Share

RDF (เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้และขยะ): เชื้อเพลิง RDF คืออะไร และ ทำประโยชน์อะไรกับ Green Energy ได้บ้าง

Last updated: 24 Nov 2025
1701 Views

เชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel : RDF)
เชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel : RDF)
พลังงานไฟฟ้าถือเป็นพลังงานสำคัญที่มีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และอย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยประสบกับปัญหาขยะสะสมมาหลายปี ดังจะเห็นได้จากรายงานของ กรมควบคุมมลพิษที่กล่าวถึงปัญหาขยะสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศปี พ.ศ.2564 โดยมีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น 25 ล้านตัน และมีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์เพียง 7.89 ล้านตันเท่านั้น จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะสะสมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนของขยะเหล่านี้ถูกกำจัดโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง การส่งเสริมให้มีการจัดการขยะด้วยวิธี Waste to Energy หรือการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในนั้นก็คือ การนำขยะมาทำเป็นเชื้อเพลิง หรือที่เรียกว่า เชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel : RDF)

RDF หรือ เชื้อเพลิงขยะมูลฝอยคืออะไร
เชื้อเพลิงขยะมูลฝอย หรือ RDF คือ เชื้อเพลิงแข็งรูปแบบหนึ่งที่ได้จากการนำขยะชุมชนมาปรับปรุงองค์ประกอบทั้งทางเคมีและกายภาพ เช่น กระบวนการย่อย กระบวนการคัดแยกขยะที่เผาไหม้ได้ออกจากขยะอินทรีย์ เศษโลหะ ขยะที่เผาไหม้ไม่ได้ และขยะอื่น ๆ กระบวนการอัดแท่ง กระบวนการลดความชื้น ฯลฯ เพื่อให้ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF ที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพและมีคุณสมบัติ เช่น ค่าความร้อน ขนาด ความชื้น ความหนาแน่น ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานความร้อน หรือนำไปเผาร่วมกับถ่านหินเพื่อลดปริมาณการใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เป็นต้น

ประเภทของขยะที่นำมาผลิต RDF
ประเภทหรือชนิดของขยะที่จะมาผลิตเป็น RDF คือ ขยะ 2 กลุ่ม ดังนี้

ขยะที่ย่อยสลายยากและให้ความร้อนสูง เช่น ถุงพลาสติก กล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น กล่องนม กล่องขนม เศษกระดาษ โฟม ผ้ายาง หนังสัตว์ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มขยะประเภทนี้มักจะมีค่าความร้อนสูงแต่หากไม่มีการควบคุมการเผาไหมที่ดีพอ มักจะมีปัญหาด้านมลพิษจากก๊าซที่เผาไหม้ตามมาภายหลัง
ขยะชีวมวล เช่น เศษกิ่งไม้ เปลือกไม้ หรือเมล็ดผลไม้ ซึ่งขยะกลุ่มนี้มักจะมีค่าความร้อนต่ำ หากมีการนำขยะชีวมวลกลุ่มนี้ผสมกับขยะกลุ่มแรกในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะทำให้ได้ขยะเชื้อเพลิงที่มีค่าความร้อนสูง สามารถลดปัญหามลพิษจากการนำขยะเชื้อเพลิงที่ได้ไปใช้งานเนื่องจากปัญหามลพิษจากก๊าซที่เผาไหมน้อย แต่ขยะชีวมวลกลุ่มนี้จะมีปริมาณไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
ประเภทของเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF)
ประเภทของขยะเชื้อเพลิง RDF ตามมาตรฐาน ASTM ซึ่งเป็นการแบ่งตามลักษณะของขยะเชื้อเพลิงและกระบวนการที่ใช้ในการจัดการขยะ สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ประเภทดังนี้

RDF-1 คือ การนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงในสภาพเดียวกับที่ถูกจัดเก็บมาโดยไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพขยะ แต่อาจมีการแยกชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่ออกด้วยมือ
RDF-2 คือ การนำขยะที่เก็บรวบรวมได้มาผ่านกระบวนการคัดแยกส่วนที่เผาไหม้ไม่ได้ออก เช่น โลหะและแก้ว จากนั้นนำไปลดขนาดด้วยการบดหรือตัดขยะมูลฝอยอย่างหยาบ ๆ
RDF-3 คือ การนำขยะที่เก็บรวบรวมได้มาผ่านกระบวนการเช่นเดียวกับ RDF-2 แต่จะมีการลดขนาดให้เล็กลงจนทำให้ร้อยละ 95 ของขยะมูลฝอยที่คัดแยกแล้วมีขนาดเล็กกว่า 2 นิ้ว
RDF-4 คือ การนำขยะมูลฝอยส่วนที่เผาไหม้ได้มาทำให้อยู่ในรูปของผงฝุ่นหรือฝุ่นแป้งโดยมีขนาดเล็กกว่า 0.0035 นิ้ว
RDF 5 คือ การนำขยะมูลฝอยส่วนที่เผาไหม้ได้มาผ่านกระบวนการอัดแท่งให้มีความหนาแน่นมากกว่า 600 kg/m3 โดยอาจจะมีการเติมส่วนประกอบต่าง ๆ เพิ่มเข้าไปเพื่อให้มีคุณสมบัติตามต้องการ
RDF 6 คือ การนำขยะมูลฝอยส่วนที่เผาไหม้ได้มาผ่านกระบวนการให้อยู่ในรูปของเชื้อเพลิงเหลว หรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว
RDF 7 คือ การนำขยะมูลฝอยส่วนที่เผาไหม้ได้มาผ่านกระบวนการแปรสภาพเป็นแก๊ส (Gasification) เพื่อผลิตแก๊สสังเคราะห์ (Syngas) ที่ใช้เป็นแก๊สเชื้อเพลิงได้
การใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF)
RDF คือ เชื้อเพลิงที่มีประโยชน์หลายประการ สามารถใช้ได้ทั้งเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อน เช่น

ใช้ในสถานที่แปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงขยะ (On-site) ร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยน RDF เป็นพลังงาน เช่น เตาเผาแบบตะกรับ หรือ เตาเผาแบบฟลูอิดไดซ์เบด
ใช้ในสถานที่อื่นที่ต้องมีการขนส่ง (Off-site) ร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยน RDF เป็นพลังงาน เช่น เตาเผาแบบตะกรับ หรือ เตาเผาแบบฟลูอิดไดซ์เบด
ใช้เผาไหม้ร่วมกับเชื้อเพลิงอื่น เช่น ถ่านหินหรือชีวมวล เพื่อลดการใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรมบางประเภท
ใช้เผาไหม้ในเตาผลิตปูนซีเมนต์
ใช้ร่วมกับถ่านหินหรือชีวมวลในกระบวนการ Gasification

 

---------------

RDF (เชื้อเพลิงจากขยะ) ประกอบด้วยขยะที่สามารถนำไปเผาไหม้ได้ เช่น พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้, กระดาษแข็ง, ซองขนม, และโฟม ซึ่งจะผ่านกระบวนการคัดแยก ย่อย และบดให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ หรือผลิตพลังงานไฟฟ้า   
ส่วนประกอบของ RDF
ขยะที่เผาไหม้ได้: 
เช่น พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้, กล่องบรรจุภัณฑ์, กระดาษแข็ง, ฉลาก, ซองขนม, โฟม, และวัสดุอื่น ๆ  
ขยะชีวมวล: 
เช่น เศษกิ่งไม้ เปลือกไม้ หรือเมล็ดผลไม้ อาจนำมาผสมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของเชื้อเพลิง  
องค์ประกอบที่ถูกคัดแยกออก: 
ส่วนที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้ เช่น โลหะ, แก้ว, หิน, และวัสดุแปลกปลอมอื่นๆ จะถูกนำออกจากกระบวนการ  
กระบวนการผลิตและประเภทของ RDF
การคัดแยก: 
แยกขยะที่เผาไหม้ได้และขยะขนาดใหญ่ออก  
การบด: 
บดหรือตัดขยะให้มีขนาดเล็กลง  
การแยกส่วน: 
ใช้เทคโนโลยี เช่น การแยกด้วยอากาศ หรือการแยกด้วยแม่เหล็ก เพื่อแยกวัสดุที่ไม่ต้องการออก เช่น โลหะ แก้ว  
การอัด: 
นำ Fluff RDF ไปอัดให้เป็นเม็ดหรือก้อน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บและขนส่ง  
รูปแบบ: 
มีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต เช่น
RDF 1 (MSW): คัดแยกด้วยมือ  
RDF 2 (Coarse RDF): บดหยาบ  
RDF 3 (Fluff RDF): คัดแยกและบดละเอียดขึ้น  
RDF 4 (Dust RDF): ทำเป็นผงฝุ่น  
RDF 5 (Densified RDF): อัดเป็นเม็ดหรือก้อน 


Related Content
“2026 Global & Thai Economy Outlook: AI, Clean Energy, and the Rise of Strategic Commodities” Article by SO OK TRADING
2026 is shaping up to be a pivotal year for both the global and Thai economies. The world is being driven by Artificial Intelligence (AI) and Clean Energy, alongside the rise of strategic commodities such as gold, silver, copper, and aluminum. While global growth continues, risks from trade wars and geopolitical tensions remain strong headwinds. Thailand, meanwhile, is still in a transition phase, where attracting more Foreign Direct Investment (FDI) and boosting Research & Development (R&D) are critical to avoid falling behind. In this article, SO OK TRADING explores the 2026 outlook for the global and Thai economies, highlighting new opportunities across rising industries — from digital technology and integrated healthcare to clean energy and niche lifestyle markets that are expanding rapidly. 2026 marks a pivotal transition for the global and Thai economies. Driven by Artificial Intelligence (AI) and Clean Energy, the world is witnessing the rise of strategic commodities — gold, silver, copper, and aluminum. While global growth continues, Thailand remains in transition, seeking FDI and stronger R&D to capture opportunities in medical hub, green manufacturing, and lifestyle markets.
17 Feb 2026
“Global Metal Market Volatility 2026: In-Depth Analysis of ZINC – LEAD – ANTIMONY and Their Impact on Thai Industry | SO OK TRADING Global Market Insights: FAST • SHARP • RELIABLE | Capturing Metal Price Signals to Reshape Thai Business Strategies for the
**Global Metal Price Analysis (ZINC – LEAD – ANTIMONY) and the Impact on Thai Industry SO OK TRADING | September 22, 2026** In the second half of 2026, the global base metals market is entering a “structural transition.” As the world shifts from traditional economies to the clean energy era, rising energy costs and geopolitical uncertainties are driving volatility. Zinc, Lead, and Antimony — essential raw materials for Thai industries — clearly reflect the ongoing realignment of global supply chains. SO OK TRADING has compiled in-depth insights and global price trends, analyzing their impact on Thailand’s manufacturing sector. This aims to help businesses plan strategies to navigate market volatility and the Thai baht’s depreciation expected toward the end of the year. This article explores:
22 Sept 2026
“Recycle Cans, Transform the World with RSI 3104: From Beverage Cans to Aluminum Ingots – The Endless Power of Recycling, Core of the Aluminum Loop and Global Circular Economy” SO OK TRADING: 23 SEP 2026
Aluminum: RSI Ingot 3104 Production from UBC and the Global Circular Economy Outlook SO OK TRADING : September 23, 2026 As the world moves toward sustainability and carbon reduction, the beverage can industry stands out as one of the most complete “model cases” of the Circular Economy. At its core lies the Aluminum Loop — a system in which used beverage cans (UBC) are returned to the melting process to produce RSI Ingot 3104, which can then be rolled into sheets and continuously manufactured into new cans. This process not only reduces the consumption of natural resources but also cuts carbon emissions by more than 60% compared to primary aluminum production, while generating tremendous added value across the industrial supply chain. In this article, SO OK TRADING takes you inside the production of RSI 3104 from UBC scrap — from sorting, melting, and chemical composition adjustment to aluminum ingot casting — and provides an analysis of the future outlook of the Aluminum Loop, which is rapidly becoming a cornerstone of the global circular economy. ✨ RSI 3104 — The Strategic Material of the Future for the Global Packaging Industry Follow this article to understand how “a single used can” can be reborn as “a brand-new can” within the world’s most sustainable recycling system.
23 Sept 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy