แชร์

Oil Shock 2026: สงครามน้ำมัน USA–Iran เขย่าโลก ราคาน้ำมันพุ่ง ทองคำทะยาน หุ้นร่วง เงินเฟ้อสะเทือนเศรษฐกิจโลก : 7 มีนาคม 2026 เมื่อ อิหร่าน โดนโจมตีคลังน้ำมันโต้กลับ : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 8 มี.ค. 2026
666 ผู้เข้าชม

สงครามน้ำมัน 7 มีนาคม 2026: เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน โลกเข้าสู่ Oil Shock ครั้งใหญ่

วันที่ 7 มีนาคม 2026 คือวันที่โลกทั้งใบสะเทือน เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีคลังน้ำมันและโรงกลั่นในกรุงเตหะราน เป้าหมายคือการตัดเส้นเลือดเศรษฐกิจของอิหร่าน ผลลัพธ์คือไฟลุกท่วมคลังน้ำมัน Aqdasiyeh และอีกหลายจุดในเมืองหลวง พร้อมกับการตอบโต้ทันทีจากฝั่งอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธใส่โรงกลั่นน้ำมันไฮฟาของอิสราเอล

เพียงหนึ่งวันถัดมา อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน ทำให้โลกทั้งใบเข้าสู่ภาวะ Oil Shock ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี หลังจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน 

 
⛽ ราคาน้ำมัน: ก่อนสงคราม vs หลังสงคราม

ก่อนสงคราม (ต้นปี 2026): ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวอยู่ที่ 65–70 USD ต่อบาร์เรล ถือว่าเป็นระดับที่ตลาดพอรับได้
หลังสงคราม (8 มีนาคม 2026): ราคาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 20% จนปัจจุบันยืนเหนือ $92 และตลาดคาดว่ามีโอกาสทะลุ $120–150 หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก


ผลกระทบต่อไทย: ราคาหน้าปั๊มมีแนวโน้มขยับขึ้น 3–5 บาทต่อลิตรภายในสัปดาห์เดียว และน้ำมันดีเซลอาจทะลุ 40 บาท ซึ่งจะกระทบต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าในชีวิตประจำวันทันที

 
ราคาทองคำ: จากสินทรัพย์ปลอดภัยสู่ดาวเด่น

ก่อนสงคราม: ราคาทองคำ Spot อยู่ราว ๆ $4,500 - $4,800 ต่อออนซ์
หลังสงคราม (8 มีนาคม 2026): ราคาทะยานขึ้นไปที่ $5,300–5,400 ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดใหม่ และยังมีโอกาสแตะ $6,000 หากความขัดแย้งบานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ : ฐานราคาทองคำใหม่อยู่ที่ 5,000 USD/ONZ ซึ่งถือเป็น Floor Price ใหม่หลังช่วงสงคราม


ผลกระทบต่อไทย: ราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มทะลุ 100,000 บาทต่อบาททองคำภายในสิ้นปี ถ้าสถานการณ์สู้รบยังคงยืดเยื้อ นักลงทุนที่ถือทองอยู่คงยิ้มออก แต่ผู้ที่ยังไม่ได้เข้าซื้ออาจต้องคิดหนักว่าจะเข้าตลาดตอนนี้ดีหรือไม่

 
ค่าเงิน: เมื่อสงครามเขย่าตลาดการเงิน

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทันที เพราะถูกมองว่าเป็น Safe Haven
เงินเยนและหยวนอ่อนค่าหนัก เนื่องจากญี่ปุ่นและจีนต้องนำเข้าพลังงานมหาศาล
บาทไทยเองก็อ่อนค่าตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

ตลาดหุ้น : ผันผวนหนัก โดยตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย แบซิฟิค ดัชนีกดตัวต่ำลง เนื่องจากผลกระทบของสงครามและการ Supply น้ำมัน  

บทสรุป: สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ USA - IRAN ที่กระทบกระเป๋าสตางค์ทุกคน

นี่ไม่ใช่แค่สงครามในตะวันออกกลาง แต่คือสงครามที่ส่งแรงสะเทือนถึงกระเป๋าสตางค์ของคนทั่วโลก น้ำมันแพงขึ้น ทองคำพุ่งทะยาน ค่าเงินผันผวน และเงินเฟ้อกำลังจะกดดันเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

สำหรับนักธุรกิจและนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการ “ตั้งสติ” และปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลางตอนนี้ ไม่ได้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศ แต่คือปัจจัยที่กำหนดต้นทุนและโอกาสของเราในทุกวัน

 SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

Visit Us at www.sooktrading.com 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เกร็ดความรู้ พลวง และ พลวงแท่ง by SO OK
พลวง (Antimony, Sb) คือธาตุกึ่งโลหะสีเทาเงิน มีคุณสมบัติแข็งแต่เปราะ ทนความร้อนและสารเคมีได้ดี นิยมใช้ผสมโลหะอื่น (เช่น ตะกั่ว) เพิ่มความแข็งในแบตเตอรี่, โลหะตัวพิมพ์ และแบริ่ง รวมถึงใช้ทำสารหน่วงไฟ, พลาสติก, สารกึ่งตัวนํา และดอกไม้ไฟ โดยแหล่งแร่พลวงสำคัญพบได้ในหลายจังหวัดของไทย เช่น แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก. เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับพลวง ชื่อ: พลวง หรือ แอนทิโมนี (Antimony) มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Sb มาจากภาษาลาตินว่า Stibium. ลักษณะ: เป็นผลึกแข็งสีขาวคล้ายเงิน มีความเงา แต่เปราะมาก และเป็นตัวนำไฟฟ้าความร้อนที่ไม่ดี. คุณสมบัติเด่น: ผสมกับโลหะอื่น: เมื่อผสมกับโลหะอ่อน เช่น ตะกั่ว จะเพิ่มความแข็งแรงได้อย่างมาก. ทนทาน: ทนความร้อนและปฏิกิริยาเคมีได้ดี. การนำไปใช้ประโยชน์: อุตสาหกรรม: ผสมในโลหะทำแบตเตอรี่ (ตะกั่ว-พลวง), โลหะตัวพิมพ์, ลูกปืน, แบริ่งรถยนต์, บัดกรี, ท่อปลอกสายเคเบิล. สารหน่วงไฟ: ใช้ในพลาสติก, ใยสังเคราะห์, เสื้อผ้าเด็ก, ของเล่น เพื่อชะลอการติดไฟ. อิเล็กทรอนิกส์: ทำสารกึ่งตัวนำ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด (Diode). อื่นๆ: ทำสีทนไฟ, เครื่องสำอาง (หลอดยาสีฟัน), ดอกไม้ไฟ, เชื้อปะทุ. แหล่งที่พบในไทย: พบได้ในหลายจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก, ระยอง, สุราษฎร์ธานี. แร่สำคัญ: แร่พลวงซัลไฟด์ (Stibnite) หรือ พลวงเงิน, พลวงออกไซด์.
10 ธ.ค. 2025
อลูมิเนียมรีไซเคิล: พลิกเศรษฐกิจโลก สู่ยุค Net Zero จากกระป๋องสู่พลังสะอาด และนวัตกรรม Circular Economy : บทความโดย SO OK TRADING :25.3.2026
อลูมิเนียมรีไซเคิลกำลังกลายเป็น “วัตถุดิบเชิงกลยุทธ์” ที่ขับเคลื่อนโลกสู่เป้าหมาย Net Zero และเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง จากกระป๋องเครื่องดื่มสู่ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า จากฟอยล์ห่ออาหารสู่โครงสร้างอาคาร — อลูมิเนียมรีไซเคลไม่ใช่แค่ Circular Economy อีกต่อไป แต่คือหัวใจของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต : วันที่เผยแพร่: 25 มีนาคม 2026 บทความนี้โดย SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึก: ✅ เทรนด์ระดับโลกปี 2025–2026 ✅ มูลค่าตลาดในอุตสาหกรรมหลัก (EV, ก่อสร้าง, บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ) ✅ บทบาทของไทยและจีนในฐานะผู้นำเอเชีย ✅ ทิศทางอลูมิเนียมรีไซเคิลในปี 2030 และ 2050
25 มี.ค. 2026
“เศษทองแดง: จากของเก่า สู่ขุมทรัพย์แห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน”: เศษทองแดง: วัตถุดิบแห่งยุคพลังงานสะอาดที่ใครก็ต้องการครอบครอง
"เศษทองแดงไม่ใช่แค่ของเก่า — แต่คือกุญแจสู่โลกพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน" ในยุคที่โลกต้องการลดคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ทองแดงรีไซเคิลกำลังกลายเป็นทรัพย์สินยุทธศาสตร์ที่ทุกประเทศต้องการครอบครอง ใครที่เข้าใจคุณค่าและจัดการได้อย่างชาญฉลาด…คือผู้กุมอนาคตการผลิต
9 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy