แชร์

วิกฤติน้ำมันขาดแคลน : ราคาน้ำมันเดือด! โลกสั่นสะเทือน ไทยรับแรงกระแทก — ราคาน้ำมันตัวเร่งเศรษฐกิจโลก : บทความโดย SO OK TRADING: 6 APR 2026

อัพเดทล่าสุด: 6 เม.ย. 2026
2046 ผู้เข้าชม

วิกฤตราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อโลกและไทย : บทความโดย SO OK TRADING : - 6 เมษายน 2026

---------------

ภาพรวมสถานการณ์

วันที่ 6 เมษายน 2569 โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI พุ่งทะลุ 110-114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานกว่า 20% ของโลก

---------------

ราคาน้ำมันในประเทศไทย

ดีเซล B7/B20: 47.74 – 50.00 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 2.80 – 3.50 บาท/ลิตร เมื่อวันที่ 5 เมษายน)
แก๊สโซฮอล์ 95: 39 – 40 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91: 38 – 39 บาท/ลิตร
E20: 37 – 38 บาท/ลิตร
เบนซิน: 48 – 49 บาท/ลิตร

ราคาดีเซลมีแนวโน้มทะลุ 55-60 บาท/ลิตรในเดือนเมษายน หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ

----------------

ปัจจัยขับเคลื่อนวิกฤต

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน
ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานทั่วโลก

----------------

ผลกระทบต่อไทย

ราคาน้ำมันขายปลีกพุ่งสูงทันที โดยเฉพาะดีเซล ทะลุสูงกว่า 50 บาท / ลิตร
กองทุนน้ำมันขาดทุนกว่า 47,000 ล้านบาท
รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการประหยัดพลังงานแห่งชาติ เช่น การจำกัดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า และการส่งเสริม Work From Home
เงินเฟ้อในไทยมีแนวโน้มพุ่งขึ้น 10-20% จากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น
การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลง โดย SCB EIC คาดการณ์การเติบโตปี 2569 เหลือประมาณ 1.4%

----------------

ผลกระทบต่อภูมิภาคและประเทศอื่นๆ

จีน: ห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป สำรองใช้ได้ 60 วัน และมีการเตรียมมาตรการประหยัดพลังงาน
ญี่ปุ่น: มีคลังสำรองน้ำมันใช้ได้ 250 วัน ปล่อยน้ำมันสำรองกว่า 80 ล้านบาร์เรล และมีการส่งเสริม Work From Home
เกาหลีใต้: มีสำรองน้ำมันใช้ได้ 200 วัน และพิจารณามาตรการ Work From Home เพื่อลดการใช้พลังงาน
อินเดีย: ลดการส่งก๊าซ LNG ให้ภาคโรงงานเพื่อประหยัดพลังงาน
ออสเตรเลีย: ปั๊มน้ำมันกว่า 283 แห่งไม่มีน้ำมันขาย ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและธุรกิจ

-----------------

แนวโน้มเดือนเมษายนและไตรมาส 2/2569

ราคาน้ำมันดิบโลกอาจแตะ 120-130 ดอลลาร์/บาร์เรล หากการเจรจาไม่สำเร็จ
ราคาดีเซลในไทยอาจทะลุ 55-60 บาท/ลิตร
เงินเฟ้อในไทยอาจพุ่งขึ้น 10-20% จากต้นทุนขนส่ง
หากเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ ราคาน้ำมันอาจลดลงเหลือ 90-100 ดอลลาร์/บาร์เรล

-------------------

Most Likely Scenario (สถานการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด)

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2/2569 ทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง 110-130 ดอลลาร์/บาร์เรล
ประเทศผู้นำเข้าหลัก เช่น ไทย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะต้องบริหารจัดการสำรองพลังงานอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเร่งมาตรการประหยัดพลังงานและส่งเสริมพลังงานทางเลือก
ราคาน้ำมันที่สูงจะส่งผลให้เงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ
การเจรจาทางการทูตอาจเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2569 แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะบรรลุข้อตกลงหรือไม่

--------------------

ผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ

จีน: แม้จะมีการสำรองน้ำมันและก๊าซที่ดี แต่การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้การนำเข้าน้ำมันล่าช้า ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง
ญี่ปุ่น: ต้องใช้คลังสำรองน้ำมันอย่างเข้มงวดและอาจมีการจำกัดการใช้พลังงานในภาคธุรกิจและครัวเรือน
เกาหลีใต้: เผชิญกับความเสี่ยงด้านพลังงานสูง ต้องเร่งมาตรการประหยัดพลังงานและอาจส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน
อินเดีย: ลดการส่งก๊าซ LNG ให้ภาคโรงงาน ส่งผลให้การผลิตบางส่วนชะลอตัว
ออสเตรเลีย: ปั๊มน้ำมันขาดแคลนอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและธุรกิจในวงกว้าง

---------------------

สรุปสิ่งที่ต้องจับตา (6-10 /4/2026)

ท่าทีของอิหร่านต่อคำขาดของสหรัฐฯ
ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศผู้นำเข้าหลัก
การปรับโครงสร้างราคาพลังงานในไทย เช่น การลดภาษีสรรพสามิต

--------------------

วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่เป็นตัวเร่งให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง

--------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM

-------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“จีนชะลอ โลกปรับสมดุล – ครึ่งปีหลัง 2569 จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก ไทยอยู่ตรงไหน? SO OK TRADING วิเคราะห์โอกาสใหม่ของไทย”:17 JUNE 2026
“จีนชะลอ โลกปรับสมดุล – ครึ่งปีหลัง 2569 จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่ของไทย” โดย SO OK TRADING | 17 มิถุนายน 2569 ครึ่งปีหลังนี้ โลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจจีน — จากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การเติบโตเชิงคุณภาพที่เน้น “นวัตกรรมและความยั่งยืน” รัฐบาลจีนตั้งเป้า GDP ที่ 4.5%–5.0% เป็นครั้งแรกในรอบสามทศวรรษ พร้อมเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 15 ที่มุ่งสร้าง “New Quality Productive Forces” เพื่อยกระดับเทคโนโลยี AI, พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ในขณะที่โลกกำลังปรับสมดุลใหม่จากแรงกระเพื่อมของจีน — ไทยกลับมีโอกาสทองในหลายมิติ:
17 มิ.ย. 2026
“สงครามสงบ โลหะโลกเดือด! เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปลดล็อกซัพพลายโลหะโลก – Copper พุ่งแรง, Aluminium ร่วงหนัก, Zinc เปราะบาง, Lead ล้นตลาด เจาะลึกตลาดโลหะโลกหลังข้อตกลง USA–IRAN”
“สงครามสงบ โลหะโลกเดือด! เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปลดล็อกซัพพลาย – Copper พุ่งแรง, Aluminium ร่วงแรง, Zinc เปราะบาง, Lead ล้นตลาด” : SO OK TRADING | 16 มิถุนายน 2026 หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง พร้อมกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โลกโลหะกลับมาร้อนแรงทันที! การคลี่คลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลหะพื้นฐาน (LME) ถูก “ปลดล็อก” อย่างเต็มรูปแบบ — ส่งผลให้ราคาปรับตัวแตกต่างกันไปตามชนิดโลหะ บางตัวอย่าง อะลูมิเนียม เริ่มปรับฐานลงจากสต็อกที่ฟื้นตัว ขณะที่ ทองแดง กลับพุ่งแรงจากอุปสงค์ในยุค AI และพลังงานสะอาด ส่วน สังกะสี ยังคงทรงตัวแต่เปราะบางต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็ก และ ตะกั่ว อยู่ในภาวะล้นตลาดจากการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า
16 มิ.ย. 2026
“น้ำมันโลกดิ่งแรงสุดในรอบ 3 เดือน – Supply ปลดล็อก Demand อ่อนแรง ไทยยิ้มรับผลบวก แต่ตลาดทุนต้องระวัง”: SO OK TRADING: 15 JUNE 2026
น้ำมันโลกเข้าสู่ยุคขาลง – Supply ปลดล็อก Demand อ่อนแรง ไทยได้แรงหนุน แต่ตลาดทุนต้องระวัง ราคาน้ำมันดิบโลกดิ่งแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน หลังสหรัฐฯ–อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และช่องแคบฮอร์มุซเตรียมกลับมาเปิดเดินเรือเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเข้าสู่ “โหมดขาลง” อย่างชัดเจน
16 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy