ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569 โดย SO OK TRADING
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
1698 ผู้เข้าชม

ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569
โดย SO OK TRADING
ภาพรวมตลาดทองแดงโลก
ปี 2569 (2026) คือปีที่ทองแดงถูกยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 13,200 – 13,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในตลาด LME และยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน:
อุปสงค์ (Demand):
AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers): คาดว่าจะใช้ทองแดงกว่า 475,000 ตัน ในปีนี้
พลังงานสะอาด (EV & Smart Grid): รถยนต์ไฟฟ้าใช้ทองแดงมากกว่ารถสันดาปถึง 4 เท่า
การลงทุนด้านกลาโหม: เพิ่มความต้องการทองแดงในระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
อุปทาน (Supply):
ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ขาดดุลกว่า 150,000 – 330,000 ตัน
เหมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโกหยุดชะงัก
การลงทุนเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 20–30 ปี
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินระดับโลกมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อทิศทางราคาทองแดง:
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
- ในช่วงต้นปี ราคาทองแดงยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจาก AI, ศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan มองว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,075 ดอลลาร์/ตัน และอาจพุ่งแตะระดับ 12,500 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงไตรมาสที่ 2
- Citigroup ประเมินว่าหากภาวะขาดแคลนยังคงรุนแรง ราคามีโอกาสทะลุ 13,000 ดอลลาร์/ตัน และอาจเข้าใกล้ 15,000 ดอลลาร์/ตัน ได้
- Goldman Sachs คาดว่าปลายปีราคาจะปรับฐานลงมาอยู่ที่ช่วง 11,000 – 11,200 ดอลลาร์/ตัน เนื่องจากเศษทองแดง (Scrap) จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเมื่อราคาสูงพอที่จะจูงใจ
- อย่างไรก็ตาม การประเมินของ SO OK TRADING เชื่อว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,500 ดอลลาร์/ตัน และแนวรับไม่น่าจะหลุดต่ำกว่า 11,500 ดอลลาร์/ตัน
- โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ราคาทองแดงยังคงทรงตัวในระดับสูง มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงกลางปี และแม้จะมีการปรับฐานในปลายปี แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแนวโน้ม ราคาทองแดง โดย SO OK TRADING
ต้นปี 2569: ราคายังอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 USD/MT
กลางปี: มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 หากอุปสงค์จาก EV และ AI ยังคงเร่งตัว
ปลายปี: อาจปรับฐานลง แต่ไม่น่าต่ำกว่า 11,500 USD/MT
สถานการณ์ทองแดงในประเทศไทย
การนำเข้า: ไทยนำเข้าทองแดงเกรดแคโทด (99.99%) เกือบทั้งหมด มูลค่าการนำเข้าคาดแตะ 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การส่งออก: ผลิตภัณฑ์ทองแดง (ลวด ท่อ แผ่น) คาดมูลค่าการส่งออก 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุตสาหกรรมหลัก:
EV: รถ EV 1 คันใช้ทองแดงเฉลี่ย 83 กก.
อิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล: การเติบโตของ AI ดันความต้องการทองแดงแผ่นและฟอยล์
ก่อสร้างและพลังงานสะอาด: Smart Grid และโซลาร์เซลล์เพิ่มการใช้ทองแดงในโครงสร้างพื้นฐาน
️ การใช้งานทองแดงแผ่นในไทย
EV และระบบชาร์จ: บัสบาร์และตัวนำในสถานีชาร์จไฟฟ้าแรงสูง
อิเล็กทรอนิกส์: ฟอยล์ทองแดงสำหรับ PCB และระบบไฟฟ้าใน Data Centers
เครื่องปรับอากาศและ Heat Exchangers: เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า: แผงสวิตช์บอร์ดและระบบสายดิน
สถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์: ทองแดงแผ่นกลายเป็นวัสดุหรูหราในงานตกแต่งและประติมากรรม
ทางออกของผู้ประกอบการไทย
บริหารความเสี่ยง (Hedging): ป้องกันความผันผวนของราคา
รีไซเคิลเศษทองแดง: ลดการนำเข้าและสร้างความยั่งยืน
วัสดุทดแทน: ใช้ Copper Clad Aluminum (CCA) ในงานที่ไม่ต้องการการนำไฟฟ้าสูงสุด
SO OK TRADING: พันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทองแดง และ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศด้วย:
การจัดหาทองแดงเกรด A (99.99%) จากแหล่งที่เชื่อถือได้
บริการ Hedging และ Risk Management ลดความเสี่ยงด้านราคา
การสนับสนุน Circular Economy ผ่านการรีไซเคิลเศษทองแดง
การนำเสนอนวัตกรรมวัสดุทดแทน เช่น CCA และการเคลือบทองแดง
✅ บทสรุปสุดท้าย
ปี 2569 คือปีที่ทองแดงกลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคายังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวนตามอุปสงค์จาก AI, EV และพลังงานสะอาด ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการบริหารความเสี่ยงและการใช้วัสดุทดแทน ขณะที่ SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงและช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก
โดย SO OK TRADING
ภาพรวมตลาดทองแดงโลก
ปี 2569 (2026) คือปีที่ทองแดงถูกยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 13,200 – 13,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในตลาด LME และยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน:
อุปสงค์ (Demand):
AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers): คาดว่าจะใช้ทองแดงกว่า 475,000 ตัน ในปีนี้
พลังงานสะอาด (EV & Smart Grid): รถยนต์ไฟฟ้าใช้ทองแดงมากกว่ารถสันดาปถึง 4 เท่า
การลงทุนด้านกลาโหม: เพิ่มความต้องการทองแดงในระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
อุปทาน (Supply):
ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ขาดดุลกว่า 150,000 – 330,000 ตัน
เหมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโกหยุดชะงัก
การลงทุนเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 20–30 ปี
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินระดับโลกมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อทิศทางราคาทองแดง:
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
- ในช่วงต้นปี ราคาทองแดงยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจาก AI, ศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan มองว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,075 ดอลลาร์/ตัน และอาจพุ่งแตะระดับ 12,500 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงไตรมาสที่ 2
- Citigroup ประเมินว่าหากภาวะขาดแคลนยังคงรุนแรง ราคามีโอกาสทะลุ 13,000 ดอลลาร์/ตัน และอาจเข้าใกล้ 15,000 ดอลลาร์/ตัน ได้
- Goldman Sachs คาดว่าปลายปีราคาจะปรับฐานลงมาอยู่ที่ช่วง 11,000 – 11,200 ดอลลาร์/ตัน เนื่องจากเศษทองแดง (Scrap) จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเมื่อราคาสูงพอที่จะจูงใจ
- อย่างไรก็ตาม การประเมินของ SO OK TRADING เชื่อว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,500 ดอลลาร์/ตัน และแนวรับไม่น่าจะหลุดต่ำกว่า 11,500 ดอลลาร์/ตัน
- โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ราคาทองแดงยังคงทรงตัวในระดับสูง มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงกลางปี และแม้จะมีการปรับฐานในปลายปี แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแนวโน้ม ราคาทองแดง โดย SO OK TRADING
ต้นปี 2569: ราคายังอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 USD/MT
กลางปี: มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 หากอุปสงค์จาก EV และ AI ยังคงเร่งตัว
ปลายปี: อาจปรับฐานลง แต่ไม่น่าต่ำกว่า 11,500 USD/MT
สถานการณ์ทองแดงในประเทศไทย
การนำเข้า: ไทยนำเข้าทองแดงเกรดแคโทด (99.99%) เกือบทั้งหมด มูลค่าการนำเข้าคาดแตะ 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การส่งออก: ผลิตภัณฑ์ทองแดง (ลวด ท่อ แผ่น) คาดมูลค่าการส่งออก 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุตสาหกรรมหลัก:
EV: รถ EV 1 คันใช้ทองแดงเฉลี่ย 83 กก.
อิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล: การเติบโตของ AI ดันความต้องการทองแดงแผ่นและฟอยล์
ก่อสร้างและพลังงานสะอาด: Smart Grid และโซลาร์เซลล์เพิ่มการใช้ทองแดงในโครงสร้างพื้นฐาน
️ การใช้งานทองแดงแผ่นในไทย
EV และระบบชาร์จ: บัสบาร์และตัวนำในสถานีชาร์จไฟฟ้าแรงสูง
อิเล็กทรอนิกส์: ฟอยล์ทองแดงสำหรับ PCB และระบบไฟฟ้าใน Data Centers
เครื่องปรับอากาศและ Heat Exchangers: เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า: แผงสวิตช์บอร์ดและระบบสายดิน
สถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์: ทองแดงแผ่นกลายเป็นวัสดุหรูหราในงานตกแต่งและประติมากรรม
ทางออกของผู้ประกอบการไทย
บริหารความเสี่ยง (Hedging): ป้องกันความผันผวนของราคา
รีไซเคิลเศษทองแดง: ลดการนำเข้าและสร้างความยั่งยืน
วัสดุทดแทน: ใช้ Copper Clad Aluminum (CCA) ในงานที่ไม่ต้องการการนำไฟฟ้าสูงสุด
SO OK TRADING: พันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทองแดง และ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศด้วย:
การจัดหาทองแดงเกรด A (99.99%) จากแหล่งที่เชื่อถือได้
บริการ Hedging และ Risk Management ลดความเสี่ยงด้านราคา
การสนับสนุน Circular Economy ผ่านการรีไซเคิลเศษทองแดง
การนำเสนอนวัตกรรมวัสดุทดแทน เช่น CCA และการเคลือบทองแดง
✅ บทสรุปสุดท้าย
ปี 2569 คือปีที่ทองแดงกลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคายังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวนตามอุปสงค์จาก AI, EV และพลังงานสะอาด ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการบริหารความเสี่ยงและการใช้วัสดุทดแทน ขณะที่ SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงและช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
โลหะมีค่าแห่งยุคใหม่ – เงินและทองคำทะยานสู่จุดสูงสุด
24 ม.ค. 2026
คุณรู้หรือไม่ว่าโลหะ / อโลหะ ที่อยู่รอบตัวพวกเราชนิดอื่นๆ ราคาเดี๋ยวก็ขึ้นเดี๋ยวก็ลงไม่ต่างจากราคาทองเลย รวมถึงราคาของอลูมิเนียม , ทองแดง , สังกะสี , เหล็ก , ตะกั่ว ก็ด้วยเช่นกัน ทำไมราคาอโลหะ เช่น อลูมิเนียม ถึงปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา SO OK อยากชวนคุณมาอ่านบทความนี้ เพื่อ Refresh ข้อมูล และ ทำความเข้าใจกับวงจรการเคลื่อนไหวราคา LME กัน
ก่อนอื่นเราขอชี้ให้เห็นก่อนว่าอลูมิเนียม และถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายอุตสาหกรรม หากมองไปที่ของใช้ต่างๆ รอบตัว เชื่อว่าจะต้องมีหลายชิ้นที่มีส่วนประกอบของอลูมิเนียมแน่นอน เช่น กระป๋องบรรจุเครื่องดื่ม ชิ้นส่วนรถยนต์ กรอบประตูหน้าต่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ครัว เป็นต้น นั่นทำให้อลูมิเนียมเป็นที่ต้องการของภาคการผลิตตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา นำความร้อนและความเย็นได้ดี ที่สำคัญสามารถรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ
แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและสถานการณ์ในแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน จึงทำให้ ราคาอลูมิเนียม ขึ้นลงแปรผันตาม demand และ supply และสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ แล้วปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อราคา อโลหะ , โลหะ SO OK จะขออนุญาติ ยกตัวอย่างจากสินแร่ อลูมิเนียม มาให้เห็ภาพ
เราสามารถเช็กราคาอลูมิเนียมได้โดยอิงจากราคา LME แล้วราคา LME คืออะไร?
LME หรือ London Metal Exchange เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าเกี่ยวกับอโลหะ (ไม่รวมเหล็ก) ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดจากประเทศอังกฤษ โดยมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตัวเลือกต่างๆ สำหรับโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์ คือ อลูมิเนียม ทองคำ ทองแดง เงิน โคบอลต์ และสังกะสี
ซึ่งเมื่อเทียบราคาทองคำที่ขึ้นลงตลอดเวลาแล้ว ราคาของอลูมิเนียมก็ขึ้นลงไปต่างกัน แต่ก็ปรับตัวขึ้นจากปีก่อนๆ เยอะมาก โดยเมื่อย้อนดูราคาอลูมิเนียมตั้งแต่ต้นปี 2021 จนถึงตอนนี้ NOV 2025 ราคาอลูมิเนียมเคยมีราคาต่ำสุดที่ 1,953.80 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สูงสุดที่4,300 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และปัจจุบัน (NOV 2025) เฉลี่ยอยู่ที่ 2,823 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
สาเหตุที่ทำให้ราคาอลูมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องในอีก นั่นก็เพราะว่าประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้นโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า , รถไฟฟ้า EV, การใช้งานแบตเตอรี่ไฟฟ้า , บรรจุภัณฑ์ , สายไฟ ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องเพิ่มจำนวนการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ผู้ผลิตต้องซื้อวัตถุดิบในตลาดโลกมากขึ้น ราคาวัตถุดิบในตลาดโลกจึงพุ่งสูงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์รักษ์โลกกับการใช้อลูมิเนียมยังมาแรงมากๆ ในปัจจุบัน “เทรนด์โลกกำลังมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายการสร้างความยั่งยืน SDGs ซึ่งมีผลต่อปริมาณความต้องการอลูมิเนียมสูงขึ้นในระยะยาว เพราะหลายประเทศหันมาใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งใช้อลูมิเนียมในการทำโซลาร์เซลล์ ทำให้ปริมาณการใช้อลูมิเนียมในอนาคตจะเพิ่มขึ้น 10 เท่าใน 10 ปี หรือเพิ่มจาก 1 ล้านตันในปี 2563 เป็น 4 ล้านตันในปี 2573” – นายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ประชาชาติธุรกิจ, มิ.ย. 21
อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะเห็นกันแล้วว่าอลูมิเนียม รวมถึงสินค้าโลหะ และ อโลหะอื่นๆ จึงเป็นวัตถุดิบที่มีค่ามากอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ราคาอลูมิเนียมจึงปรับขึ้นลงตลอดเวลา และยังมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นไปในอนาคตอีกด้วย
29 พ.ย. 2025


