共有

ข้าวไทย ของขวัญจากเกษตรกรไทย ส่งไกลยังตลาดโลก ข้าวไทยความพิเศษจากธรรมชาติ และ รสชาติดี (ข้าวประณีต)

Last updated: 17 Dec 2025
160 Views

ข้าวไทย ทิศทางใหม่ กับ นโยบาย ข้าวประณีต

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลัง TDeD และ Rice Hub เดินหน้าปั้น ข้าวประณีต สัญลักษณ์ใหม่ของข้าวไทย ชูรสชาติ อัตลักษณ์ ข้อมูลเชิงลึก เพิ่มมูลค่าแทนการแข่งขันด้านปริมาณ เตรียมนำเสนอครั้งแรกในงาน Thai Rice Fest ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยถึงการทำตลาดข้าวโลกที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ได้เลือกข้าวจากความเคยชิน แต่ให้ความสำคัญกับรสชาติ แหล่งที่มา เรื่องราวผู้ผลิต และข้อมูลประกอบการบริโภค
ข้าวไทยต้องมีสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่ขายด้วยชื่อพันธุ์เพียงอย่างเดียว ถ้าบอกได้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร เหมาะกับเมนูแบบไหน หรือผลิตจากพื้นที่ใด จะทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกเห็นคุณค่าที่แท้จริง และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น
รมว.พาณิชย์ ยังระบุว่า ไทยผลิตข้าวปีละ 20 กว่าล้านตัน และพึ่งพาการส่งออกมากกว่าครึ่ง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ยังตามหลังประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามที่ได้เฉลี่ย 1,200 กก./ไร่ ขณะที่ไทยเฉลี่ย 600700 กก./ไร่
กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งขับเคลื่อนให้ข้าวไทยเปลี่ยนสู่ ตลาดเฉพาะทาง มากขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายกว่า 5,000 สายพันธุ์เป็นตัวนำ และเริ่มต้นส่งเสริม 200 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบในเฟสแรก หากไทยสามารถสร้างระบบข้อมูล รสชาติ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของข้าวแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน ผู้ซื้อทั่วโลกจะเลือกข้าวไทยเหมือนเลือกกาแฟหรือไวน์

กระทรวงพาณิชย์ไทยเตรียมดัน ข้าวไทย "ข้าวประณีต" ขึ้นชั้น Rare Item.

หนึ่งในนโยบาย กระทรวงพาณิชย์ ที่กำลังถูกขับเคลื่อนโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่น่า จับตา ในตอนนี้ ก็คือ ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต หรือ New Rice Economy
         
นโยบายดังกล่าว มองกันไปถึงขั้นที่ว่า หากทำ สำเร็จ จะเป็น ทางรอดใหม่ ให้กับ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ของประเทศ และจะไม่ใช่ ทางเลือก อีกต่อไป  
         
โดยที่มาของนโยบาย นางศุภจี มองว่า ปัจจุบันประเทศไทยปลูกข้าวได้ปีละ 27 ล้านตัน ในนี้เป็นผลผลิต ข้าวหอมมะลิ ประมาณ 6 ล้านตัน ผลิตได้เท่าไร ไม่พอขาย ถือว่า ไม่น่าห่วง เพราะมีตลาดรองรับอยู่แล้ว
         
ส่วนข้าวที่เหลือยัง น่าเป็นห่วง เพราะบริโภคในประเทศครึ่งหนึ่ง ส่งออกครึ่งหนึ่ง แล้วยังมี ส่วนเกิน ที่ต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะ ข้าวขาว ที่ต้นทุนการผลิตของไทยสู้คู่แข่งไม่ได้ ,โดย ไทย ผลิตได้ 600 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ เวียดนาม ผลิตได้ 1,200-1,500 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งที่ต้นทุนเรื่องน้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง หรือเมล็ดพันธุ์ ก็ไม่ได้ โดยจะไม่บังคับ แค่อยากให้ทดลองทำ ทำแต่น้อยก็ได้ โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นพี่เลี้ยง เมื่อผลิตออกมาได้ ก็จะช่วยหาตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ นางศุภจีบอกไว้
         
สำหรับนิยามของ ข้าวประณีต เป็นข้าวที่โดดเด่น มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทั้งเรื่องรสชาติ คุณภาพ มีที่มา การปลูกปลอดภัย หรือเป็นอินทรีย์
         
แล้ว ข้าวแบบไหน ถึงจะเป็นข้าวประณีตได้ --->  ปัจจุบันประเทศไทยมี พันธุ์ข้าว อยู่เป็นจำนวนมาก น่าจะถึง 5,000 สายพันธุ์ แล้วที่ปลูก ๆ กันอยู่ก็มีหลากหลาย ทั้งข้าวคุณลักษณะพิเศษ ข้าวสีชนิดต่าง ๆ ข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ข้าวอินทรีย์ ซึ่งข้าวเหล่านี้แหละ ที่จะผลักดันให้เป็นข้าวประณีต
         
นางศุภจีบอกว่า เริ่มแรกจะผลักดันเกษตรกรอย่างน้อย 200 ชุมชน ให้หันมาปลูกข้าวประณีต จะเข้าไปดูว่าแต่ละชุมชนมีพันธุ์ข้าวอะไร ปลูกข้าวอะไรอยู่ ซึ่งบางชุมชนก็ปลูกกันอยู่แล้ว ก็จะเข้าไปช่วย เข้าไปให้ความรู้ ช่วยในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น เครื่องสีข้าว การทำบรรจุภัณฑ์
         
เมื่อทำออกมาได้ ก็จะช่วย เชื่อมโยงตลาด โดยตลาดในประเทศเจาะเข้าสู่โรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ส่วนตลาดต่างประเทศ ได้มอบหมายให้ ทูตพาณิชย์ ไปทำหน้าที่ ฝ่ายขาย ไปแนะนำว่าไทยมีข้าวประณีต แล้วช่วยทำการเชื่อมโยงการซื้อขาย
         
สิ่งที่จะใช้เป็น จุดขาย สำหรับข้าวประณีต จะมีการบอกถึง คุณลักษณะพิเศษ ของข้าวแต่ละชนิดออกมา ทำเป็นคู่มือออกมาเลย ว่า ข้าวชนิดนี้ เหมาะบริโภคกับอะไร ข้าวชนิดนี้บริโภคแล้วดีต่อสุขภาพอย่างไร เช่น เสริมแคลเซียม มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ หรือเป็นข้าวอินทรีย์ ที่ไม่ใช่สารเคมี ที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของโลก เป้าหมายของเรา ต้องการให้คนที่จะเลือกซื้อข้าวประณีต เขาจะรู้ว่าข้าวแต่ละชนิดดียังไง คุณภาพเป็นยังไง บริโภคแล้วเป็นยังไง ถึงกล้ายอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้น เหมือนคนที่นิยมบริโภคกาแฟคุณภาพดี ๆ ดื่มไวน์ดี ๆ ก็ยอมที่จะจ่ายในราคาที่แพงขึ้น เพราะรู้ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีกว่าปกติ ต่อไปข้าวประณีตของไทย ก็จะไปทางนั้นนางศุภจีกล่าว
         
ล่าสุด Rice Hub และ สมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย (TDeD) ได้มีการ รวบรวม ข้อมูลพันธุ์ข้าวพื้นเมืองต่าง ๆ ได้แล้วประมาณ 300 สายพันธุ์ พร้อมนำ ข้อมูลข้าว เหล่านี้มาเก็บไว้ใน รูปแบบดิจิทัล อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเข้าไปดูแล้ว จะรู้ได้เลยว่า ข้าวชนิดนี้คุณลักษณะเป็นอย่างไร นุ่ม แข็ง เหมาะกินกับอะไร กลิ่นแบบไหน คุณลักษณะพิเศษคืออะไร คนที่ต้องการซื้อข้าว ก็สามารถเข้ามาดู แล้วเลือกชอปได้เลย

นโยบาย New Rice Economy ที่มุ่ง ส่งเสริม และ ผลักดัน ให้เกษตรกร ปรับตัว ไปสู่การเพาะปลูก ข้าวคุณภาพสูง หรือชื่อที่ใช้เรียกในตอนนี้ ว่า ข้าวประณีต มุงไปสู่ เป้าหมายเดียวกัน  ผลักดัน ข้าวประณีต ของไทย ขึ้นชั้น แรร์ไอเทม ที่ใคร ๆ ก็ต้องการ ลิ้มลอง  

-------------
 ทิศทางในอนาคต ข้าวไทย จากการปรับยุทธศาสตร์ส่งออก "ข้าวประณีต"

