แชร์

“เจาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569: AI พลังงานสะอาด และการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์” บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.พ. 2026
740 ผู้เข้าชม

ปี 2569: โลกขับเคลื่อนด้วย AI พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจโลก และ เศรษฐกิจไทย

“ปี 2569: โลกสู่ AI-Driven & Green Economy ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน และโอกาสใหม่จากอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ทั้งพลังงานสะอาด : โภคภัณฑ์ ทอง เงิน ทองแดง อลูมิเนียม และแนวโน้มอุตสาหกรรมดาวรุ่งในยุคเปลี่ยนผ่าน


ปี 2569 คือปีที่เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัว แต่ในจังหวะที่ชะลอลงเล็กน้อย ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยี AI และ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย

 
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก

IMF: ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 3.3% โดยเชื่อว่า AI คือเครื่องยนต์ใหม่
OECD: ลดลงเหลือ 2.9% จากผลกระทบกำแพงภาษี
UN: ระมัดระวังที่ 2.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิด
World Bank: 2.6% พร้อมเตือนความเสี่ยงจากการค้าโลก
สรุป: โลกยังโต แต่ไม่แรงเหมือนเดิม จุดเด่นคือการลงทุนใน AI และพลังงานสะอาด

 

ปัจจัยบวกและโอกาส

AI Revolution: จาก Generative AI สู่ AI Agents ที่จะเข้ามาแทนแรงงานในหลายองค์กร
นโยบายการเงิน: Fed คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวม 0.50% ช่วยกระตุ้นการบริโภค
การบริโภคภาคเอกชน: ครัวเรือนยังมีความยืดหยุ่น ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง
 

⚠️ ความเสี่ยงที่โลกต้องเจอ

สงครามการค้า: กำแพงภาษีและการแบ่งขั้วเศรษฐกิจ
ภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งที่กระทบราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์
หนี้สาธารณะสูง: จำกัดความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 

เศรษฐกิจไทย: โตต่ำกว่าศักยภาพ

ปี 2569 ไทยคาดว่าจะโตเพียง 1.5% – 2.0% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน แรงหนุนหลักมาจากการท่องเที่ยวและการบริโภค แต่ยังติดปัญหาโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง และการลงทุน R&D ที่ยังไม่ถึงเป้า

 
อุตสาหกรรมดาวรุ่ง

เทคโนโลยี & ดิจิทัล
AI Agents, Cloud, Cybersecurity, Semiconductors
ไทยยังพึ่ง FDI ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
การแพทย์ & สุขภาพ
Telemedicine, Genomics, AI Diagnostics
ไทยวางตัวเป็น Medical Hub ดึงดูดนักท่องเที่ยวสุขภาพ
พลังงานสะอาด
Solar, Wind, Green Hydrogen, ESG Assets
ไทยเริ่มเข้าสู่ Green Manufacturing เพื่อรักษาฐานส่งออก
การบริโภค & ไลฟ์สไตล์
E-commerce, Pet Economy, Digital Retail
ไทยมีตลาดเฉพาะทาง “สายมู” และ Online Learning ที่โตเร็ว
 

⛔ อุตสาหกรรมที่ต้องระวัง

ธุรกิจดั้งเดิมที่ปรับตัวไม่ทัน Digital Disruption
รถยนต์สันดาปและตลาดรถมือสอง
ก่อสร้างในไทยที่เผชิญงบประมาณจำกัดและการเมืองไม่แน่นอน
 

สินค้าโภคภัณฑ์ปี 2569

ทองคำ & เงิน: ขาขึ้นแรง ราคาทองอาจแตะ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เงินพุ่งแรงจากความต้องการโซลาร์ ราคาวิ่งจากปีที่แล้ว จาก 35 มาที่ 85 โดยในช่วงเดือน มกราคมที่ผ่านมาขึ้นไปถึง 125 USD/ออนซ์
ทองแดง: “ม้ามืด” ราคาพุ่งจาก AI และ Data Centers --> 13,000 USD/ONZ เป็นราคามาตราฐานตอนนี้
อลูมิเนียม: ทรงตัว แต่การแข่งขัน Green Aluminum รุนแรง --> 3,000 USD/MT เป็นราคา Par ณ ตอนนี้
น้ำมันดิบ: ขาลง ราคาลดเหลือเฉลี่ย 58 ดอลลาร์/บาร์เรล
 

สรุปเชิงกลยุทธ์

โลกกำลังเข้าสู่ AI-Driven & Green Economy อย่างเต็มตัว
ไทยยังอยู่ในช่วง Transition ต้องเร่งดึง FDI และลงทุน R&D
โอกาสเฉพาะของไทย: Medical Hub, Green Manufacturing, ตลาดสายมู และ Online Learning
สินค้าโภคภัณฑ์: โลหะมีค่าคือ “Safe Haven” แต่ทองแดงคือแรงกดดันต้นทุน
 

✨ บทสรุป: ปี 2569 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน โลกวิ่งไปข้างหน้าด้วย AI และพลังงานสะอาด ส่วนไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้ตกขบวน การลงทุนที่ชาญฉลาดในอุตสาหกรรมดาวรุ่งและการสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโต

SO OK TRADING : พันธมิตรในธุรกิจระหว่างประเทศของคุณ สินค้าเรามีหลากหลายทั้ง Ferrous , Non Ferrous , Green Energy ตลอดไปจน Agricultural Product (สินค้าเกษตร) ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com หรือ sooktrading@outlook.com

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Zinc 2026: จากหลังคาเหล็กสู่หัวใจแบตเตอรี่ EV — โลหะธรรมดาที่กลายเป็นโลหะแห่งอนาคตเพื่อพลังงานสะอาดในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : บทความโดย SO OK TRADING: 3 เมษายน 2026
ในปี 2026 ตลาดสังกะสีกำลังพลิกโฉมครั้งใหญ่ จากโลหะที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัสดุสำหรับชุบเหล็กและงานก่อสร้าง กำลังกลายเป็น “โลหะยุทธศาสตร์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่สังกะสี-อากาศสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือการใช้ในโครงสร้างพลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์เซลล์และกังหันลม แม้ตลาดโลกจะเผชิญภาวะ อุปทานล้น จากการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่โอกาสใหม่กำลังเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการที่มองไกลและปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะสังกะสีไม่ได้เป็นเพียงโลหะธรรมดาอีกต่อไป แต่คือ หัวใจของการสร้างโลกที่ยั่งยืนและปลอดคาร์บอน
3 เม.ย. 2026
COPPER PRICE AND TREND  2026
Copper prices are expected to remain elevated and bullish in 2026, driven by strong demand from the green energy transition (EVs, renewables, grid upgrades) and persistent mine supply constraints/disruptions, with forecasts generally placing prices in the $10,000 to over $12,000 per tonne range, although some analysts foresee a slight cooling to $10,000-$11,000 as market balances tighten. Key factors include IRA spending, AI infrastructure needs, constrained new mine supply, and potential Chinese economic recovery, creating tight markets despite some projected minor surpluses. Key Price Predictions (2026): Goldman Sachs: $10,000 - $11,000/tonne range, averaging $10,710/tonne in H1 2026. J.P. Morgan: Averaging around $12,075/tonne, with potential spikes to $12,500/tonne in Q2. Bank of America: Average of $11,313/tonne, with potential for $15,000/tonne spikes. UBS: $11,000/tonne by Sept 2026. World Bank: Average of $9,800/tonne. Bullish Drivers: Energy Transition: Massive demand for grid expansion, EVs, and renewable infrastructure. AI Infrastructure: Increased demand for data centers. Supply Deficit: Mine disruptions (Grasberg, Kamoa-Kakula, etc.) and difficulty bringing new mines online. China: Potential economic rebound acting as a catalyst. Potential Headwinds/Volatility: Policy-induced Surpluses: E.g., from IRA incentives or scrap availability. Stronger USD: Can weigh on commodity prices. Slower Demand: If China's recovery falters. Overall Outlook: Expect a tight market with strong underlying demand, leading to high prices, but with significant volatility due to policy shifts and mine output fluctuations. The market is moving towards a structural deficit, supporting higher prices long-term
30 ธ.ค. 2025
จับตาค่าเงินบาทวีค 26/1/2026 - 31/1/2026  หลังทองทะลุ 5,000 USD/Onz บทความจาก SO OK TRADING
ทองทะลุ 5,000 USD/Onz , เงินจวนเจียน 105 USD/Onz นักลงทุนหนีจากดอลลาร์สหรัฐมาเก็บเงินในโลหะมีค่า จับตาค่าเงินว่าจะไปในทิศทางไหน และ จะมีผลต่อผู้ส่งออก และ นำเข้าอย่างไร เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.00–31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่: - USD/THB: 31.00–31.08 - JPY/THB: 100 เยน ≈ 19.80–20.00 บาท - EUR/THB: ≈ 36.38 บาท - CNY/THB: ≈ 4.44 บาท
26 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy