Share

เศษเหล็ก "STEEL SCRAP": RECYCLED INDUSTRY

Last updated: 28 Dec 2025
1342 Views

RECYCLED STEEL :  

ภาพรวมในไทย

 ภาพรวมปี 2567 ในประเทศมีปริมาณเศษเหล็กอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตัน และเศษเหล็กนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านตัน โดยราคาเศษเหล็กเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ต่างประเทศเฉลี่ยที่ 12,262 บาท/ตัน และในประเทศเฉลี่ยที่ 12,218 บาท/ตัน ซึ่งต้นทุนราคาเศษเหล็กในปัจจุบันยังคงมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ที่น่าห่วงคือ การแข่งขันในการจัดหาเศษเหล็กจะมีสูงมากขึ้น เนื่องจากโรงงานเหล็กประเภท Blast furnace ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีความกังวลในเรื่องของการปลดปล่อยคาร์บอน จึงหันมาลงทุนในเตาหลอมประเภท EAF (Electric Arc Furnace) ซึ่งใช้วัตถุดิบเป็นเศษเหล็กมากขึ้น ตรงนี้จะเป็นตัวเร่งทำให้ราคาเศษเหล็กสูงขึ้น แต่การที่ WTX มีเครื่อง Shredder เอง และพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทำให้มีความได้เปรียบ ไม่ต้องไปแข่งขันด้านราคาในประเทศมากนัก

หลายโจทย์ท้าทายธุรกิจ
โจทย์หลัก ๆ ที่ท้าทายธุรกิจเศษเหล็ก มีหลายด้าน ไล่ตั้งแต่เรื่องการควบคุมราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่งและอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้ค่าขนส่งมีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้ต้นทุนของวัตถุดิบเพิ่มขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากปัจจุบันวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีการมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดหาแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ที่มีความมั่นคงและแน่นอน และการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่ความยั่งยืนตามแนวคิด ESG เนื่องจากธุรกิจปัจจุบันของบริษัทเป็นธุรกิจรีไซเคิล และธุรกิจโรงไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องหานวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทมากขึ้น รวมถึงการนำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตไปแปรรูป หรือเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรม อื่นๆ

หลากหลายโรงงานเหล็กมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต และปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ ที่มาจากการรีไซเคิลเศษเหล็กจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการ End of life vehicle (ELV) มากกว่า 50% พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเชื้อเพลิง โดยเน้นการขายเชื้อเพลิงให้แก่ลูกค้าพันธมิตร และขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันในระบบมีการรีไซเคิลเศษเหล็ก โดยเศษเหล็กที่บริษัทใช้มาจากในประเทศมากกว่า 150,000 ตันต่อปี หรือสัดส่วน 60% และเศษเหล็กนำเข้ามากกว่า 100,000 ตันต่อปี หรือสัดส่วน 40% โดยเศษเหล็กที่ผ่านการรีไซเคิลแล้วขายต่อไปยังลูกค้าในกลุ่มของโรงหลอมเหล็กได้ทุกประเภทซึ่งสามารถใช้สินค้าที่มาจากวัตถุดิบ Recycled ได้ โดยสินค้าที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลของบริษัทเป็นเศษเหล็กที่มีคุณภาพและสามารถลดต้นทุนการผลิตของโรงหลอมได้ดี 

------------

ถ้าให้นึกถึงสิ่งที่สามารถใช้บ่อย ใช้ซ้ำ ใช้ได้ดี และรีไซเคิลได้คุณนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก
สิ่งนั้นคือ เหล็ก
เพราะเหล็กสามารถใช้ได้บ่อย ใช้ซ้ำ ใช้ได้ดี รีไซเคิลได้ เป็นวัสดุที่มีประโยชน์ใช้สอยหลากหลายที่สุดในโลก และยังเป็นวัสดุที่นำมาใช้ซ้ำมากที่สุดในโลกอีกด้วย

เหล็ก เป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์
ขั้นตอนการหลอมเหล็กด้วยเตาอาร์คไฟฟ้านั้นเป็นขั้นตอนการผลิตเหล็กที่ใช้มากที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีเหล็กที่ใช้แล้วหรือที่เรียกว่าเศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลัก เราอาจจะเคยเห็นเศษเหล็ก หรือข้าวของเครื่องใช้ที่ทำมาจากเหล็ก เช่น กระป๋องเหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า โครงเสาขึ้นสนิม ตัวถังรถเก่าที่หมดสภาพ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกทิ้งกองรวมอย่างไร้ประโยชน์ แต่(เศษเหล็ก) ขยะชั้นสูงเหล่านี้จะถูกนำมารีไซเคิล ยกระดับจากขยะชั้นสูงสู่สิ่งของเครื่องใช้ใหม่ที่ยังคงเป็นสายพันธุ์เหล็กไว้เหมือนเดิม

เกร็ดความรู้เล็กๆเกี่ยวกับเศษเหล็ก

การรีไซเคิลเหล็กเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 ใน
เมืองใหญ่ๆ รอบโลกก่อน ตั้งแต่ลอนดอน ฮ่องกง นิวยอร์ค
การรีไซเคิลเหล็กช่วยลดพลังงานได้ 75% หรือเท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนราว 18
หลังคาเรือน
เหล็กที่ใช้ในรถยนต์ถูกนำมารีไซเคิลมากที่สุด
กระป๋องเหล็กแต่ละใบมีส่วนประกอบจากเหล็กที่นำมารีไซเคิล 25%
กระป๋อง 7 ใบที่ถูกนำไปรีไซเคิล จะช่วยประหยัดพลังงานจากหลอดไฟขนาด 60 วัตต์ได้นานถึง 26 ชั่วโมง
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบของเหล็ก 75% เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน สามารถนำมารีไซเคิลได้ทั้งหมด โดยด้านในอาจประกอบด้วยเหล็กที่ใช้แล้วตั้งแต่ 25% ไปจนถึง 100%

World Steel Association ตั้งเป้าตัวเลขที่นำมารีไซเคิลในปี 2050 ราว 38 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็น การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ถึง 54 ล้านตัน เมื่อเทียบกับการผลิตเหล็กโดยใช้สินแร่เหล็ก
เพราะการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเป็นหัวใจสำคัญของโลกยุคปัจจุบัน การเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้มากที่สุด จะช่วยประหยัดพลังงาน ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญ ช่วยปกป้องโลก ปกป้องเรา

------------

ในยุคที่ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง และแนวคิดเรื่อง รีไซเคิล กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวัน การขายเศษเหล็กจึงไม่ใช่แค่การกำจัดของเหลือใช้เท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีสร้างรายได้และมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ ช่างอุตสาหกรรม หรือแม้แต่เจ้าของบ้านธรรมดา หากมีเศษเหล็กที่ไม่ได้ใช้งาน การนำมาขายถือเป็นทางเลือกที่ทั้งคุ้มค่าและยั่งยืน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของเศษเหล็กที่สามารถขายได้ พร้อมคำแนะนำในการขายเศษเหล็กอย่างมีประสิทธิภาพ


** ทำไมการขายเศษเหล็กจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ?
ลดปริมาณขยะโลหะในระบบ
สร้างรายได้จากของเหลือใช้
ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน
สนับสนุนการผลิตเหล็กใหม่อย่างยั่งยืน

** ประเภทของเศษเหล็กที่สามารถขายได้
การแยกประเภทเศษเหล็กก่อนขาย จะช่วยให้คุณได้ราคาที่เหมาะสม และสะดวกต่อการรับซื้อมากขึ้น เศษเหล็กหลากหลายประเภท ดังนี้
1. เศษเหล็กคุณภาพสูง (High-Quality Scrap)
เศษเหล็กจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เหล็กเหลวที่ตกค้างจากการผลิต ชิ้นส่วนเครื่องจักร หรือแผ่นโลหะที่ไม่ได้ใช้งาน เหล็กประเภทนี้มีคุณภาพสูงและมูลค่าสูงในตลาด
2. ภาชนะเหล็กเปล่า (Empty Steel Containers)
เช่น ถังน้ำ ถังน้ำมัน หรือกระป๋องโลหะที่หมดอายุใช้งาน ทางต้นรีไซเคิลสามารถรับซื้อเพื่อนำไปผ่านกระบวนการหลอมและผลิตใหม่
3. เศษเหล็กจากการตัด (Cut Steel Pieces)
พบได้จากงานก่อสร้างหรืองานช่าง เช่น เศษเหล็กเส้น เศษเหล็กแผ่น ที่ถูกตัดเหลือจากงาน สามารถนำมารวบรวมขายได้ในปริมาณมาก
4. เหล็กจากซากรถยนต์ (Scrap from Vehicles)
รถยนต์ที่ชำรุดหรือหมดอายุการใช้งานมีชิ้นส่วนเหล็กจำนวนมาก เช่น ตัวถัง แชสซี ล้อ ที่สามารถถอดแยกและขายเป็นเศษเหล็กได้
5. เศษเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Steel)
เป็นเหล็กที่มีคาร์บอนต่ำ เชื่อมง่าย น้ำหนักเบา พบมากในชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และบรรจุภัณฑ์ เช่น กระป๋อง สังกะสี
6. เศษเหล็กรีไซเคิล (Recyclable Steel Scrap)
รวมถึงเศษเหล็กที่มีสี หรือปะปนกับวัสดุอื่น เช่น กระดาษ เคลือบสังกะสี โดยสามารถคัดแยกและเข้าสู่กระบวนการหลอมใหม่ได้

** ราคาขายเศษเหล็ก ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
การขายเศษเหล็กให้ได้ราคาดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ประเภทของเหล็ก (เช่น เหล็กคุณภาพสูงจะราคาสูงกว่าเหล็กเบา)
ความสะอาดของวัสดุ (หากมีสิ่งปนเปื้อนราคาจะลดลง)
น้ำหนักหรือปริมาณที่ขาย
ราคาตลาดโลหะในขณะนั้น

--------


Related Content
“Thailand’s Steel Market Heats Up: Steel Price Storm 2026
Steel Price Storm 2026 – Turning Crisis into Opportunity By SO OK TRADING | May 17, 2026 The Thai steel market is heating up like never before! Prices have already surged 10–15%, and another round of increases is expected in Q2 as electricity and energy costs continue to climb
17 May 2026
“ZINC OUTLOOK 2026–2027: Riding the Zinc Surge – From Mines to Clean Energy, the Strategic Metal Driving the Future of Global Industry | SO OK TRADING”
ZINC OUTLOOK 2026–2027 – Riding the Zinc Surge into a New Industrial Era Article by SO OK TRADING | July 10, 2026 Zinc prices on the London Metal Exchange (LME Zinc) have soared to a multi‑year high of USD 3,622 per ton (Cash), reflecting the intense momentum in the base metals market that is rapidly reshaping global industry. In 2026–2027, zinc is emerging as a true “strategic metal” — connecting infrastructure, electric vehicles, and clean energy. Amid tight supply and surging energy costs, businesses worldwide are closely watching price trends that could mark a pivotal turning point for the metals market in this century.
10 Jul 2026
“Thai Steel Crisis 2026: Standing Strong Amid Global Pressures with SO OK TRADING – Your Trusted Partner in Construction Steel”
Thai Steel Industry 2026: Standing Strong Amid Global Pressure and Chinese Imports SO OK TRADING | 12 July 2026 The year 2026 marks a turning point for Thailand’s steel industry — a sector caught between rising domestic prices and fierce foreign competition. While local steel prices have surged 10–15 percent due to higher scrap costs and a weaker Thai Baht, production capacity has dropped below 30 percent as cheap Chinese imports flood the market. This imbalance has reshaped the entire supply chain, forcing Thai manufacturers to rethink strategies, upgrade standards, and embrace innovation. From construction steel driven by mega‑projects in the EEC zone, to structural and fabricated steel under new Anti‑Dumping measures, every segment is adapting to survive in a market where “Supply is overflowing, but production is stagnant.” Amid these challenges, SO OK TRADING stands as a trusted partner for high‑quality construction steel — offering certified TIS rebar and deformed bars, transparent pricing, and reliable nationwide delivery. With over 20 years of experience in international trade and industrial sourcing, the company continues to support Thailand’s infrastructure growth through precision, speed, and integrity. “We’re not just selling steel — we’re building confidence for every project.”
12 Jul 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy