เงินบาทแข็ง หุ้นไทยแรง — SO OK TRADING สรุปให้ครบในภาพเดียว
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
561 ผู้เข้าชม

ค่าเงินบาท & ตลาดหุ้นไทย กุมภาพันธ์ 2569: แข็งก่อนอ่อน จังหวะทองของนักธุรกิจและนักลงทุน
เดือนนี้ทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยต่างเป็นประเด็นร้อนแรงที่นักลงทุนต้องจับตา เพราะแม้เงินบาทจะมีแรงหนุนให้แข็งค่าในระยะสั้น แต่สัญญาณระยะกลางถึงปลายปีบอกชัดว่าแรงกดดันให้อ่อนค่ากำลังรออยู่ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยก็กำลังตอบรับเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
มุมมองจากสถาบันการเงิน
ธนาคารกรุงไทย (Global Markets): กรอบ 30.85 – 31.35 บาท/ดอลลาร์ เน้นว่าความผันผวนสูงตามราคาทองคำและ Fund Flow
กสิกรไทย (KResearch): กรอบ 31.10 – 31.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าในครึ่งปีแรก แต่ครึ่งปีหลังมีแรงกดดันให้อ่อนค่า
ttb analytics: บาทแข็งค่าตามการลดดอกเบี้ยของ Fed แต่กรอบจำกัดเพราะเศรษฐกิจไทยโตต่ำ
SCB EIC: เป้าหมายปลายปี 32.80 บาท/ดอลลาร์ มองว่าการแข็งค่าจะกดดันการส่งออก และเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำสุดในรอบ 30 ปี
ปัจจัยหนุนให้บาทแข็ง (กุมภาพันธ์)
เสถียรภาพการเมือง: หลังการเลือกตั้ง 2569 นักลงทุนมั่นใจ เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรต่อเนื่อง
ราคาทองคำโลก: การพุ่งขึ้นของทองคำทำให้นักลงทุนขายทำกำไร ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า
ดุลบัญชีเดินสะพัด: ไทยยังคงเกินดุลต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนพื้นฐานให้บาทแข็งกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง (แรงกดดันให้อ่อนค่า)
เศรษฐกิจโตต่ำ: หลายสถาบัน เช่น World Bank, ttb, SCB คาด GDP ไทยปีนี้โตเพียง 1.5% – 1.6%
นโยบายดอกเบี้ย: กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.0% ในครึ่งปีแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะกดดันค่าเงินบาทในระยะกลาง
ตลาดหุ้นไทย: ความเชื่อมั่นกลับมา
หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทยชนะอย่างถล่มทลาย ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวกทันที
ดัชนี SET Index พุ่งทะลุ 1,400 จุด เพิ่มขึ้นกว่า 40–46 จุดในวันเดียว มูลค่าซื้อขายทะลุ 100,000 ล้านบาท ถือว่าคึกคักที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง
หุ้นเด่นที่พุ่งแรง ได้แก่ STECO (รับเหมาก่อสร้าง), AOT (สนามบิน), GULF (พลังงาน), และ KBANK (ธนาคาร) สะท้อนความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่า หากเสถียรภาพทางการเมืองชัดเจนต่อเนื่อง ตลาดหุ้นไทยอาจมีโอกาสทดสอบระดับ 1,500 จุด ในปีนี้
SO OK TRADING แนะนำควรจับตา
ค่าเงิน: หากต้องใช้ดอลลาร์ ช่วงที่บาทยังต่ำกว่า 31.10 บาท (กลางเดือนกุมภาพันธ์) ถือเป็นจังหวะที่ได้เปรียบ
หุ้นไทย: เสถียรภาพการเมือง + นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจสร้างโอกาสในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, พลังงาน, และธนาคาร
✨ สรุปภาพใหญ่ ค่าเงินบาทไทย และ ตลาดหุ้นไทย จาก SO OK TRADING
ค่าเงินบาท: แข็งก่อนอ่อน — ระยะสั้นได้แรงหนุน แต่ระยะกลางถึงปลายปีมีแรงกดดัน
ตลาดหุ้นไทย: เสถียรภาพการเมืองสร้างความเชื่อมั่น ดัชนีทะยานแรง นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมา
กุมภาพันธ์ 2569 คือเดือนแห่ง “จังหวะทอง” — ทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยกำลังเปิดโอกาสให้ผู้ที่พร้อมปรับกลยุทธ์ทันเวลา!
SO OK TRADING พันธมิตรในธุรกิจนำเข้า ส่งออก ของคุณ
เดือนนี้ทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยต่างเป็นประเด็นร้อนแรงที่นักลงทุนต้องจับตา เพราะแม้เงินบาทจะมีแรงหนุนให้แข็งค่าในระยะสั้น แต่สัญญาณระยะกลางถึงปลายปีบอกชัดว่าแรงกดดันให้อ่อนค่ากำลังรออยู่ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยก็กำลังตอบรับเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
มุมมองจากสถาบันการเงิน
ธนาคารกรุงไทย (Global Markets): กรอบ 30.85 – 31.35 บาท/ดอลลาร์ เน้นว่าความผันผวนสูงตามราคาทองคำและ Fund Flow
กสิกรไทย (KResearch): กรอบ 31.10 – 31.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าในครึ่งปีแรก แต่ครึ่งปีหลังมีแรงกดดันให้อ่อนค่า
ttb analytics: บาทแข็งค่าตามการลดดอกเบี้ยของ Fed แต่กรอบจำกัดเพราะเศรษฐกิจไทยโตต่ำ
SCB EIC: เป้าหมายปลายปี 32.80 บาท/ดอลลาร์ มองว่าการแข็งค่าจะกดดันการส่งออก และเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำสุดในรอบ 30 ปี
ปัจจัยหนุนให้บาทแข็ง (กุมภาพันธ์)
เสถียรภาพการเมือง: หลังการเลือกตั้ง 2569 นักลงทุนมั่นใจ เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรต่อเนื่อง
ราคาทองคำโลก: การพุ่งขึ้นของทองคำทำให้นักลงทุนขายทำกำไร ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า
ดุลบัญชีเดินสะพัด: ไทยยังคงเกินดุลต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนพื้นฐานให้บาทแข็งกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง (แรงกดดันให้อ่อนค่า)
เศรษฐกิจโตต่ำ: หลายสถาบัน เช่น World Bank, ttb, SCB คาด GDP ไทยปีนี้โตเพียง 1.5% – 1.6%
นโยบายดอกเบี้ย: กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.0% ในครึ่งปีแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะกดดันค่าเงินบาทในระยะกลาง
ตลาดหุ้นไทย: ความเชื่อมั่นกลับมา
หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทยชนะอย่างถล่มทลาย ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวกทันที
ดัชนี SET Index พุ่งทะลุ 1,400 จุด เพิ่มขึ้นกว่า 40–46 จุดในวันเดียว มูลค่าซื้อขายทะลุ 100,000 ล้านบาท ถือว่าคึกคักที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง
หุ้นเด่นที่พุ่งแรง ได้แก่ STECO (รับเหมาก่อสร้าง), AOT (สนามบิน), GULF (พลังงาน), และ KBANK (ธนาคาร) สะท้อนความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่า หากเสถียรภาพทางการเมืองชัดเจนต่อเนื่อง ตลาดหุ้นไทยอาจมีโอกาสทดสอบระดับ 1,500 จุด ในปีนี้
SO OK TRADING แนะนำควรจับตา
ค่าเงิน: หากต้องใช้ดอลลาร์ ช่วงที่บาทยังต่ำกว่า 31.10 บาท (กลางเดือนกุมภาพันธ์) ถือเป็นจังหวะที่ได้เปรียบ
หุ้นไทย: เสถียรภาพการเมือง + นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจสร้างโอกาสในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, พลังงาน, และธนาคาร
✨ สรุปภาพใหญ่ ค่าเงินบาทไทย และ ตลาดหุ้นไทย จาก SO OK TRADING
ค่าเงินบาท: แข็งก่อนอ่อน — ระยะสั้นได้แรงหนุน แต่ระยะกลางถึงปลายปีมีแรงกดดัน
ตลาดหุ้นไทย: เสถียรภาพการเมืองสร้างความเชื่อมั่น ดัชนีทะยานแรง นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมา
กุมภาพันธ์ 2569 คือเดือนแห่ง “จังหวะทอง” — ทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยกำลังเปิดโอกาสให้ผู้ที่พร้อมปรับกลยุทธ์ทันเวลา!
SO OK TRADING พันธมิตรในธุรกิจนำเข้า ส่งออก ของคุณ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทองทะลุ 5,000 USD/Onz , เงินจวนเจียน 105 USD/Onz นักลงทุนหนีจากดอลลาร์สหรัฐมาเก็บเงินในโลหะมีค่า จับตาค่าเงินว่าจะไปในทิศทางไหน และ จะมีผลต่อผู้ส่งออก และ นำเข้าอย่างไร เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.00–31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่:
- USD/THB: 31.00–31.08
- JPY/THB: 100 เยน ≈ 19.80–20.00 บาท
- EUR/THB: ≈ 36.38 บาท
- CNY/THB: ≈ 4.44 บาท
26 ม.ค. 2026
Thailand Economy After Election 2026: Confidence Returns, Challenges Remain
หลังการเลือกตั้งครั้งสำคัญ เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวบนความเสี่ยง” — ตลาดหุ้นพุ่งแรง ค่าเงินบาทแข็งขึ้น แต่มรสุมจากภายนอกยังรอการรับมือ
10 ก.พ. 2026


