Share

เกร็ดความรู้ Wood Pellets แหล่งเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่ออนาคค (Green Energy, Waste Management Energy, Carbon Credit

Last updated: 27 Nov 2025
1579 Views

Wood Pellets : เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด 

เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Biomass Pellets)
เพราะพลังงานจากฟอสซิลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็วและมีการคาดการณ์ว่าจะหมดลงภายในไม่กี่ปีข้างหน้า อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ทำให้เกิดความพยายามที่จะค้นหาวิธีหรือแหล่งพลังงานอื่น ๆ มาใช้แทน โดยพลังงานทดแทนอีกรูปแบบหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและมีต้นทุนต่ำ คือ พลังงานจากชีวมวล ที่อยู่ในรูปของชีวมวลอัดเม็ดหรือเชื้อเพลิงอัดเม็ด (Biomass Pellets) ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายทั้งในรูปของพลังงานความร้อนภายในที่พักอาศัย ใช้เพื่อผลิตไอน้ำ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบหม้อต้มไอน้ำ เป็นต้น

เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด คืออะไร
เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด คือ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อชีวมวล ที่เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เหง้ามันสำปะหลัง ฟางข้าว ซังข้าวโพด เศษไม้เหลือใช้ ขี้เลื่อย แกลบ ชานอ้อย กาบมะพร้าว หญ้าเนเปียร์ ฯลฯ มาอบไล่ความชื้น บดให้มีชนาดเล็ก แล้วนำเข้าเครื่องอัดเป็นแท่งชีวมวล ผลิตเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ดที่มีลักษณะเป็นแท่งกลม มีความหนาแน่นสูงเพื่อการขนส่ง (ความหนาแน่นประมาณ 650-700 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ได้เชื้อเพลิงที่มีปริมาตรต่ำลง แต่ให้พลังงานความร้อนสูงขึ้น สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงได้ เนื่องจากสารอินทรีย์เหล่านี้เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานได้อย่างไม่จำกัด โดยในปัจจุบัน เชื้อเพลิงอัดเม็ด นี้มีการผลิตในหลากหลายรูปแบบ

ประเภทของเชื้อเพลิงอัดเม็ด
เชื้อเพลิงอัดเม็ดหรือ ชีวมวลอัดเม็ดสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่งประเภท อาทิ

ประเภทของเชื้อเพลิงอัดเม็ดตามชีวมวลที่ใช้ในการผลิต คือ ชีวมวลอัดเม็ดประเภททำจากไม้และชีวมวลอัดเม็ดประเภทไม่ได้ทำจากไม้ เป็นต้น
ประเภทของเชื้อเพลิงอัดเม็ดตามแหล่งที่มา คือ ชีวมวลอัดเม็ดจากของเสียภาคอุตสาหกรรม ชีวมวลอัดเม็ดจากพืชพลังงาน ชีวมวลอัดเม็ดจากเศษอาหารชีวมวลอัดเม็ดจากเศษเหลือจากการเกษตรชีวมวลอัดเม็ดจากไม้แปรรูป เป็นต้น
ประเภทของเชื้อเพลิงอัดเม็ดตามการนำไปใช้ประโยชน์ คือ ชีวมวลอัดเม็ดสำหรับการทำความร้อนในอุตสาหกรรมชีวมวลอัดเม็ดสำหรับการทำความร้อนในที่อยู่อาศัยชีวมวลอัดเม็ดสำหรับการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น
คุณสมบัติและขนาดของเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด มักมีคุณสมบัติดังนี้

ส่วนใหญ่อยู่ในรูปทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.6-1.2 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร
มีความหนาแน่นสูงมากราว 650-700 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
มีค่าความร้อนสูงราว 3,800-4,300 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม
มีค่าความชื้นต่ำกว่าร้อยละ 10
มีขี้เถ้าต่ำกว่าร้อยละ 3
มีปริมาณกำมะถันต่ำ
องค์ประกอบของชีวมวล
องค์ประกอบของเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนที่เผาไหม้ได้ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ สารระเหยและคาร์บอน
ส่วนที่เผาไหม้ไม่ได้ หรือ เถ้า ที่เกิดหลังชีวมวลถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แล้ว ชีวมวลแต่ละประเภทจะมีสัดส่วนของปริมาณเถ้าที่แตกต่างกัน
ความชื้น เกิดจากปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ในชีวมวล


** กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด มีดังนี้

*กระบวนการเตรียมวัตถุดิบ คือ การเตรียมวัตถุดิบให้มีขนาดเหมาะสมก่อนเข้าสู่กระบวนการอัดเม็ดด้วยการสับหยาบหรือสับละเอียด
* กระบวนการลดความชื้น คือ การลดความชื้นของวัตถุดิบเพื่อให้วัตถุดิบมีความชื้นที่เหมาะสมกับกระบวนการอัด โดยความชื้นของวัตถุดิบควรอยู่ที่ร้อยละ 10 สูงสุดไม่เกินร้อยละ 20
*กระบวนการบดละเอียด คือ การนำวัตถุดิบที่ผ่านการอบไล่ความชื้นมาคัดกรองเอาก้อนหินหรือโลหะที่อาจปนเปื้อนมากับวัตถุดิบออกเพื่อป้องกันความเสียหายและการสึกหรอของเครื่องบด เครื่องย่อย และเครื่องอัดเม็ด
* กระบวนการผสม คือ การผสมวัตถุดิบที่ใช้ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปให้เข้ากัน
* กระบวนการอัด คือ การขึ้นรูปวัตถุดิบให้เป็นเม็ด โดยกำหนดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตามความต้องการ
* กระบวนการระบายความร้อน คือ การระบายความร้อนให้กับเชื้อเพลิงชีวมวลที่ขึ้นรูปเป็นเม็ดแล้ว ทำให้เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด เย็นตัวลง ช่วยให้เม็ดเชื้อเพลิงชีวมวลมีความแข็ง คงรูป และคงทน
* กระบวนการคัดขนาดและกระบวนการบรรจุ คือ การคัดกรองขนาดเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวล อัดเม็ดที่ไม่ได้มาตรฐานออก จากนั้นจึงบรรจุเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือชีวมวลอัดเม็ด ในบรรจุภัณฑ์


*การใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
***เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปของพลังงานความร้อนภายในที่พักอาศัยหรือเพื่อผลิตไอน้ำ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ในภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ดนี้สามารถใช้ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงจากเดิม อีกทั้งยังมีค่าความร้อนสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่น้อยกว่า

***เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดกับประเทศไทยในปัจจุบัน
ในต่างประเทศ มีการใช้เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ดมานานหลายสิบปีแล้วทั้งในการให้พลังงานความร้อนจากเตาผิง รวมถึงภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ สำหรับในประเทศไทย เชื้อเพลิงชนิดนี้เพิ่งจะได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ประกอบการสนใจที่จะลงทุนในด้านนี้มากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีชีวมวลที่เกิดขึ้นภายหลังการเก็บเกี่ยว เช่น แกลบ ฟางข้าว ใบอ้อย เหง้ามันสำปะหลัง ซังข้าวโพด ทะลายปาล์ม ทะลายมะพร้าว กาบมะพร้าว กะลามะพร้าว เศษไม้ยางพารา และเศษเหลือใช้ทางการเกษตรหลากหลายชนิดที่สามารถนำไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ดได้ อย่างไรก็ตาม ในภาคการผลิตยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องจักรที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับผู้ประกอบการบางรายที่งดัดแปลงหรือผลิตเครื่องจักรเองก็ยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่ยังต้องเรียนรู้จากต่างประเทศอีกมาก ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงงานผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ ชีวมวลอัดเม็ดจะเติบโตขึ้นอีกมากจากการส่งเสริมการใช้ชีวมวลภายในประเทศจากนโยบายลดการใช้ถ่านหิน และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงาน
 

----

SPEC คร่าวๆ มาตราฐาน SPEC ของ Wood Pellets

Wood Pellets หรือ ชีวมวลอัดแท่ง เป็นนวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวมวล ในรูปเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-Fuels) ผลิตจากไม้เนื้อแข็ง จากสวนป่าปลูกของเกษตรกร (Farmed-Trees) ภายใต้แนวทางการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับมาตรฐานจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ในระดับนานาชาติ ซึ่งให้ค่าพลังงานความร้อนสูงเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ที่สะอาด ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล (Fossil-Energy) ซึ่งลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ตอบสนองการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ของภาคอุตสาหกรรม และการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์
คุณสมบัติเบื้องต้น
1. ค่าความร้อน : 4,000 4,300 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม
2. ขี้เถ้า : 4% (โดยน้ำหนัก)
3. ความชื้น : 8% ±3% (โดยน้ำหนัก)
 

----

ทิศทางการใช้งาน Wood Pellets ในไทย 

Wood pellet หรือ ชีวมวลอัดแท่งในไทยถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อผลิตความร้อนและไฟฟ้า โดยใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่เผาไหม้ได้นาน ให้พลังงานสูง และเป็นทางเลือกพลังงานที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการนำไปใช้ทดแทนเชื้อเพลิงแบบเดิม เนื่องจากมีราคาถูกกว่า และสอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 
 
การใช้งานหลักในประเทศไทย
โรงงานอุตสาหกรรม: ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานความร้อน เพื่อผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิตต่างๆ
โรงไฟฟ้า: ใช้ในระบบหม้อต้มไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ผสมชีวมวล 
 
ข้อดีในการใช้งาน
ประหยัดต้นทุน: มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงพาณิชย์บางชนิด
พลังงานสูง: ให้พลังงานความร้อนสูงและเผาไหม้ได้นาน
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเชื้อเพลิงทั่วไป และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 
 
แนวโน้มในอนาคต
มีโอกาสที่จะถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานทดแทนของประเทศ
อุตสาหกรรมผลิต wood pellet ในไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอนาคต 
 
 * Wood Pellets เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงงานอุตสาหกรรม 
 
เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellets) เป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงที่มีโอกาสถูกใช้แพร่หลาย ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า แทนการใช้พลังงานจาก ฟอสซิล ซึ่งไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


Related Content
“China Transforms the World, Thailand Reshapes the Economy – Mid‑2026 From the World’s Factory to the Innovation Hub, New Opportunities Await Thailand and the Global Stage”
China’s Role in the Global Economy & Thailand – Mid‑2026: The Crossroads of Global Shifts and New Opportunities Article by SO OK TRADING : June 21, 2026 In the second half of 2026, the world is closely watching China’s economic transformation — from being “the world’s factory” to becoming “a hub of innovation and advanced technology.” For the first time in three decades, China has lowered its GDP growth target below 5%, signaling a clear shift from quantity-driven growth to quality-driven development, with a strong focus on AI, clean energy, and future industries. China’s stable slowdown does not mean stagnation, but rather a recalibration of the global economy. While facing tariff pressures from the U.S. and Europe, China is strengthening ties with ASEAN and the Global South, building new trade networks under the Belt & Road Initiative (BRI). For Thailand, this moment represents a strategic global connection point and a golden opportunity: Expanding premium agricultural exports Integrating into high‑tech supply chains Attracting Chinese investment into the Eastern Economic Corridor (EEC) At the same time, Thailand must prepare for challenges such as the influx of low‑cost Chinese goods, currency volatility, and rising competition in advanced technologies. China is transforming the world — Thailand must reshape its economic game to keep pace! Read the full analysis in the complete article by SO OK TRADING. SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE
21 Jun 2026
“Global Aluminium Market October 2026 — Capturing Contango Signals and Analyzing Q4 Price Outlook: Buy-on-Dip Opportunities and Key Support–Resistance Levels | SO OK TRADING”: October 1, 2026
Global Aluminium Outlook October 2026 — Analysis by SO OK TRADING The global aluminium market (LME) has entered a short-term consolidation phase after a strong rally in the previous quarter. The latest spot price stands at $3,156.50 per ton, while the 3-month futures are quoted at $3,169.50 per ton. The spread of +$13 clearly reflects a Contango structure — signaling that supply is sufficient and there is no immediate rush for physical demand. Although prices have corrected to $3,170 per ton, the overall sentiment remains a “Buy on Dip” opportunity, as the market continues to face a structural supply deficit. Demand growth driven by the Green Transition — electric vehicles (EVs), solar energy, and renewable infrastructure — underpins the long-term bullish outlook. This analysis explores bullish drivers and risk factors, provides insights from leading global financial institutions, and outlines the price outlook for Q4 2026, enabling businesses and investors to craft confident procurement strategies in a market that remains strong yet volatile.
1 Oct 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy