แชร์

“Zinc Fever 2026: สังกะสีเดือด ราคาพุ่งแรงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าโลกโลหะและอุตสาหกรรมไทย”: SO OK TRADING: 26 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 26 ส.ค. 2026
183 ผู้เข้าชม

วิเคราะห์ตลาดสังกะสี LME 2026 : SO OK TRADING : 26 AUG 2026 

-----------------------

“Zinc Rally 2026: ราคาทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกและไทย”

-----------------------
 
บทนำ

ปี 2026 ถือเป็นปีที่ตลาดสังกะสี (Zinc) สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ราคาพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี อยู่ในกรอบ 3,800–3,980 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวจากเหมืองใหญ่ที่หยุดชะงักและค่าฟีถลุงแร่ที่ติดลบเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนแรงซื้อคืน (Short Squeeze) ในตลาดโลก และส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำในประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100%

-----------------------
 
ภาพรวมราคาและสถานการณ์ล่าสุด

ราคาซื้อขายทันที (Cash Settlement): 3,987 ดอลลาร์/ตัน

ราคาสัญญาล่วงหน้า 3 เดือน (3-Month): 3,853 ดอลลาร์/ตัน

ปริมาณสินค้าคงคลัง LME: 95,050 ตัน (ต่ำสุดในรอบหลายเดือน)

โครงสร้างตลาด: Backwardation รุนแรง ส่วนต่าง Cash vs 3-Month สูงถึง 132–156 ดอลลาร์/ตัน

ตลาดกำลังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนักจากเหมืองในสวีเดน สหรัฐฯ และเปรูที่หยุดผลิต รวมถึงโรงถลุงในจีนที่ลดกำลังการผลิตเพราะค่าฟีถลุงติดลบ

----------------------
 
Outlook ตลาดโลก - สังกะสี

อุปทานตึงตัวรุนแรง: เหมืองหยุดผลิตและค่าฟีถลุงติดลบ กดดันให้โรงถลุงลดกำลังการผลิต
สต็อกโลหะต่ำ: คลัง LME ลดลงต่อเนื่อง เกิดแรงซื้อคืนจากนักเก็งกำไร
อุปสงค์ใหม่: พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และยานยนต์ไฟฟ้า

----------------------

คาดการณ์ราคา: LME สังกะสี

JP Morgan: 3,400–3,500 ดอลลาร์/ตัน
Goldman Sachs / Citi / Macquarie: มีโอกาสแตะ 4,000 ดอลลาร์/ตัน
BMI (Fitch): มองว่าราคาจะปรับฐานลงสู่ 3,000 ดอลลาร์/ตัน
Wood Mackenzie & World Bank: 3,300–3,350 ดอลลาร์/ตัน ก่อนทยอยลดลงในปี 2027

------------------------
 
Outlook ตลาดไทย - ZINC INGOT

ราคานำเข้าพุ่งสูง: ไทยต้องนำเข้าสังกะสีแท่งเกือบ 100% ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมโลหะเพิ่มขึ้น

อุตสาหกรรมที่ยังเติบโต: ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และงานชุบเคลือบกันสนิม

แรงกดดันสิ่งแวดล้อม: มาตรการ CBAM ของยุโรปบังคับให้ผู้ผลิตไทยหันมาใช้สังกะสีรีไซเคิลหรือ Green Zinc เพื่อลด Carbon Footprint

------------------------
 
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย

เหล็กชุบสังกะสี (Galvanized Steel)

ต้นทุนเคลือบผิวเพิ่มขึ้น 50–70%
Margin Squeeze รุนแรง ไม่สามารถปรับราคาขายได้ตามต้นทุน
แข่งขันหนักจากเหล็กนำเข้าราคาถูกจากจีน
ผู้ผลิตไทยปรับตัวด้วยการผลิตเหล็กเคลือบเกรดพิเศษ เช่น ZAM (Zinc-Aluminium-Magnesium)
ชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive Components)

ซัพพลายเออร์ Tier 1–2 ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มจากสัญญาระยะยาว
แนวโน้มใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกวิศวกรรม และอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป เพื่อลดต้นทุนและน้ำหนักรถ EV
OEM บังคับใช้ Green Zinc เพิ่มต้นทุนพรีเมียม

-------------------------
 
✨ สรุป
ราคาสังกะสี LME ในปี 2026 พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีจากภาวะอุปทานตึงตัว ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั่วโลกและไทย โดยเฉพาะเหล็กชุบสังกะสีและชิ้นส่วนยานยนต์ 

--------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

--------------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย 

--------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO OK TRADING – สังกะสีอินก๊อตเพื่ออนาคตอุตสาหกรรม  : Zinc Ingot 2026 – การใช้งานและแนวโน้มราคาตลาดโลก - สังกะสีบริสุทธิ์ SHG 99.995
SO OK TRADING – Zinc Ingot 2026 สังกะสีบริสุทธิ์ระดับ SHG ที่พร้อมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมโลก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ พลังงานสะอาด ไปจนถึงเคมีและเกษตรกรรม พร้อมข้อมูลแนวโน้มราคา LME ปี 2569 ที่คุณต้องรู้ เพื่อวางแผนธุรกิจอย่างมั่นใจ
18 ม.ค. 2026
“อลูมิเนียม พลิกโฉมโลกยานยนต์ไฟฟ้า: เบาแต่ทรงพลัง สู่กลยุทธ์แห่งอนาคต”: SO OK TRADING: 14 AUG 2026
อลูมิเนียม: วัสดุแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก บทความโดย SO OK TRADING | 14 สิงหาคม 2026 ในยุคที่โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) “อลูมิเนียม” ได้ก้าวขึ้นมาเป็น วัสดุเชิงกลยุทธ์ (Strategic Material) ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกอย่างแท้จริง ด้วยคุณสมบัติที่ เบา แข็งแรง ทนสนิม และรีไซเคิลได้ 100% — อลูมิเนียมจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “หัวใจของการออกแบบรถยนต์ยุคใหม่” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน ประสิทธิภาพพลังงานและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ตลาดอลูมิเนียมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากมูลค่า 31.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 สู่กว่า 63.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 6% ต่อปี ผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก เช่น Novelis, Constellium, Hydro, Arconic, Chalco และ Alcoa ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Low‑Carbon Aluminium และ Gigacasting เพื่อรองรับความต้องการของตลาด EV ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย — แม้ยังไม่มีการถลุงอลูมิเนียมต้นน้ำ แต่มีศักยภาพสูงในด้านการแปรรูปและการผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะในเขต EEC (Eastern Economic Corridor) และกลุ่มบริษัทชั้นนำอย่าง Thai Summit Group ที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคใหม่ของ Hybrid และ EV Supply Chain SO OK TRADING ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจด้านโลหะและวัสดุอุตสาหกรรมระดับสากล มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยแนวคิด FAST • SHARP • RELIABLE — พร้อมส่งต่อความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดโลหะยุคพลังงานสะอาด
14 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy