แชร์

“LME vs ShFE: จุดเชื่อมโลกโลหะสากล จากลอนดอนถึงเซี่ยงไฮ้ — กำเนิดราคามาตรฐานโลก”: SO OK TRADING 4 OCT 2026

อัพเดทล่าสุด: 4 ต.ค. 2026
122 ผู้เข้าชม

มหาอำนาจแห่งตลาดโลหะโลก: LME vs ShFE (LONDON METAL EXCHANGE & SHANG HAI FUTURES EXCHANGE)  : SO OK TRADING: 4 OCT 2026 

-----------------------

บทนำ

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) ของโลกถูกขับเคลื่อนโดยสองศูนย์กลางสำคัญ คือ ตลาดโลหะลอนดอน (London Metal Exchange – LME) และ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange – ShFE) ทั้งสองตลาดมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคามาตรฐานของโลหะทั่วโลก แต่มีจุดเน้นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน — LME เป็นตลาดอ้างอิงระดับโลก ส่วน ShFE สะท้อนอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคโลหะรายใหญ่ที่สุดของโลก

-----------------------

 ภาพรวมตลาด

LME (London) เป็นตลาดโลหะที่มีความเป็นสากลสูง ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นหลักในการซื้อขาย และเป็น “Global Benchmark” ที่อุตสาหกรรมทั่วโลกใช้กำหนดราคา ShFE (Shanghai) เป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้าหลักของจีน ใช้เงินหยวน (RMB) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และสะท้อนความต้องการใช้โลหะภายในประเทศจีน

LME มีระบบคลังสินค้าที่ได้รับการรับรองทั่วโลก การซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาดเสรีโดยไม่มีเพดานราคา ส่วน ShFE มีคลังสินค้าเฉพาะในประเทศจีนและกำหนดเพดานการแกว่งตัวของราคาในแต่ละวัน เพื่อควบคุมความผันผวนของตลาดภายในประเทศ กลุ่มผู้ใช้งานของ LME ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบันและผู้ค้าโลหะจากทั่วโลก ขณะที่ ShFE เน้นกลุ่มผู้ผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมในจีน

------------------------

 ตลาดโลหะลอนดอน (LME)

ยุคเริ่มต้น (ศตวรรษที่ 16–19) จุดกำเนิดของ LME มาจากร้านกาแฟเยรูซาเล็มในกรุงลอนดอน ซึ่งพ่อค้าโลหะใช้พื้นที่วงกลมที่ขีดด้วยชอล์กเพื่อเสนอราคาซื้อขายแบบตะโกน — ระบบนี้กลายเป็นต้นแบบของ “The Ring” ที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน

การจัดตั้งอย่างเป็นทางการ (ปี 1877) ก่อตั้งบริษัท London Metal Market and Exchange Company และคิดค้นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ 3 เดือน ซึ่งอิงจากระยะเวลาเฉลี่ยในการขนส่งโลหะจากชิลีหรือสิงคโปร์มายังลอนดอน

การเติบโตสู่ระดับโลก เพิ่มประเภทโลหะที่ซื้อขาย เช่น ทองแดง ดีบุก อะลูมิเนียม และนิกเกิล พร้อมสร้างเครือข่ายคลังสินค้าทั่วโลกเพื่อรองรับการส่งมอบจริง

ยุคใหม่ (Modern Era) ปี 2012 LME ถูกซื้อกิจการโดยตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ด้วยมูลค่า 1.4 พันล้านปอนด์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดทุนเอเชียกับยุโรป ปัจจุบัน LME ครองสัดส่วนการกำหนดราคาของโลหะนอกกลุ่มเหล็กกว่า 98% ของโลก และยังคงรักษาการซื้อขายแบบ “The Ring” ควบคู่กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ LME Select

 
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (ShFE)

ยุคทดลอง (ทศวรรษ 1990) หลังจากจีนเปิดประเทศ มีการตั้งตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ Shanghai Metal Exchange (SHME) ก่อตั้งในปี 1992

การก่อตั้งอย่างเป็นทางการ (ปี 1999) รัฐบาลจีนรวมตลาดสำคัญ 3 แห่งเป็น Shanghai Futures Exchange (ShFE) พร้อมจัดตั้ง Shanghai Metals Market (SMM) เพื่อประกาศราคาสปอตและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดโลหะ

ยุคเติบโต (2000–2010) จีนกลายเป็นผู้บริโภคโลหะพื้นฐานรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ปริมาณการซื้อขายใน ShFE พุ่งสูง และเพิ่มประเภทสินค้าซื้อขาย เช่น ยาง น้ำมันเชื้อเพลิง ทองคำ และนิกเกิล

ยุคเปิดรับสากล (ปัจจุบัน) จีนเปิดตัว Shanghai International Energy Exchange (INE) เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อขายสินค้าได้โดยตรง ราคาของ ShFE และ SMM จึงถูกจับตามองทั่วโลกควบคู่กับ LME

----------------------------
 
บทบาทและความเชื่อมโยงของสองตลาด

LME ยังคงเป็นตลาดอ้างอิงราคากลางระดับโลกที่ใช้ในสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ ส่วน ShFE มีปริมาณการซื้อขายมหาศาลจากความต้องการภายในประเทศจีน

ความแตกต่างของราคาระหว่างสองตลาดนี้เปิดโอกาสให้เกิดการทำกำไรจากส่วนต่าง (Arbitrage) เช่น ซื้อโลหะจาก LME แล้วนำไปขายในจีนเมื่อราคาภายในประเทศสูงกว่า

ในปี 2026 LME ได้เปิดตัวสัญญา Hot Rolled Coil (HRC) ที่อ้างอิงราคาจาก ShFE โดยตรง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดโลหะระหว่างตะวันตกและตะวันออก

---------------------------
 
ทิศทางและสถานการณ์ปัจจุบัน (Outlook)

ความต้องการโลหะทั่วโลกเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ทองแดง นิกเกิล และอะลูมิเนียมมีความต้องการสูง

จีนยังคงเป็นศูนย์กลางหลักของอุปสงค์โลหะโลก โดยมีสัดส่วนการบริโภคมากกว่า 50% ของโลก ส่งผลให้ราคาจาก ShFE มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลกมากขึ้น

แนวโน้มการบูรณาการระหว่างสองตลาด กำลังชัดเจนขึ้น LME และ ShFE กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้นทั้งในด้านข้อมูล ราคา และการเข้าถึงนักลงทุนต่างชาติ

---------------------------

บทสรุปส่งท้าย

LME และ ShFE คือสองเสาหลักของตลาดโลหะโลกที่มีบทบาทแตกต่างแต่เสริมกันอย่างลงตัว

LME เป็นมาตรฐานราคาสากล ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนภาพรวมของตลาดโลก

ShFE เป็นกระจกสะท้อนเศรษฐกิจจีน ใช้เงินหยวนและสะท้อนอุปสงค์–อุปทานภายในประเทศ

ทั้งสองตลาดร่วมกันสร้างระบบราคาที่เชื่อมโยงโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการค้าโลหะ การลงทุน และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมโลหะในอนาคต

----------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

---------------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

---------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทองคำทะยาน เงินพุ่ง ดอลลาร์อ่อนแรง : หลัง IRANเปิดช่องแคบ ฮอร์มุซเต็มรูปแบบ : คลายกังวล วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง 18 เมษายน 2026
“ทอง-เงินพุ่งแรง ดอลลาร์อ่อนค่า” : หลังอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ รับข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล–เลบานอน ตลาดโลหะมีค่ากำลังร้อนแรงที่สุดในรอบปี! ราคาทองคำทะยานเหนือระดับ 4,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และความคาดหวังว่า Fed จะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่ แร่เงิน (Silver) กลายเป็นดาวรุ่งแห่งปี 2569 จากดีมานด์ในอุตสาหกรรม EV และโซลาร์เซลล์ ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ดอลลาร์สหรัฐ เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง หลังตลาดคลายความกังวลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามราคาทอง
18 เม.ย. 2026
“เงินบาทผันผวนกลางพายุโลก: ดอลลาร์พุ่ง น้ำมันแรง เศรษฐกิจไทยสั่นคลอน”: SO OK TRADING 28 MAY 2026
“เงินบาทผันผวนกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์: นักลงทุนต้องจับตาเกมดอลลาร์และราคาน้ำมันโลก”
28 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy