นผู้นำ
สิงคโปร์ยังคงสถานะ Safe Haven ด้วยผลตอบแทนเงินปันผลสูง 4.5% ดึงดูดนักลงทุนในช่วงความผันผวน
ความเสี่ยงมาจากการเติบโต GDP ที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการค้า และความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นยุโรป
ตลาดหุ้นยุโรปเริ่มปี 2026 ด้วยสัญญาณบวก หลังความกลัวภาวะถดถอยลดลง เงินเฟ้อใกล้เป้าหมายของธนาคารกลาง
การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับปานกลางและคาดว่าจะดีขึ้นในปี 2027
ตลาดหุ้นยุโรปยังมีมูลค่าที่ถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ และอัตราดอกเบี้ยต่ำ การเปลี่ยนผ่านพลังงานและความต้องการเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาด

---------------

แนวโน้มตลาดหุ้นในครึ่งปีหลัง 2026

ความไม่แน่นอนจากสงครามและราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสฟื้นตัวหาก Fed สามารถควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย
หุ้นเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดยังคงเป็นกลุ่มดาวเด่นที่นักลงทุนให้ความสนใจ
ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย เช่น อินเดียและเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนภาคเอกชน
นักลงทุนควรเน้นกลยุทธ์ Defensive และกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

----------------

เศรษฐกิจสหรัฐฯ

GDP ถูกปรับลดเหลือ 2.2%
เงินเฟ้อพุ่งแตะ 3.8% – 4.0% ราคาน้ำมันขายปลีกทะลุ 4 ดอลลาร์/แกลลอน
Tariffs ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ดันภาษีเฉลี่ยขึ้นเป็น 11.7%
Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50% – 3.75% และอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยไปปลายปี
ตลาดแรงงานเริ่มชะลอ อัตราว่างงานคาดแตะ 4.7%

----------------

ภูมิภาคเอเชีย

จีน: ทนทานที่สุดในภูมิภาค GDP โต 4.1% – 4.3% จากมาตรการกระตุ้นและส่งออกเทคโนโลยีสีเขียว
ญี่ปุ่น: เสี่ยงถดถอยหนัก ค่าเงินเยนผันผวน 155–160 เยน/ดอลลาร์
อาเซียน: อินโดนีเซีย/มาเลเซียได้อานิสงส์จากราคาพลังงานสูง ขยายตัว 4.5% – 5.0% ส่วนไทย/ฟิลิปปินส์/เวียดนามเจอเงินเฟ้อต้นทุนกดดัน

----------------

เศรษฐกิจโลก Q2/2026 อยู่ในภาวะเปราะบางจากสงครามและราคาพลังงานสูง นักลงทุนควรเน้นการลงทุนแบบ Defensive และจับตาการเจรจาสงบศึกเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดในครึ่งปีหลัง พร้อมติดตามแนวโน้มตลาดหุ้นโลกที่มีความผันผวนสูงแต่ยังมีโอกาสเติบโตในกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่.

----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

---------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทองแดงแคโทด: เส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจโลก หัวใจแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โลหะที่โลกต้องการ : เกร็ดความรู้ โดย SO OK TRADING
⚡ Copper Cathode: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ทองแดงบริสุทธิ์ระดับ 99.95–99.99% ที่ถูกยกให้เป็น “เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก” หัวใจสำคัญของ พลังงานสะอาด, AI, EV และ Data Centers
10 พ.ค. 2026
“อลูมิเนียมเดือดทะลุเพดานโลก ราคาสูงสุดในรอบปี – ราคาวิ่งไม่หยุดสูงสุดประวัติการณ์ ตลาดตึงตัวขั้นสุด มิถุนายน 2569”
อะลูมิเนียมเดือด! มิถุนายน 2569 – ราคาพุ่งแรงที่สุดในรอบ 4 ปี SO OK TRADING | 1 มิถุนายน 2569 เดือนนี้ตลาดอะลูมิเนียมทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะ “พุ่งทะยานรุนแรงและตึงตัวขั้นสุด” ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน LME ดีดตัวแตะ 3,675 – 3,769 ดอลลาร์/ตัน สูงสุดตั้งแต่ปี 2565 และเพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก สงครามตะวันออกกลาง, การจำกัดส่งออกแร่โบไซต์ของกินี, จีนชนเพดานการผลิต, และ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงกว่า 30% ขณะที่ สต็อก LME ลดต่ำสุดในรอบหลายปี ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน สถาบันการเงินชั้นนำต่างปรับมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาจะยืนสูงต่อเนื่อง: Morgan Stanley: 3,700 – 3,800 ดอลลาร์ (หากสงครามยืดเยื้ออาจทะลุ 4,000) World Bank: 3,300 – 3,600 ดอลลาร์ (แรงหนุนจากความต้องการใน AI และ Data Center) Goldman Sachs: 3,150 – 3,500 ดอลลาร์ (ตลาดเข้าสู่ภาวะขาดดุล) SO OK TRADING: 3,500 – 3,900 ดอลลาร์ สำหรับประเทศไทย แม้ผู้ผลิตในกลุ่ม EV, โครงสร้างไฟฟ้า, โซลาร์ และบรรจุภัณฑ์ จะเจอแรงกดดันต้นทุน แต่ก็มี โอกาสทองจากราคาสcrapที่พุ่งสูง และ การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่ขาดแคลนหนัก ✨ มิถุนายน 2569 คือเดือนที่ตลาดอะลูมิเนียมร้อนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี — ราคาสูงสุด, ซัพพลายขาดแคลน, และโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการไทย SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ — FAST • SHARP • RELIABLE
1 มิ.ย. 2026
ทองคำทะยาน เงินพุ่ง ดอลลาร์อ่อนแรง : หลัง IRANเปิดช่องแคบ ฮอร์มุซเต็มรูปแบบ : คลายกังวล วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง 18 เมษายน 2026
“ทอง-เงินพุ่งแรง ดอลลาร์อ่อนค่า” : หลังอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ รับข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล–เลบานอน ตลาดโลหะมีค่ากำลังร้อนแรงที่สุดในรอบปี! ราคาทองคำทะยานเหนือระดับ 4,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และความคาดหวังว่า Fed จะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่ แร่เงิน (Silver) กลายเป็นดาวรุ่งแห่งปี 2569 จากดีมานด์ในอุตสาหกรรม EV และโซลาร์เซลล์ ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ดอลลาร์สหรัฐ เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง หลังตลาดคลายความกังวลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามราคาทอง
18 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy