แชร์

ตลาดน้ำมันโลกและแนวโน้มราคาน้ำมันไทย Q2/2569: จุดเปลี่ยนผ่านของพลังงานโลกหลังการหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่าน

อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2026
4949 ผู้เข้าชม

ตลาดน้ำมันโลกและแนวโน้มราคาน้ำมันไทย: พร้อมฉากทัศน์ราคาน้ำมัน Q2/2569 และ ประเมินผลกระทบต่าง โดย Base On สถานการณ์ ณ วันที่ 9 เมษายน 2569 : วิเคราะห์โดย SO OK TRADING : **

-------------


ภาพรวมสถานการณ์ (เมษายน 2569)

วันที่ 9 เมษายน 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพลังงานโลก เมื่อราคาน้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 13–16% หลังการประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาขายปลีกในไทย โดยเฉพาะกลุ่มดีเซล ถูกปรับลดลงทันที 2.14 บาทต่อลิตร ดีเซลหน้าปั๊มจึงอยู่ที่ราว 50.54 บาท/ลิตร ขณะที่เบนซินและแก๊สโซฮอล์ยังคงราคาเดิม

--------------
 
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด

การหยุดยิงในอ่าวเปอร์เซีย: เปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ลดความเสี่ยงด้านอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบโลก: Brent ร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์/บาร์เรล, WTI อยู่ที่ 94–96 ดอลลาร์

นโยบายรัฐไทย: กบน. เพิ่มการชดเชยราคาดีเซลเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ

ฐานะกองทุนน้ำมันไทย: แม้ราคาลดลง แต่กองทุนยังติดลบกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท ทำให้การปรับลดราคาอาจไม่เต็มที่

-------------- 

การคาดการณ์ราคาน้ำมันจากสถาบันการเงิน

Goldman Sachs: ปรับลดเป้าราคา Brent Q2/2569 เหลือ 90 ดอลลาร์ และ WTI เหลือ 87 ดอลลาร์

DBS: คาด Brent เฉลี่ย 86.5 ดอลลาร์ และอาจลดลงเหลือ 79.5 ดอลลาร์ ใน Q3 หากสถานการณ์สงบต่อเนื่อง

EIA: แม้ราคาลดลง แต่ยังมี Geopolitical Risk Premium ที่อาจทำให้ราคาดีดกลับได้

--------------
 
ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้บริโภคต่อการประกาศหยุดยิง 8 เมษายน 2569 

สายการบิน: ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินลดลงทันที กำไรเพิ่มขึ้น และเส้นทางบินสั้นลงจากการเปิดน่านฟ้า

โลจิสติกส์ไทย: ดีเซลถูกลงช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

ปิโตรเคมี: ต้นทุนแนฟทาลดลง สามารถผลิตมาเป็นพลาสติก และ บรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้น

EV และพลังงานสะอาด: ราคาน้ำมันถูกลงอาจลดแรงจูงใจชั่วคราว แต่กฎหมายสิ่งแวดล้อมในยุโรป-อเมริกายังบังคับให้เร่งผลิต EV ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล 

--------------
 
ฉากทัศน์ราคาน้ำมัน (Scenario Analysis) - Q2/2569 หลังข้อตกลงหยุดยิง 8 เมษายน 2569

1.ฉากทัศน์เชิงบวก (Optimistic Case)

การหยุดยิงยืดเยื้อและนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพถาวร
ราคาน้ำมันสร้างฐานใหม่ที่ 80–85 ดอลลาร์/บาร์เรล
น้ำมันสามารถลดราคาขายปลีกได้ต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นการบริโภคและลดแรงกดดันเงินเฟ้อ


2. ฉากทัศน์กลาง (Base Case)

การหยุดยิงยังคงเปราะบาง มีการละเมิดข้อตกลงเป็นระยะ
ราคาน้ำมันแกว่งตัวในกรอบ 85–95 ดอลลาร์/บาร์เรล

3. ฉากทัศน์เชิงลบ (Pessimistic Case)

ความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้งในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันดีดกลับทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินเฟ้อพุ่งสูง กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ
 

------------------


อุปสงค์น้ำมัน และ Outlook สถานการณ์น้ำมัน

เอเชีย: จีนและอินเดียยังเป็นตัวขับเคลื่อนอุปสงค์หลัก :  มีบางส่วนยังต้องพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เกาหลีใต้ - ญี่ปุ่น : หนักหน่อยพึ่งพาน้ำมันที่ต้องขนผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก

อเมริกาเหนือ: สหรัฐฯ จะเป็น “ตัวถ่วงดุล” ด้วยการผลิตและส่งออกสูงสุด

ยุโรป: เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน แม้อุปสงค์น้ำมันลดลง

ตะวันออกกลาง: OPEC+ ยังควบคุมกำลังการผลิตเพื่อรักษาฐานราคา

------------------
 
ไตรมาส 2/2569 คือ จุดเปลี่ยนผ่าน (Inflection Point) ของตลาดพลังงาน หากหยุดยิงยั่งยืน ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับต่ำลง ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจ Global Play เช่น สายการบินและผู้ส่งออก แต่หากความขัดแย้งกลับมา ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีกครั้งและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สิงคโปร์ 2026: เสาหลักเศรษฐกิจอาเซียน จุดเชื่อมทุนโลกในยุค AI”: SO OK TRADING: 31 AUG 2026
สิงคโปร์ 2569: ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางพายุการค้า SO OK TRADING | 31 สิงหาคม 2569 ปี 2569 สิงคโปร์ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะ “หัวใจเศรษฐกิจแห่งเอเชีย” แม้โลกเผชิญความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลก แต่สิงคโปร์กลับพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงคุณภาพ (Quality Growth) ผ่าน 3 เครื่องยนต์หลัก — ศูนย์กลางการเงินระดับโลก, อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI, และ เครือข่าย FTA ที่ครอบคลุมทั่วโลก เศรษฐกิจครึ่งปีแรกเติบโต +6.1% และครึ่งปีหลังยังคงแรงต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจาก AI & Electronics Boom ที่ส่งออกพุ่งกว่า +88.1% พร้อมการฟื้นตัวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่แข็งแกร่ง สิงคโปร์ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางการเงินและเทคโนโลยี แต่ยังเป็น Non-Ferrous Metals Hub ที่ควบคุมการค้าโลหะและพลังงานกว่า 20% ของโลก สร้างระบบนิเวศการค้าระดับโลกที่เชื่อมโยงกับไทยโดยตรง สำหรับประเทศไทย — สิงคโปร์คือ นักลงทุนอันดับ 1 ด้วยเม็ดเงินกว่า 61,112 ล้านบาทในภาคเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชิ้นส่วน พร้อมเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรพรีเมียมไทย เช่น ส้มโอทับทิมสยาม ก้าวสู่ตลาดระดับโลก
31 ส.ค. 2026
“SO OK TRADING เปิดมุมมองตลาดดีบุกโลก 2026: โลหะยุทธศาสตร์ล้ำค่าที่ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัล พลังงานสีเขียว และ AI–EV” ทิศทางการใช้งานดีบุก แนวโน้มราคา และ อุตสาหกรรม
ดีบุก: โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุคดิจิทัลและพลังงานสีเขียว SO OK TRADING | 2 ตุลาคม 2026 ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดขับเคลื่อนโลก ดีบุก (Tin: Sn) ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “โลหะยุทธศาสตร์” ที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือพลังงานสีเขียว ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของการผลิตและนวัตกรรมแห่งอนาคต ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น — สีเงินขาว อ่อนนุ่ม ทนต่อการกัดกร่อน และไม่เป็นสนิม — ดีบุกจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การบัดกรีวงจรไฟฟ้า การเคลือบโลหะ การผลิตโลหะผสม ไปจนถึงกระบวนการผลิตกระจกและสารเคมีขั้นสูง ในปี 2026 ตลาดดีบุกทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 53,700 – 54,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการในภาคเทคโนโลยี AI และ EV โดยคาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับสูงตลอดปี 2027 ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอุปทานเชิงโครงสร้าง ดีบุกจึงไม่ใช่แค่โลหะอุตสาหกรรมทั่วไป แต่คือ “แร่ล้ำค่าแห่งยุคดิจิทัล” ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals)
2 ต.ค. 2026
“จับตาตลาดโลก Risk-Off – บาทแข็งทะลุ 33, เยน Safe Haven เด่น, ดอลลาร์อ่อนแรง สัปดาห์แห่งความผันผวน”: SO OK TRADING: 10 AUG 2026
ตลาดโลก Risk-Off – เงินบาทแข็ง, เยนเด่น, ดอลลาร์อ่อน 10–14 ส.ค. 2569 : Outlook ค่าเงินสัปดาห์แห่งความผันผวน บทความโดย SO OK TRADING สัปดาห์นี้ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-Off อย่างเต็มรูปแบบ หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ส่งผลให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง และกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง เยนญี่ปุ่นและทองคำ ขณะที่ เงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนทิศ นักลงทุนลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยีและหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่วนตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและส่งออกยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง ในบทความนี้ SO OK TRADING ได้รวบรวม ภาพรวมค่าเงินหลักทั่วโลก (USD, EUR, GBP, JPY, CNY, AUD) พร้อมแนวโน้มและกลยุทธ์สำหรับผู้นำเข้า–ส่งออก รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาดโลกที่ผันผวนสูงในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE
10 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy