แชร์

“หลังตรุษจีน ทองคำไม่หลุดขาขึ้น: วิเคราะห์ลึกโดย SO OK TRADING": $5,500 ไม่ใช่จุดจบ: ทองคำกำลังพักเพื่อไปต่อ

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026
2037 ผู้เข้าชม

ทองคำหลังตรุษจีน 2569: พักฐานเพื่อไปต่อ : บทวิเคราะห์ BY SO OK TRADING 

หลังผ่านเทศกาลตรุษจีนปีนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) ราคาทองคำโลกที่เคยพุ่งแรงจนทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า $5,500 ได้เข้าสู่โหมด พักฐาน (Correction) ตามสถิติย้อนหลังกว่า 20 ปีที่มักเห็นแรงซื้อจากจีนชะลอตัวหลังเทศกาล แต่ภาพรวมใหญ่ยังคงเป็น ขาขึ้น (Bull Market) ที่มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในปีนี้

 
ราคาทองคำต้นปี 2569

ต้นเดือนมกราคม ราคาทองคำเปิดปีที่ระดับประมาณ $4,325 ก่อนจะไต่ขึ้นต่อเนื่องจากแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
สัปดาห์ถัดมา ราคาขยับขึ้นไปที่ $4,510 และต่อเนื่องถึง $4,597 จากแรงหนุนของความกังวลเศรษฐกิจโลก
ช่วงกลางเดือนมกราคม ราคาทะยานแตะ $4,984 และในปลายเดือนพุ่งแรงจนทำสถิติสูงสุดใหม่ที่กว่า $5,395 – $5,597
ต้นกุมภาพันธ์เริ่มเห็นแรงขายทำกำไร ราคาย่อลงมาที่ $5,150 และ $5,015 ก่อนจะปรับฐานต่อเนื่องหลังตรุษจีนที่ $4,923

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ตั้งแต่ต้นปี 2569 มีความเคลื่อนไหวที่ผันผวนสูง โดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายเดือนมกราคมก่อนจะเริ่มปรับฐานลงในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์

ราคาทองคำเฉลี่ยรายสัปดาห์ (USD/Ounce) ปี 2569 คำนวณจากราคาปิดหรือราคาเฉลี่ยในช่วงสัปดาห์นั้นๆ 

สัปดาหฺ์ที่1 :1 - 4 ม.ค. 69 $4,325 เริ่มต้นปีด้วยแรงซื้อต่อเนื่อง

สัปดาห์ที่ 2 : 5 - 11 ม.ค. 69 $4,510 ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

สัปดาห์ที่ 3 :12 - 18 ม.ค. 69 $4,597 แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

สัปดาห์ที่ 4 : 19 - 25 ม.ค. 69 $4,984 ราคาพุ่งแตะระดับ $4,900 เป็นครั้งแรก

สัปดาห์ที่ 5 : 26 ม.ค. - 1 ก.พ. 69 $5,395 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High)

สัปดาห์ที่ 6 :  2 - 8 ก.พ. 69 $5,150 เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรหลังแตะระดับสูงสุด

สัปดาห์ที่ 7 : 9 - 15 ก.พ. 69 $5,015 ราคาเริ่มทรงตัวและอ่อนตัวลงในช่วงตรุษจีน

สัปดาห์ที่ 8 : 16 - 17 ก.พ. 69 (ปัจจุบัน) $4,923 ปรับฐานลงต่อเนื่องในสัปดาห์หลังตรุษจีน

สรุปภาพรวมช่วงต้นปี 2569 จุดสูงสุด: อยู่ที่ประมาณ $5,597 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ปัจจัยผลักดัน: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed แนวโน้มปัจจุบัน: กำลังอยู่ในช่วง ปรับฐาน (Correction) หลังจากจบเทศกาลตรุษจีน โดยราคาย่อตัวลงมาต่ำกว่าระดับ $5,000 อีกครั้ง


วิเคราห์แนวโน้มทอง --> การพักฐานระยะสั้น

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดและกำลังทรงตัวแถว $4,900 – $5,000
ราคาทองคำในประเทศเคลื่อนไหวในกรอบ 71,300 – 77,240 บาท โดยถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
แนวรับสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือ $4,800 และ $4,600 ซึ่งเทียบเป็นทองไทยราว 72,000 – 68,000 บาท ถือเป็นจุดน่าสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว

 วิเคราะห์แนวโน้มทอง --> เป้าหมายระยะยาว

สมาคมค้าทองคำและนักวิเคราะห์หลายสำนักยังคงเป้าหมายไว้ที่ $4,900 – $6,000 ภายในปี 2569
แรงหนุนหลักคือความคาดหวังว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ย และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์

วิเคราะห์แนวโน้มทอง --> ปัจจัยที่ต้องจับตา

นโยบายการเงินของ Fed หากมีสัญญาณลดดอกเบี้ยจะเป็นแรงส่งสำคัญให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นทันที
ค่าเงินบาท หากอ่อนค่าจะช่วยพยุงราคาทองไทยไม่ให้ร่วงแรงตามตลาดโลก
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการค้าสหรัฐฯ-จีนยังคงเป็นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แรงซื้อจากธนาคารกลาง การสะสมทองคำต่อเนื่องคือ “พื้นฐานรองรับ” ที่ทำให้ราคายังแข็งแกร่งและไม่หลุดแนวรับลึกๆ

 วิเคราะห์แนวโน้มทอง --> กลยุทธ์การลงทุน

สายเก็งกำไรระยะสั้น เน้นการเล่นในกรอบ $4,800 – $5,200 (ทองไทยราว 73,000 – 75,000 บาท) โดยต้องระวังแรงขายหากไม่ผ่านแนวต้าน $5,100
สายออมระยะยาว ใช้จังหวะพักฐานทยอยสะสม เพราะเป้าหมายใหญ่ยังคงอยู่ที่ $6,000

 วิเคราะห์แนวโน้มทอง --> คาดการณ์ไตรมาส 1/2569

ราคาทองคำโลกคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ $4,800 – $5,200 และมีโอกาสกลับไปทดสอบ $5,000 ภายในสิ้นเดือนมีนาคม
ราคาทองไทยคาดว่าจะทรงตัวในช่วง 70,000 – 76,000 บาท โดยได้แรงหนุนหากเงินบาทอ่อนค่า
กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาเข้าใกล้ $4,750 – $4,800 และทยอยขายทำกำไรเมื่อแตะ $5,100 – $5,200 หรือทองไทยระดับ 75,000 บาทขึ้นไป

 
บทสรุป BY SO OK TRADING: หลังตรุษจีนปีนี้ ทองคำกำลัง “พักตัวเพื่อไปต่อ” นักลงทุนไม่ควรไล่ราคา แต่ควรรอจังหวะสะสมเมื่อราคาย่อตัว เพราะภาพใหญ่ยังคงเป็นตลาดขาขึ้นที่มีโอกาสทำ New High ได้อีกครั้งในปี 2569



บทความที่เกี่ยวข้อง
“รีไซเคิลแบตเตอรี่: สู่เหมืองทองคำเคลื่อนที่ – ไทยพร้อมก้าวสู่ฮับอาเซียนแห่งอนาคต" บทความโดย SO OK TRADING
รีไซเคิลแบตเตอรี่ = เหมืองทองคำเคลื่อนที่แห่งอนาคต จากแบตเตอรี่เก่า สู่ทรัพยากรล้ำค่า! รู้หรือไม่ว่าแบตเตอรี่รถยนต์ที่หมดอายุ ไม่ใช่ขยะ แต่คือแหล่งแร่หายากที่สามารถกู้คืนได้มากกว่า 90% ทั้งลิเทียม โคบอลต์ นิกเกิล และตะกั่ว ประเทศไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ของอาเซียน ด้วยการลงทุนจากค่ายรถยนต์ระดับโลก และมาตรการ EV 3.5 ที่ดึงดูดเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามา
7 มี.ค. 2026
ZINC INGOT สังกะสีแท่ง และ การใช้งาน
สังกะสีแท่ง (Zinc Ingot) ส่วนใหญ่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น ทำแผ่นสังกะสีสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดน้ำมัน, ทำสังกะสีสำหรับเคลือบกันสนิม (Galvanizing), และใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์ ในการใช้งานกับโลหะ สังกะสีจะทำหน้าที่เป็นขั้วบวกเพื่อป้องกันการกัดกร่อน (Zinc Anode) การใช้งานหลักของ Zinc Ingot อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ทำชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้น้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง การเคลือบกันสนิม: นิยมนำไปใช้ในกระบวนการเคลือบสังกะสี (Galvanizing) เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะ เช่น เหล็ก สังกะสีอัลลอยด์: ใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์สำหรับงานต่างๆ
26 พ.ย. 2025
ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING
ราคาทองคำต้นปี 2026 ณ วันที่ 5 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 4,300–4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากปี 2025 ที่ราคาพุ่งแรง,มาตลอดทั้งปี โดยแนวโน้มปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า นโยบายการค้าระหว่างชาติ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ นโยบายเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศ ภาพรวมราคาทองคำต้นปี 2026 - ราคาล่าสุด (5 มกราคม 2026): อยู่ในช่วง 4,400 - 4,450 USD/oz - แนวโน้มปี 2025: ราคาทองคำปิดปีด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (Always New High) สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลาง - สถานะตลาด: ทองคำไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ - นโยบายการเงินสหรัฐ (Fed): ความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ช่วยหนุนราคาทองคำ - เงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก: ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยและเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - ธนาคารกลางทั่วโลก: หลายประเทศยังคงเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรอง - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แนวโน้มปี 2026 - ฐานราคา: คาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–5,500 USD/oz --> มีโอกาสทะลุ 5,000 USD/oz ขึ้นไปสูงมาก - โอกาสปรับขึ้น: หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง หรือมีปัจจัยอื่นๆ เสริมแรง ราคามีโอกาสทะลุ 5,500 USD/oz - ความเสี่ยงปรับลง: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วและดอกเบี้ยยังสูง ราคาทองคำอาจปรับฐานลงใกล้ 4,000 USD/oz --->โอกาสมี แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น สรุปสำหรับผู้ลงทุนทอง - ระยะสั้น: จับตาการประชุม Fed, นโยบายทางเศรษฐกิจของนานาประเทศ , การจำกัดการส่งออกทรัพยากรของจีน การลดการพึ่งพา USD, ข่าวนโยบายการค้า - ระยะกลาง–ยาว: ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยง ---> ราคาน่าจะวิ่งขึ้นได้อีก สรุป: ราคาทองคำปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัว–ขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินสหรัฐ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ --> ทิศทางขาขึ้น แต่ ดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ ดูทิศทางขึ้นแน่ อาจมีย่อบางช่วงแต่โดยรวมขึ้น
6 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy