Share

เกร็ดความรู้ ตะกั่วแท่ง by SO OK

Last updated: 8 Dec 2025
1546 Views

SO OK TRADING ขอสรุปเกร็ดความรู้และการใช้งานตะกั่วแท่ง (Lead Ingot) ให้เพื่อนๆดังนี้

คุณสมบัติทางเคมี ตะกั่วแท่ง

ตะกั่วแท่ง (Pb) เป็นโลหะหนักที่มีคุณสมบัติทางเคมีเด่นคือ อ่อนตัวง่าย ต้านการกัดกร่อนได้ดี (โดยเฉพาะเมื่อมีชั้นออกไซด์ปกคลุม) และทำปฏิกิริยากับ กรดแก่ และ สารออกซิไดซ์ ได้รุนแรง เมื่อร้อนจัดจะเกิดควันพิษ (PbO) และเป็นโลหะหนัก เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ แม้ว่าจะมีคุณสมบัติทางกายภาพที่น่าสนใจ เช่น จุดหลอมเหลวต่ำ (327.5°C) ทำให้หล่อขึ้นรูปและบัดกรีง่าย. 
คุณสมบัติทางเคมีหลัก:
ความเสถียร: ตะกั่วอนินทรีย์ค่อนข้างเสถียรและไม่ค่อยเกิดปฏิกิริยาในสภาพปกติ.
ปฏิกิริยากับอากาศและน้ำ: เมื่อถูกอากาศใหม่ๆ จะมีสีขาวอมน้ำเงิน แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับอากาศเกิดเป็นชั้นออกไซด์ (PbO) ที่ช่วยป้องกันการกัดกร่อนต่อ (เช่น ต้านการกัดกร่อนในระบบท่อ).
ปฏิกิริยากับกรดและออกซิไดเซอร์: ทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับกรดแก่และสารออกซิไดซ์.
ปฏิกิริยากับสารรีดิวซิ่งเอเจนต์: ทำปฏิกิริยาได้.
การเกิดไอพิษ: เมื่อถูกความร้อนสูง จะเกิดควัน (fume) ตะกั่วที่เป็นพิษ. 
คุณสมบัติทางกายภาพที่เกี่ยวข้อง (เพื่อความเข้าใจ):
สัญลักษณ์: Pb (มาจาก Plumbum).
เลขอะตอม: 82.
จุดหลอมเหลว: 327.5 °C (ต่ำ).
จุดเดือด: 1740 °C.
ความหนาแน่น: 11.34 g/cm³ (หนัก). 
ความสำคัญและอันตราย:
พิษ: เป็นโลหะหนักที่เป็นพิษต่อสุขภาพอย่างมาก.
ประโยชน์: ด้วยจุดหลอมเหลวต่ำและต้านทานการกัดกร่อน จึงนิยมใช้ทำโลหะบัดกรี (ผสมดีบุก) การหล่อ และทำท่อในอุตสาหกรรม. 
โดยสรุป ตะกั่วแท่งมีคุณสมบัติทางเคมีที่ค่อนข้างเสถียรแต่ทำปฏิกิริยาได้ดีกับสารบางชนิดเมื่อได้รับความร้อนหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่มีอันตรายจากพิษร้ายแรงจึงต้องระมัดระวังในการใช้งานและการกำจัด. 

การใช้งาน ตะกั่วแท่ง ในอุตสาหกรรม

ตะกั่วแท่งใช้ในอุตสาหกรรมหลักๆ คือ แบตเตอรี่ (ทำแผ่นกริด), อิเล็กทรอนิกส์ (ตะกั่วบัดกรีเชื่อมวงจร), และเป็นโลหะผสมเพื่อ ป้องกันรังสี (อุปกรณ์การแพทย์, โรงงานนิวเคลียร์), ทำน้ำหนัก (ลูกอวน, ตัวถ่วงในเครื่องจักร) และหล่อชิ้นส่วนต่างๆ. ปัจจุบันมีการพัฒนาตะกั่วบัดกรีไร้สารตะกั่ว (Lead-free) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม. 
 
การใช้งานหลักของตะกั่วแท่ง:
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่: เป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำแผ่นกริด (ตะกั่วผสมแอนติโมนี) และขั้วแบตเตอรี่.
อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า: ใช้ทำ ตะกั่วบัดกรี ผสมดีบุกเพื่อเชื่อมต่อส่วนประกอบในแผงวงจร (PCB), เครื่องใช้ไฟฟ้า, คอมพิวเตอร์, และสายเคเบิล.
การป้องกันรังสี: ความหนาแน่นสูงของตะกั่วใช้เป็นเกราะป้องกันรังสีเอกซ์และรังสีไอออไนซ์ในทางการแพทย์ (ผ้ากันเปื้อน, แผงกั้น) และโรงงานนิวเคลียร์.
โลหะผสมและหล่อขึ้นรูป:ลูกปืนและกระสุนปืน: ผสมกับสารอื่น เช่น อาร์เซนิก.
ตัวพิมพ์: ในอุตสาหกรรมพิมพ์ (เก่า).
ฟิวส์ไฟฟ้า.
น้ำหนักถ่วง: ลูกอวนประมง, ตัวถ่วงในเครื่องจักร.
สารเคมีและสี: เป็นส่วนประกอบในสี, พลาสติก, เซรามิก และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช (ในรูปสารประกอบตะกั่ว). 
 
ข้อควรระวัง:
เนื่องจากความเป็นพิษ การใช้งานตะกั่วในหลายภาคส่วน เช่น สีและน้ำมันเบนซินได้ถูกยกเลิกแล้ว และมีการใช้ตะกั่วบัดกรีไร้สารตะกั่วมากขึ้นในวงการอิเล็กทรอนิก

-------------

บทบาทของตะกั่วแท่ง กับอุตสาหกรรม แบตเตอรี่ไทย

ตะกั่วแท่ง (Lead Ingots) เป็นวัตถุดิบหลักสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดในไทย โดยผลิตจากตะกั่วรีไซเคิลเป็นส่วนใหญ่ ผ่านกระบวนการหลอมตะกั่วเก่าจากแบตเตอรี่ใช้แล้วเพื่อนำมาหล่อเป็นแท่ง (Lead Ingots) แล้วส่งต่อให้โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถยก (Traction Battery) และอื่นๆ ซึ่งอุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการรีไซเคิล แต่ก็ต้องจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยมีผู้ประกอบการในไทยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและรีไซเคิลตะกั่วแท่งเพื่อป้อนโรงงานแบตเตอรี่. 
บทบาทของตะกั่วแท่งในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่
วัตถุดิบหลัก: ตะกั่วแท่งทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นธาตุ (Plates) ทั้งขั้วบวกและขั้วลบภายในแบตเตอรี่.
การผลิต: โรงงานหลอมตะกั่วจะนำแบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว (Spent Batteries) มาผ่านกระบวนการรีไซเคิล เพื่อแยกตะกั่วออกมาหลอมเป็นตะกั่วแท่งคุณภาพต่างๆ.
การใช้งาน: ตะกั่วแท่งเหล่านี้จะถูกส่งไปให้โรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อหล่อเป็นโครงสร้างตะกั่วในแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์, รถยกไฟฟ้า (Electric Forklifts) และระบบสำรองไฟ (UPS). 
โครงสร้างอุตสาหกรรมในไทย
ผู้ผลิต/หลอมตะกั่ว: มีผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญในการรีไซเคิลตะกั่ว และผลิตตะกั่วแท่งคุณภาพสูง.
ผู้ผลิตแบตเตอรี่: โรงงานผลิตแบตเตอรี่ต่างๆ ในประเทศเป็นผู้ซื้อตะกั่วแท่งรายใหญ่.
ความท้าทาย: การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมจากการหลอมตะกั่ว และการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วยังคงเป็นประเด็นสำคัญ. 
สารเคมีและเชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้อง
สารผสม: ในการผลิตตะกั่วแท่งและแบตเตอรี่ มีการใช้สารเคมีเสริม เช่น พลวง (Antimony), ดีบุก (Tin) เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของตะกั่ว และสารเคมีอื่นๆ ในกระบวนการผลิตและบำบัดน้ำเสีย.
เชื้อเพลิง: ใช้ถ่านโค้ก, LPG (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) หรือออกซิเจนในการหลอมตะกั่วในเตาหลอม. 
สรุปคือ ตะกั่วแท่งคือหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดในไทย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบการรีไซเคิลแบตเตอรี่ใช้แล้ว เพื่อสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดการพึ่งพาตะกั่วบริสุทธิ์.

---------

ส่วนประกอบที่ สมดุลย์ กันระหว่าง ตะกั่ว และ พลวง คู่ธาตุผสมในอุตสาหกรรม

ตะกั่ว (Lead, Pb) และ พลวง (Antimony, Sb) เป็นโลหะที่มักถูกนำมาผสมกันเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ เช่น ใช้ทำแผ่นธาตุในแบตเตอรี่รถยนต์ ทำให้ตะกั่วแข็งขึ้น ทนทานขึ้น และเหมาะกับการใช้งานหลากหลาย เช่น ในกระสุนปืน หรือตัวพิมพ์ โดยตะกั่วเป็นโลหะอ่อนสีเทาอมน้ำเงิน แต่เมื่อผสมพลวงจะทำให้แข็งและมีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีขึ้น เป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมโลหะผสม. 
ความแตกต่างและคุณสมบัติ:
ตะกั่ว (Lead - Pb): โลหะอ่อนเนื้อนุ่ม สีขาวอมน้ำเงิน (เมื่อตัดใหม่) เปลี่ยนเป็นเทาเมื่อสัมผัสอากาศ เป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดี.
พลวง (Antimony - Sb): กึ่งโลหะสีขาวคล้ายเงิน มีลักษณะเป็นเกล็ดผลึกแข็งเปราะ ไม่นำไฟฟ้าความร้อนได้ดีเท่าตะกั่ว แต่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทนทานเมื่อผสมกับโลหะอื่น. 
การใช้งานร่วมกัน (โลหะผสมตะกั่ว-พลวง):
แบตเตอรี่: ผสมในแผ่นธาตุตะกั่ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานต่อการกัดกร่อน.
กระสุนปืน: ทำให้กระสุนมีความแข็งและคงรูปได้ดีขึ้น.
ตัวพิมพ์: ผสมกับดีบุกและตะกั่วทำตัวพิมพ์ในโรงพิมพ์สมัยก่อน.
อื่นๆ: ใช้ในอุตสาหกรรมไม้ขีดไฟ และเป็นส่วนประกอบในโลหะผสมต่างๆ. 


โดยสรุป ตะกั่วคือโลหะหลัก ส่วนพลวงเป็น "สารเสริม" ที่ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของตะกั่วให้แข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้หลากหลายมากขึ้นในอุตสาหกรรม. 

--------

ปริมาณการใช้งาน ตะกั่ว และทิศทางการใช้งานในอุตสาหกรรมไทย 

การใช้ตะกั่วในอุตสาหกรรมไทยหลักๆ อยู่ใน การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งเคยมีการใช้สูงถึง ~145,000 ตันต่อปี (ปี 2550-2551) และ อุตสาหกรรมสีทาอาคาร แม้จะมีกฎหมายควบคุม (ห้ามสีเกินมาตรฐาน) ตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังพบสีที่ปนเปื้อนสูงในตลาด (เกิน 100 ppm) ซึ่งบ่งชี้ว่าการบังคับใช้กฎหมายยังต้องเข้มงวดขึ้น. 
การใช้หลัก (ในอดีต-ปัจจุบัน)
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่: เป็นภาคส่วนใหญ่ที่สุด โดยมีการใช้ตะกั่วในรูปของโลหะตะกั่ว (Lead Metal) เพื่อผลิตแบตเตอรี่รถยนต์เป็นหลัก.
อุตสาหกรรมสี: แม้มีกฎหมายห้าม แต่ยังคงพบสีทาอาคารที่มีตะกั่วสูงกว่ามาตรฐาน (เกิน 100 ppm) อยู่ในตลาดไทย (ข้อมูลปี 2568) ซึ่งเป็นแหล่งปนเปื้อนหลักในเด็ก. 

-------

แบตเตอรี่ และ ตะกั่วและอนาคตการใช้งาน

ภาคแบตเตอรี่ (การรีไซเคิล):แหล่งตะกั่วหลัก: ตะกั่วที่ใช้ในไทยส่วนใหญ่มาจากแบตเตอรี่ใช้แล้ว (ประมาณ 85%).
การพัฒนาเทคโนโลยี: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (DPIM) และสถาบันวิจัยอื่น ๆ พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลเพื่อนำตะกั่วกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุด และจัดการของเสียจากกระบวนการผลิต (ตะกรันตะกั่ว) อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น นำไปผสมวัสดุก่อสร้าง หรือฝังกลบอย่างถูกต้อง.
ภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ (เช่น ก่อสร้าง, อิเล็กทรอนิกส์):การลดการใช้: คาดว่าจะมีการเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นทดแทนตะกั่ว เช่น ตะกั่วผสมในคอนกรีต หรือการปรับเปลี่ยนส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเสี่ยงและปฏิบัติตามมาตรฐานสากล. 

ความท้าทายและโอกาส
ท้าทาย: การจัดการตะกั่วที่ตกค้างในอาคารเก่าและการควบคุมการลักลอบนำเข้า/ใช้ตะกั่วผิดกฎหมายยังคงเป็นปัญหา.
โอกาส: การวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อหาวัสดุทางเลือก และการยกระดับเทคโนโลยีการรีไซเคิลตะกั่วให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น. 
โดยสรุป อนาคตการใช้ตะกั่วในไทยจะเน้นการบริหารจัดการอย่างจำกัดและปลอดภัย เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็ก โดยมุ่งไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่. 

----------


Related Content
“Rare Earth Recycling: Transforming Clean Energy Industry — Neodymium & Dysprosium, Keys to the Future”
♻️ Rare Earth Recycling: Neodymium & Dysprosium — Industry of the Future SO OK TRADING | July 20, 2026 As the world transitions toward clean energy and electrification, Neodymium (Nd) and Dysprosium (Dy) have become central to modern industry. These rare earth elements are widely used in electric vehicle (EV) motors, wind turbines, hard disk drives, speakers, and high‑performance headphones. Recycling rare earths not only reduces mining and electronic waste, but also saves 60–80% more energy compared to new production while ensuring long‑term stability of the global supply chain. Cutting‑edge recycling technologies such as Hydrometallurgy, Pyrometallurgy, and HPMS (Hydrogen Processing of Magnet Scrap) are transforming resource management into cleaner and more efficient systems. The industry is projected to grow at an average rate of 10–15% annually between 2026 and 2035. Thailand is also moving decisively into this field. Research initiatives from the Department of Primary Industries and Mines (DPIM), Suranaree University of Technology, and Chulalongkorn University are advancing rare earth recovery. In addition, collaboration with Japanese private companies is driving the development of EV motor magnet recycling plants, while the Chatree REE Mine is expected to supply up to 5% of global demand by 2026. The rare earth recycling industry is no longer just an “environmental option” — it has become a strategic foundation for economic resilience and clean energy security, shaping the future of both the world and Thailand in the coming decade. SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
20 Jul 2026
Aluminum Market Heats Up! Fundamental Decoupling — Supply Recovery and Demand Drag Pressure Global Prices in October 2026: Buy on Dip Opportunity or Downtrend Signal
Global Aluminum Market Outlook: Price Pressures and Future Trends (October 2026) Aluminum futures on the London Metal Exchange (LME) plunged more than 2.6% in a single day and nearly 10% over the past month, reflecting mounting pressure from both macroeconomic factors and supply–demand dynamics. Meanwhile, other metals such as gold, copper, and zinc continued to rise, a phenomenon described as “Fundamental Decoupling.” This correction is not merely a short-term signal but highlights structural changes in the industrial metals market. Aluminum, in particular, faces headwinds from rapid supply recovery and new production capacity coming online, while Chinese demand has failed to rebound as expected. This post will dive into the macro, supply, and demand factors weighing on prices, analyze key technical support and resistance levels, and explore the long-term perspective that positions this downturn as a potential Buy on Dip opportunity for businesses reliant on raw materials.
9 Oct 2026
“2026: The Year of Transition to a Green Economy and Smart Agriculture — Green Energy is Survival, Agriculture is Prosperity. Thailand is ready to conquer global markets with Wood Pellets, Cassava, and Durian, the rising stars the world demands.”
Thailand’s Industry Trends in 2026 Thailand’s industries are shifting from “producing more” to “producing in line with global trends.” Businesses that adapt to clean energy and bio-agriculture will gain significant advantages in both exports and access to funding.
3 Mar 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy