แชร์

2 มีนาคม 2026 : สงครามสะเทือนตลาดโลก — ค่าเงินผันผวน น้ำมันพุ่ง หุ้นร่วง โลหะปรับแรง ทองคำทะยาน สรุปครบทุกมิติในที่เดียว : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 2 มี.ค. 2026
2640 ผู้เข้าชม

สรุปตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก (2 มีนาคม 2026) ผลกระทบจากสงคราม สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ทั้งในมุมของ ค่าเงิน , ตลาดหุ้น , พลังงาน(น้ำมัน) ,โลหะมีค่า -ทองคำ ตลอดจาก โลหะพื้นฐาน ทั้ง เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง และทิศทางแนวโน้มในเดือน มีนาคม 2026 สรุปมาให้แบบเข้าใจง่าย และ ครบถ้วน

ค่าเงินบาทและสกุลเงินหลัก

เงินบาท (THB) เปิดตลาดอ่อนค่าลงตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันและกระแสเงินทุนไหลออก โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณดังนี้:

USD/THB: 31.25 (บาทอ่อนค่า)
EUR/THB: 36.70
JPY/THB: 100 JPY ≈ 19.85–19.90
CNY/THB: 4.56


ทิศทางค่าเงินโลก:

USD: แข็งค่าขึ้นแรงในฐานะ Safe-haven และได้แรงหนุนจากการเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ
CHF: แข็งค่ามากที่สุดจากสถานะความเป็นกลาง
JPY: แข็งค่าในช่วงแรก แต่ถูกจำกัดจากต้นทุนนำเข้าพลังงาน
EUR & GBP: อ่อนค่าจากความกังวลวิกฤตพลังงานยุโรป
THB: อ่อนค่าตามภูมิภาคและแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
CNY: เคลื่อนไหวในกรอบแคบ

ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมด Risk-off

ความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก:

USA: Dow Jones, S&P 500, Nasdaq ร่วง ~1% จากแรงกดดันราคาน้ำมัน
Europe: อ่อนแรงจากวิกฤตพลังงาน แต่หุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังพอมีแรงหนุน
China: ตลาดฮ่องกงร่วงแรง แต่จีนแผ่นดินใหญ่ยังมีแรงพยุงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Japan: Nikkei 225 ร่วงกว่า 2.5% จากต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูง
Singapore: STI ร่วง ~1.7% จากความเสี่ยงด้านการบินและขนส่ง
Thailand: SET Index ร่วงกว่า 2% ลงมาที่ ~1,490 จุด แต่หุ้นพลังงานช่วยประคองบางส่วน
 

⛽ ราคาน้ำมันโลก: พุ่งแรงรับสงคราม

Brent Crude: พุ่ง 13% แตะ 82.37 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนย่อตัวที่ 79–80
WTI Crude: ขึ้นทะลุ 70–75 ดอลลาร์/บาร์เรล
แนวโน้ม: หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
 

️ สินทรัพย์ปลอดภัย: ดาวเด่น

ทองคำ: พุ่งทำสถิติใหม่ (5,500–6,000 ดอลลาร์)
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ: มีแรงซื้อคืนหนาแน่น
 

⚙️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลหะและแร่หายาก

เหล็ก: ต้นทุนพุ่งจากค่าขนส่งและก๊าซ
อลูมิเนียม: ดีดแรงเพราะใช้ไฟฟ้าสูงในการผลิต
ทองแดง: ราคายังสูงจากดีมานด์ EV แต่ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น
แร่หายาก: เกิดการกักตุนเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์
 

สรุปแนวโน้มไตรมาส 2/2569

เศรษฐกิจโลก: เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หากน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์
เศรษฐกิจไทย: SCB EIC คาด GDP โตเพียง 1.8% จากต้นทุนพลังงานสูง
ตลาดการเงิน: เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง
อุตสาหกรรม: เผชิญ Cost-push Inflation รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มโลหะและพลังงาน
 

✨ บทสรุป

เดือนมีนาคม 2569 คือช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ Shock Period จากสงครามตะวันออกกลาง ค่าเงินผันผวน หุ้นร่วงแรง น้ำมันพุ่ง และทองคำทะยาน นักลงทุนและธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์รับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน โลหะ และสินทรัพย์ปลอดภัยที่กลายเป็นตัวชูโรงในภาวะวิกฤตครั้งนี้ (SAFE HEAVEN)

 
 SO OK TRADING

ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรด้านการค้าและการลงทุนระดับสากล ด้วยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก เราช่วยให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น การส่งออกผลไม้พรีเมียม ข้าว โลหะอุตสาหกรรม หรือพลังงานสะอาด เพราะเราเชื่อว่า “วิกฤตคือโอกาส” และทุกการเปลี่ยนแปลงคือแรงผลักดันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ท่านสามารถ ติดต่อ SO OK TRADING ได้ที่ www.sooktrading.com หรือ ส่งอีเมลล์หาเราได้ที่ SOOKTRADING@OUTLOOK.COM


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สงกรานต์ปีม้าไฟ 2026 — ร้อนแรงแห่งการปรับตัว จุดเปลี่ยนของโลกและธุรกิจไทย สวัสดีปีใหม่ไทย เฮง ๆ รวย ๆ ทุกท่าน"
สวัสดีปีใหม่ไทย 13 เมษายน 2569 สงกรานต์ปีม้าไฟนี้ เป็นปีแห่งการ “ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด” แม้โลกจะร้อนแรงทั้งอากาศและการเมือง แต่คนที่มีสติและกล้าลุย จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ขอให้ทุกธุรกิจและทุกชีวิตก้าวสู่ปีใหม่ด้วยพลังแห่งความหวังและความมั่นคง SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
13 เม.ย. 2026
COPPER PRICE AND TREND  2026
Copper prices are expected to remain elevated and bullish in 2026, driven by strong demand from the green energy transition (EVs, renewables, grid upgrades) and persistent mine supply constraints/disruptions, with forecasts generally placing prices in the $10,000 to over $12,000 per tonne range, although some analysts foresee a slight cooling to $10,000-$11,000 as market balances tighten. Key factors include IRA spending, AI infrastructure needs, constrained new mine supply, and potential Chinese economic recovery, creating tight markets despite some projected minor surpluses. Key Price Predictions (2026): Goldman Sachs: $10,000 - $11,000/tonne range, averaging $10,710/tonne in H1 2026. J.P. Morgan: Averaging around $12,075/tonne, with potential spikes to $12,500/tonne in Q2. Bank of America: Average of $11,313/tonne, with potential for $15,000/tonne spikes. UBS: $11,000/tonne by Sept 2026. World Bank: Average of $9,800/tonne. Bullish Drivers: Energy Transition: Massive demand for grid expansion, EVs, and renewable infrastructure. AI Infrastructure: Increased demand for data centers. Supply Deficit: Mine disruptions (Grasberg, Kamoa-Kakula, etc.) and difficulty bringing new mines online. China: Potential economic rebound acting as a catalyst. Potential Headwinds/Volatility: Policy-induced Surpluses: E.g., from IRA incentives or scrap availability. Stronger USD: Can weigh on commodity prices. Slower Demand: If China's recovery falters. Overall Outlook: Expect a tight market with strong underlying demand, leading to high prices, but with significant volatility due to policy shifts and mine output fluctuations. The market is moving towards a structural deficit, supporting higher prices long-term
30 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy