ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569 โดย SO OK TRADING
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
3765 ผู้เข้าชม

ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569
โดย SO OK TRADING
ภาพรวมตลาดทองแดงโลก
ปี 2569 (2026) คือปีที่ทองแดงถูกยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 13,200 – 13,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในตลาด LME และยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน:
อุปสงค์ (Demand):
AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers): คาดว่าจะใช้ทองแดงกว่า 475,000 ตัน ในปีนี้
พลังงานสะอาด (EV & Smart Grid): รถยนต์ไฟฟ้าใช้ทองแดงมากกว่ารถสันดาปถึง 4 เท่า
การลงทุนด้านกลาโหม: เพิ่มความต้องการทองแดงในระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
อุปทาน (Supply):
ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ขาดดุลกว่า 150,000 – 330,000 ตัน
เหมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโกหยุดชะงัก
การลงทุนเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 20–30 ปี
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินระดับโลกมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อทิศทางราคาทองแดง:
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
- ในช่วงต้นปี ราคาทองแดงยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจาก AI, ศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan มองว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,075 ดอลลาร์/ตัน และอาจพุ่งแตะระดับ 12,500 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงไตรมาสที่ 2
- Citigroup ประเมินว่าหากภาวะขาดแคลนยังคงรุนแรง ราคามีโอกาสทะลุ 13,000 ดอลลาร์/ตัน และอาจเข้าใกล้ 15,000 ดอลลาร์/ตัน ได้
- Goldman Sachs คาดว่าปลายปีราคาจะปรับฐานลงมาอยู่ที่ช่วง 11,000 – 11,200 ดอลลาร์/ตัน เนื่องจากเศษทองแดง (Scrap) จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเมื่อราคาสูงพอที่จะจูงใจ
- อย่างไรก็ตาม การประเมินของ SO OK TRADING เชื่อว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,500 ดอลลาร์/ตัน และแนวรับไม่น่าจะหลุดต่ำกว่า 11,500 ดอลลาร์/ตัน
- โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ราคาทองแดงยังคงทรงตัวในระดับสูง มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงกลางปี และแม้จะมีการปรับฐานในปลายปี แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแนวโน้ม ราคาทองแดง โดย SO OK TRADING
ต้นปี 2569: ราคายังอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 USD/MT
กลางปี: มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 หากอุปสงค์จาก EV และ AI ยังคงเร่งตัว
ปลายปี: อาจปรับฐานลง แต่ไม่น่าต่ำกว่า 11,500 USD/MT
สถานการณ์ทองแดงในประเทศไทย
การนำเข้า: ไทยนำเข้าทองแดงเกรดแคโทด (99.99%) เกือบทั้งหมด มูลค่าการนำเข้าคาดแตะ 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การส่งออก: ผลิตภัณฑ์ทองแดง (ลวด ท่อ แผ่น) คาดมูลค่าการส่งออก 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุตสาหกรรมหลัก:
EV: รถ EV 1 คันใช้ทองแดงเฉลี่ย 83 กก.
อิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล: การเติบโตของ AI ดันความต้องการทองแดงแผ่นและฟอยล์
ก่อสร้างและพลังงานสะอาด: Smart Grid และโซลาร์เซลล์เพิ่มการใช้ทองแดงในโครงสร้างพื้นฐาน
️ การใช้งานทองแดงแผ่นในไทย
EV และระบบชาร์จ: บัสบาร์และตัวนำในสถานีชาร์จไฟฟ้าแรงสูง
อิเล็กทรอนิกส์: ฟอยล์ทองแดงสำหรับ PCB และระบบไฟฟ้าใน Data Centers
เครื่องปรับอากาศและ Heat Exchangers: เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า: แผงสวิตช์บอร์ดและระบบสายดิน
สถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์: ทองแดงแผ่นกลายเป็นวัสดุหรูหราในงานตกแต่งและประติมากรรม
ทางออกของผู้ประกอบการไทย
บริหารความเสี่ยง (Hedging): ป้องกันความผันผวนของราคา
รีไซเคิลเศษทองแดง: ลดการนำเข้าและสร้างความยั่งยืน
วัสดุทดแทน: ใช้ Copper Clad Aluminum (CCA) ในงานที่ไม่ต้องการการนำไฟฟ้าสูงสุด
SO OK TRADING: พันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทองแดง และ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศด้วย:
การจัดหาทองแดงเกรด A (99.99%) จากแหล่งที่เชื่อถือได้
บริการ Hedging และ Risk Management ลดความเสี่ยงด้านราคา
การสนับสนุน Circular Economy ผ่านการรีไซเคิลเศษทองแดง
การนำเสนอนวัตกรรมวัสดุทดแทน เช่น CCA และการเคลือบทองแดง
✅ บทสรุปสุดท้าย
ปี 2569 คือปีที่ทองแดงกลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคายังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวนตามอุปสงค์จาก AI, EV และพลังงานสะอาด ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการบริหารความเสี่ยงและการใช้วัสดุทดแทน ขณะที่ SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงและช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก
โดย SO OK TRADING
ภาพรวมตลาดทองแดงโลก
ปี 2569 (2026) คือปีที่ทองแดงถูกยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 13,200 – 13,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในตลาด LME และยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน:
อุปสงค์ (Demand):
AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers): คาดว่าจะใช้ทองแดงกว่า 475,000 ตัน ในปีนี้
พลังงานสะอาด (EV & Smart Grid): รถยนต์ไฟฟ้าใช้ทองแดงมากกว่ารถสันดาปถึง 4 เท่า
การลงทุนด้านกลาโหม: เพิ่มความต้องการทองแดงในระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
อุปทาน (Supply):
ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ขาดดุลกว่า 150,000 – 330,000 ตัน
เหมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโกหยุดชะงัก
การลงทุนเหมืองใหม่ใช้เวลานานเฉลี่ย 20–30 ปี
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินระดับโลกมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อทิศทางราคาทองแดง:
แนวโน้มราคาทองแดงปี 2569
- ในช่วงต้นปี ราคาทองแดงยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจาก AI, ศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan มองว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,075 ดอลลาร์/ตัน และอาจพุ่งแตะระดับ 12,500 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงไตรมาสที่ 2
- Citigroup ประเมินว่าหากภาวะขาดแคลนยังคงรุนแรง ราคามีโอกาสทะลุ 13,000 ดอลลาร์/ตัน และอาจเข้าใกล้ 15,000 ดอลลาร์/ตัน ได้
- Goldman Sachs คาดว่าปลายปีราคาจะปรับฐานลงมาอยู่ที่ช่วง 11,000 – 11,200 ดอลลาร์/ตัน เนื่องจากเศษทองแดง (Scrap) จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเมื่อราคาสูงพอที่จะจูงใจ
- อย่างไรก็ตาม การประเมินของ SO OK TRADING เชื่อว่าราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 12,500 ดอลลาร์/ตัน และแนวรับไม่น่าจะหลุดต่ำกว่า 11,500 ดอลลาร์/ตัน
- โดยสรุป ปี 2569 จะเป็นปีที่ราคาทองแดงยังคงทรงตัวในระดับสูง มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน ในช่วงกลางปี และแม้จะมีการปรับฐานในปลายปี แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแนวโน้ม ราคาทองแดง โดย SO OK TRADING
ต้นปี 2569: ราคายังอยู่ในระดับสูงกว่า 13,000 USD/MT
กลางปี: มีโอกาสแตะ 13,500 – 14,000 หากอุปสงค์จาก EV และ AI ยังคงเร่งตัว
ปลายปี: อาจปรับฐานลง แต่ไม่น่าต่ำกว่า 11,500 USD/MT
สถานการณ์ทองแดงในประเทศไทย
การนำเข้า: ไทยนำเข้าทองแดงเกรดแคโทด (99.99%) เกือบทั้งหมด มูลค่าการนำเข้าคาดแตะ 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การส่งออก: ผลิตภัณฑ์ทองแดง (ลวด ท่อ แผ่น) คาดมูลค่าการส่งออก 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุตสาหกรรมหลัก:
EV: รถ EV 1 คันใช้ทองแดงเฉลี่ย 83 กก.
อิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล: การเติบโตของ AI ดันความต้องการทองแดงแผ่นและฟอยล์
ก่อสร้างและพลังงานสะอาด: Smart Grid และโซลาร์เซลล์เพิ่มการใช้ทองแดงในโครงสร้างพื้นฐาน
️ การใช้งานทองแดงแผ่นในไทย
EV และระบบชาร์จ: บัสบาร์และตัวนำในสถานีชาร์จไฟฟ้าแรงสูง
อิเล็กทรอนิกส์: ฟอยล์ทองแดงสำหรับ PCB และระบบไฟฟ้าใน Data Centers
เครื่องปรับอากาศและ Heat Exchangers: เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า: แผงสวิตช์บอร์ดและระบบสายดิน
สถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์: ทองแดงแผ่นกลายเป็นวัสดุหรูหราในงานตกแต่งและประติมากรรม
ทางออกของผู้ประกอบการไทย
บริหารความเสี่ยง (Hedging): ป้องกันความผันผวนของราคา
รีไซเคิลเศษทองแดง: ลดการนำเข้าและสร้างความยั่งยืน
วัสดุทดแทน: ใช้ Copper Clad Aluminum (CCA) ในงานที่ไม่ต้องการการนำไฟฟ้าสูงสุด
SO OK TRADING: พันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทองแดง และ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศด้วย:
การจัดหาทองแดงเกรด A (99.99%) จากแหล่งที่เชื่อถือได้
บริการ Hedging และ Risk Management ลดความเสี่ยงด้านราคา
การสนับสนุน Circular Economy ผ่านการรีไซเคิลเศษทองแดง
การนำเสนอนวัตกรรมวัสดุทดแทน เช่น CCA และการเคลือบทองแดง
✅ บทสรุปสุดท้าย
ปี 2569 คือปีที่ทองแดงกลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ราคายังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวนตามอุปสงค์จาก AI, EV และพลังงานสะอาด ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการบริหารความเสี่ยงและการใช้วัสดุทดแทน ขณะที่ SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงและช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
Greenland 2026: Strategic Treasure in the Arctic
กรีนแลนด์กลายเป็นศูนย์กลางทรัพยากรระดับโลกในปี 2026 ด้วยแร่หายากกว่า 1.5 ล้านตัน พลังงานสะอาด และบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ
22 ม.ค. 2026
ความผันผวนกลับมาอีกครั้ง — ตลาดโลหะพื้นฐานกำลังเป็นที่จับตามอง
กุมภาพันธ์ 2569 ราคาทองแดง ดีบุก อะลูมิเนียม สังกะสี และตะกั่ว กำลังส่งสัญญาณที่หลากหลาย ทั้งแรงหนุนจากความต้องการพลังงานสะอาดและ EV ไปจนถึงแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
ที่ SO OK TRADING เราไม่เพียงแค่ติดตามราคา แต่เราช่วย “ถอดรหัส” ความเคลื่อนไหวของตลาด เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนและวางกลยุทธ์ได้มั่นใจยิ่งขึ้น
อินโฟกราฟิกนี้สรุปกรอบราคาสำคัญ การคาดการณ์จากสถาบันการเงินระดับโลก และแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเปลี่ยนความผันผวนให้กลายเป็นโอกาส
3 ก.พ. 2026
โลกกำลังเข้าสู่ยุค “ดอกเบี้ยสูงยาวนาน” — เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังไม่ยอมลด และราคาพลังงานที่พุ่งแรงจากสงครามตะวันออกกลาง
ผลลัพธ์คือเศรษฐกิจโลกเริ่มติดกับดัก “ของแพงแต่ไม่โต” หรือ Stagflation ที่ทั้งนักลงทุนและธุรกิจต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
ตลาดหุ้นผันผวน ดอลลาร์แข็งค่า น้ำมันทะยาน และภาระหนี้ยังไม่คลาย —
นี่คือสัญญาณชัดว่าโลกกำลังเปลี่ยนโหมดจาก “รอการลดดอกเบี้ย” ไปสู่ “กัดฟันคงดอกเบี้ยสูง” เพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่ดื้อรั้น
อ่านสรุปภาพรวมเศรษฐกิจโลกเดือนเมษายน 2026 จาก SO OK TRADING
พร้อมมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยง Stagflation ที่ทุกคนควรรู้
30 เม.ย. 2026