ทิศทางอนาคตข้าวไทยคือการก้าวสู่ "ข้าวประณีต" (New Rice Economy) โดยมุ่งเน้นยกระดับข้าวไทยสู่ตลาดพรีเมียมด้วยการสร้างแบรนด์ดิ้ง, เน้นอัตลักษณ์ (Flavor Notes), ความหลากหลายสายพันธุ์, และเรื่องราว (Storytelling) เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกเห็นคุณค่าและความแตกต่าง เหมือนกาแฟ/ไวน์พิเศษ เน้นการปลูกสะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน และสร้างฐานข้อมูล/เรื่องราวของข้าวแต่ละชนิดให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มมูลค่าและแข่งขันในตลาดโลกได้. 
แนวคิดหลักของ "ข้าวประณีต":
การสร้างระบบใหม่ (New System): ไม่ใช่แค่การส่งออกข้าวปริมาณมาก แต่เป็นการสร้างระบบที่ยั่งยืน เน้นคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม.
การตลาดเฉพาะทาง (Niche Market): ใช้จุดแข็งเรื่องความหลากหลาย (กว่า 5,000 สายพันธุ์) เจาะตลาดที่ต้องการข้าวเฉพาะทาง (Specialty Rice).
การสร้างแบรนด์และเรื่องราว (Branding & Storytelling): สร้าง "ภาษาข้าว" (Flavor Notes) เพื่อสื่อสารรสชาติและคุณลักษณะเฉพาะตัว (เช่น ข้าวลืมผัว, ข้าวหอมใบเตย) เหมือนวงการไวน์.
การปลูกที่ใส่ใจ (Conscious Cultivation): เน้นกระบวนการปลูกที่สะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน และตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ.
การพัฒนาเกษตรกร (Farmer Empowerment): ส่งเสริมเกษตรกรต้นแบบ (200 กลุ่มแรก) ให้ผลิตข้าวคุณภาพสูงและมีเรื่องราว. 
เป้าหมาย:
เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น (แข่งขันกับเวียดนาม).
ยกระดับข้าวไทยให้มีมูลค่าสูงในตลาดพรีเมียม ทั้งในและต่างประเทศ.
ทำให้ข้าวไทยเป็นที่รักของคนทั้งโลก โดยมีเอกลักษณ์ชัดเจน. 
สรุป: "ข้าวประณีต" คือการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณสู่การเน้นคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมทางการตลาด โดยใช้ความหลากหลายทางสายพันธุ์และเรื่องราวของข้าวไทยเป็นหัวใจสำคัญ. 

----------

หากสนใจซื้อข้าวหรือมีตลาดข้าวส่งออก สามารถติดต่อ SO OK Trading เพื่อทำเสนอราคาได้ครับ ติดต่อช่อง contract us ได้เลย


関連コンテンツ
SO OK Trading:タイの果物を中国へつなぐ黄金の架け橋 : 高速鉄道によるタイ農産物輸出の新時代 ― 中国と東アジアへ
SO OK Trading:タイ産新鮮ドリアンの中国輸出リーダー タイ・ラオス・中国高速鉄道と最新のコールドチェーン物流により、プレミアム品質の新鮮なドリアンを15時間以内に中国の消費者へ届けることが可能です。新鮮さ、濃厚で甘い味わい、そして国際基準の品質を保証します。 タイのドリアン ― 果物の王様 - 中国の消費者に愛されるプレミアムな味わい - 競争力のある価格と拡大し続ける需要 - タイの農園から中国市場へ直送、品質保証 SO OK Tradingを選ぶ理由 - 中国市場に精通し、消費者行動と高級果物のトレンドを理解 - 最新の物流システムで鮮度を徹底管理 - タイ農家と中国大手バイヤーを結ぶ広範なネットワーク - 物流コストを50〜70%削減、2026年から中国の税制優遇を享受 SO OK Tradingは単なる輸出業者ではなく、信頼できるビジネスパートナーです。タイ産プレミアムドリアンを中国および東アジアの消費者へ、安定的かつ持続的にお届けします。
15 Jan 2026
" 世界が愛する果物の女王」 BY SOOK TRADING'
タイ産マンゴスチン – 世界へ広がる果物の女王 タイ産マンゴスチンは「果物の女王」と称され、甘酸っぱい爽やかな味わい、白く柔らかくジューシーな果肉、そして独特な芳香で知られています。世界中の消費者に愛されるタイの重要な経済果物であり、特に中国市場では依然として主要な輸出先(90%以上)となっています。 プレミアム品質、新鮮さをそのまま消費者に届ける体制、そしてGI(地理的表示)によるブランド価値の確立により、タイ産マンゴスチンは競合との差別化に成功しています。さらに、マンゴスチンジュース、ドライマンゴスチン、皮を使った化粧品などの加工品へと展開し、健康と美容のトレンドに応えています。 SOOK TRADING は信頼できるパートナーとして、中国・日本・世界市場へタイ産マンゴスチンをお届けします。国際基準の品質管理、柔軟な対応力、そして市場ごとのソリューションにより、ビジネスに付加価値と安心を提供します。 - 「タイ産マンゴスチン – 新鮮、中国が愛する果物の女王」 - 「SOOK TRADING – タイの果樹園から世界の消費者へ鮮度を届ける」
12 Jan 2026
タイマンゴー:世界を魅了する美味しさ 甘さで世界をつなぐ ― THAI MANGO STORY
タイマンゴー:世界へ届けるタイの美味しさというソフトパワー
11 Jan 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy そして Cookies Policy
Compare product
0/4
すべて削除
比較する
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy