แชร์

“เหล็กแพงไม่หยุด! เจาะลึกแรงกดดันตลาดโลกปี 2569 จากสงครามสู่โครงการก่อสร้าง — ฟื้นตัวแต่ราคาเดือด": บทความโดย SO OK TRADING:26 มีนาคม 2026

อัพเดทล่าสุด: 26 มี.ค. 2026
263 ผู้เข้าชม

“เหล็กแพงทะลุเพดาน 2569: เมื่อสงคราม-ภาษี-ดีมานด์ ดันราคาโลกสู่ฐานใหม่” : เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เหล็กโครงสร้าง ราคาปรับตัวสูงขึ้น : จับตาดูราคาเหล็ก และ แนวโน้มทิศทางราคาเหล็กในอนาคต ไปกับ SO OK TRADING : บทความ ณ วันที่ 26 มีนาคม 2026

-------

ภาพรวมตลาดโลก 2026 : อุตสาหกรรมเหล็ก

ปี 2026 อุตสาหกรรมเหล็กโลกอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป” แต่ราคากลับพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถูกบีบจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งสงคราม ภาษีการค้า และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางภูมิภาค

อุปสงค์โลก: คาดว่าจะโต 1.3% หรือราว 1,773 ล้านตัน
จีน: ความต้องการในประเทศทรงตัว แต่ส่งออกเหล็กราคาถูกมหาศาล กดดันตลาดโลก
อินเดีย: ดีมานด์พุ่งแรง +9% จากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
ยุโรป/สหรัฐฯ: ฟื้นตัวจากมาตรการภาษีและการผลักดัน “เหล็กสีเขียว”

-------
 
ทำไมราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม 2026 ที่ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 10% อย่างมี นัยสำคัญ : ***

ราคาที่พุ่งแรงใน Q1/2569 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจาก “แรงกดดันซ้อนทับ” หลายด้าน

1. สงครามและภูมิรัฐศาสตร์

ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง → ราคาน้ำมันและค่าขนส่งพุ่ง
เสี่ยงปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ → เกิดภาวะขาดแคลนชั่วคราว
รัสเซีย–ยูเครนหยุดส่งออกเหล็กกึ่งสำเร็จรูปและแร่เหล็ก → ตลาดโลกต้องแย่งชิงทรัพยากร

2. มาตรการการค้าและภาษี

สหรัฐฯ–ยุโรปตั้งกำแพงภาษีเหล็กจีนสูงถึง 50% → ราคาตลาดภายในสูงขึ้นทันที
มาตรการ CBAM ของยุโรป (ภาษีคาร์บอน) → ดันราคา “เหล็กสีเขียว” ให้แพงขึ้น และกดดันราคาเหล็กทั่วไปตาม
3. ดีมานด์ฟื้นตัวและการกักตุน

อินเดีย–สหรัฐฯ เร่งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ → ความต้องการเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) พุ่ง
ผู้รับเหมาและดีลเลอร์เร่งซื้อกักตุน → เกิดแรงซื้อถาโถมในเวลาสั้นๆ

--------------- 

ผลกระทบต่อไทย

ราคาเหล็กในประเทศ: ขยับขึ้น 5–10% ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
เหล็กรูปพรรณและเหล็กแผ่น: ได้รับผลกระทบไวที่สุด เพราะต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบสูงขึ้น
มาตรการรัฐ: กำลังพิจารณาภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เพื่อพยุงราคาและปกป้องผู้ผลิตในประเทศ
 
สำหรับไทยที่ยังพึ่งพาการนำเข้าเหล็กจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในบางประเภท ผลกระทบจึงชัดเจนมาก ราคาวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้นบวกกับค่าเงินบาทที่ผันผวน ทำให้ราคาเหล็กในประเทศขยับขึ้นทันทีในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 5–10% ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เหล็กรูปพรรณและเหล็กแผ่นได้รับผลกระทบไวที่สุดเพราะต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบสูงขึ้น ขณะที่ภาครัฐและผู้ประกอบการไทยกำลังผลักดันมาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เพื่อพยุงราคาและปกป้องอุตสาหกรรมภายใน

----------------
 
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กปี 2569

ในไตรมาสที่ 2 ราคามีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) จะขยับขึ้นไปอยู่ในช่วง 931–1,100 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ภาพรวมทั้งปี สมาคมเหล็กโลกคาดว่าความต้องการเหล็กโลกจะขยายตัวราว 1.3% หรือประมาณ 1,773 ล้านตัน แม้จะไม่ใช่การพุ่งแรงเหมือนยุคโควิด แต่ราคาจะยังคงสูงขึ้นตามฐานต้นทุนใหม่ที่แพงกว่าเดิม

---------------

️ สรุปทิศทางราคาเหล็กปี 2569

ปี 2569 คือปีที่ตลาดเหล็กโลกเข้าสู่ยุค “เหล็กแพงฐานใหม่” จากแรงกดดันซ้อนทับทั้งสงคราม ภาษี และดีมานด์ที่ฟื้นตัว ทำให้ราคาทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทยขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแม้จะไม่พุ่งแรงแบบก้าวกระโดด แต่ก็ยากที่จะกลับไปสู่ระดับราคาต่ำเหมือนในอดีต

 --------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

-------------

หากท่านมีความต้องการใช้เหล็กเส้นเหล็กก่อสร้าง หรือ เหล็กประเภทอื่นๆ ท่านสามารถติดต่อหาเราได้ที่ www.sooktrading.com โดยไปที่ช่อง Give Inquiry หรือ ท่านสามารถส่งอีเมลล์หาเราได้โดยตรงที่ sooktrading@outlook.com

ขอขอบคุณมากๆครับ

-----------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลไม้ไทย ความอร่อยจากไทย ผลผลิตจากธรรมชาติ ส่งไกลทั่วโลก : รู้จักผลไม้ไทย และ โอกาสส่งออก ซื้อขาย กับ SO OK TRADING
ผลไม้ไทย: ผลิตภัณฑ์ไทยสู่ตลาดโลก ภาพรวมผลไม้ไทย ประเทศไทยได้รับการขนานนามว่าเป็น “อาณาจักรผลไม้” ด้วยภูมิอากาศและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถผลิตผลไม้ได้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด มะม่วง มะพร้าว และสับปะรด ซึ่งล้วนมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาพรวมตลาดส่งออก - ตลาดญี่ปุ่น - กล้วย มะม่วง มังคุด และสับปะรดเป็นที่นิยมอย่างมาก - ความตกลง JTEPA ช่วยลดภาษี และการรับรอง GI เพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ - ตอบโจทย์ผู้บริโภคญี่ปุ่นที่เน้นสุขภาพและคุณภาพระดับพรีเมียม - ตลาดจีน - ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นสินค้าส่งออกหลัก - จีนเป็นผู้นำเข้าผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุด - รถไฟจีน–ลาวช่วยพัฒนาระบบโลจิสติกส์ รักษาความสดใหม่ของผลไม้ - ตลาดตะวันตก (ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย) - มะพร้าวอ่อน มังคุด มะม่วง สับปะรด และแก้วมังกรได้รับความสนใจสูง - ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และความยั่งยืน - ความต้องการสินค้าประมวลผล เช่น ผลไม้อบแห้งและน้ำผลไม้ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โอกาสและทิศทางการพัฒนา - ความแตกต่างด้านคุณภาพ: สร้างแบรนด์ผลไม้พรีเมียมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน - เกษตรอัจฉริยะ: ใช้ AI และโดรนเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ - นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: พัฒนาผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้บรรจุขวด และกลุ่มซูเปอร์ฟู้ด - ความยั่งยืน: ปรับตัวตามกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม (EUDR) และข้อกำหนดด้านคาร์บอนฟุตพรินต์ - การยกระดับโลจิสติกส์: ระบบขนส่งเย็นและรถไฟช่วยรักษาความสดใหม่ ✨ สรุป ด้วยจุดแข็งด้าน คุณภาพ นวัตกรรม และ ความยั่งยืน ผลไม้ไทยมีศักยภาพที่จะขยายอิทธิพลในตลาดโลกมากขึ้นในปี 2026 และอนาคต ตลาดญี่ปุ่น จีน และตะวันตกต่างมีจุดแข็งและโอกาสเฉพาะ ทำให้การส่งออกผลไม้ไทยมีแนวโน้มเติบโตเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
23 ม.ค. 2026
พลังข้าวโพดไทย : จากไร่สู่ตลาดโลก - เจาะลึกตลาดข้าวโพด 2026: ไทยบนเวทีโลก - บทความจาก SO OK TRADING
อุตสาหกรรมข้าวโพดไทย : ข้าวโพดตลาดโลก โดย SO OK TRADING ประเทศไทยคือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของโลกในอุตสาหกรรมข้าวโพด ทั้งด้านการเลี้ยงสัตว์และการส่งออกเพื่อการบริโภค โดยเฉพาะข้าวโพดหวานที่ไทยครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลก อินโฟกราฟิกนี้สรุปภาพรวมตลาดข้าวโพดไทย–โลกใน 5 มิติสำคัญ: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: พื้นที่ปลูก 7 ล้านไร่ ผลผลิตยังไม่พอต่อความต้องการ ข้าวโพดบริโภค: ไทยส่งออกข้าวโพดหวานอันดับ 1 พร้อมต่อยอดสู่พลาสติกชีวภาพและสิ่งทอ โครงสร้างต้นทุนและสิ่งแวดล้อม: ต้นทุนสูง ปัญหา PM2.5 และมาตรฐานใหม่ “ปลอดการเผา” การนำเข้า: 3–4 ล้านตัน/ปี จากลาว เมียนมา กัมพูชา พร้อมมาตรฐานความชื้นและการตรวจสอบย้อนกลับ ราคาตลาด: แนวโน้มขาขึ้น (Bullish) ทั้งในประเทศและตลาดโลก CBOT โอกาสใหม่กำลังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อสินค้าข้าวโพดจากไทย หากท่านต้องการข้าวโพดคุณภาพสูง หรือสินค้าเกษตรจากไทย ส่งคำขอ INQUIRY ได้ที่: www.sooktrading.com หรืออีเมล: sooktrading@outlook.com
21 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy